ตอนที่5 ความจำที่ติดค้าง
ปรารถนารักหัวใจมาเฟีย
ตอนที่5
ความจำที่ติดค้าง
"จะกลับแล้วเหรอครับ?"พันแสงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นลูกคลื่นเดินออกมาจากร้านด้วยใบหน้าหงอยๆ
"ค่ะพี่พันแสงดูวันนี้พี่ครามจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ลูกคลื่นเลยคิดว่ากลับก่อนดีกว่า"ลูกคลื่นเอ่ยบอกพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆให้พันแสง
"ทะเลาะกันหรือเปล่าครับ?"
"ยังไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ลูกคลื่นเบรกไว้ก่อนถ้าอย่างนั้นลูกคลื่นขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"ขับรถดีๆนะครับ"
"ค่ะ"ลูกคลื่นส่งยิ้มให้พันแสงก่อนที่จะเดินขึ้นรถแล้วขับรถออกไปทันที พันแสงมองตามรถของลูกคลื่นไปก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในร้าน
บ้านลูกคลื่น
ลูกคลื่นขับรถเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถของบ้าน มือบางกดดับเครื่องยนต์รถก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเมื่อเอาแต่นึกถึงคำพูดของสีครามที่พูดกับเธอเมื่อตอนกลางวัน
"เมื่อไหร่พี่ครามจะกลับมาเป็นพี่ครามคนเดิมของน้องสักทีเราเป็นแบบเมื่อก่อนไม่ได้เหรอคะ?"
"เมื่อก่อนเหรอ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกลูกคลื่นเรื่องนี้เธอเองก็รู้ดีว่าทำไม!?"
"เฮ้อ เมื่อไหร่กันนะที่พี่ครามจะเลิกคิดแบบนี้"ลูกคลื่นเธอรู้สึกเหนื่อยกับเรื่องนี้จริงๆ
ในอดีตครอบครัวของเธอกับครอบครัวของสีครามสนิทสนมกันมากเพราะว่าบิดาของเธอกับบิดาของสีครามเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมานานหลายสิบปี
ก็เลยทำให้ตัวลูกคลื่นเองก็สนิทกับสีครามและก็ฟ้าครามไปด้วยเช่นกัน ทั้งสองครอบครัวสนิทกันเสมือนญาติพี่น้องไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเราก็คอยดูแลให้คำปรึกษาซึ่งกันและกันมาตลอด
ในวันที่มารดาของลูกคลื่นได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ลูกคลื่นเธอร้องไห้จนแทบจะขาดใจบิดาของเธอเองก็เช่นกันแต่ก็ได้ครอบครัวของสีครามนี่แหละที่อยู่ข้างๆคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ
ส่วนตัวของลูกคลื่นก็มีสีครามดูแลอยู่ไม่ห่าง สีครามคอยอยู่กับเธอตลอด เขาคอยกอดปลอบเธอทุกครั้งที่เธอร้องไห้เสียใจ
"ไม่ต้องร้องนะคะน้องน้อยของพี่ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว"
"นะ น้องคิดถึงแม่ค่ะพี่คราม แม่ไม่อยู่กับน้องแล้ว ฮึก!"
"แม่ของน้องท่านไม่ได้ไปไหนไกลเลยนะท่านไปอยู่บ้านใหม่ที่อยู่ข้างบนแล้วท่านก็จะคอยมองดูน้องของพี่จากข้างบน"
"จะ จริงเหรอคะ?"
"จริงสิพี่ไม่โกหกน้องหรอก"
"ฮึก แต่แม่บอกกับน้องว่าจะปกป้องน้องจะอยู่กับน้องตลอดไปแล้วทำไมถึงย้ายไปอยู่ข้างบนละคะ?"
"เดี๋ยวโตขึ้นน้องน้อยของพี่ก็จะรู้เหตุผลเองว่าทำไมคนเราต้องย้ายบ้าน แต่ตอนนี้น้องไม่ต้องคิดมากนะเพราะว่าต่อไปนี้พี่ครามคนนี้จะเป็นคนคอยปกป้องน้องน้อยของพี่เองและจะดูแลน้องน้อยตลอดไปเลย"
"ฮึก จริงเหรอคะพี่ครามจะอยู่กับน้องตลอดไปใช่ไหม?"
"จริงสิพี่ครามคนนี้จะอยู่กับน้องน้อยตลอดไป"
"ฮึก สัญญานะคะ"
"อืม พี่สัญญา"
ในตอนนั้นลูกคลื่นเธออายุได้เพียงแค่ห้าขวบแต่เธอกับจดจำคำพูดของสีครามได้แทบทุกคำมันเป็นความจำที่ติดค้างอยู่ในหัวสมองและในหัวใจของเธอไม่เคยลืม
คำสัญญานั้นสีครามได้ทำตามมาตลอด เธอดีใจมากที่ในชีวิตของเธอได้มีสีครามและความรู้สึกทุกอย่างมันก็เริ่มก่อต่อตัวขึ้นมาจะเรียกว่าเธอเป็นเด็กแก่แดดก็ได้ที่แอบชอบสีครามมาตั้งแต่เด็กแต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อบิดากับมารดาของสีครามเสียชีวิตลง
สีครามปักใจเชื่อว่าการเสียชีวิตของบิดามารดาตัวเองไม่ใช่อุบัติเหตุแต่คือการฆาตกรรม ชายหนุ่มสงสัยในตัวชลาลัยบิดาของเธอเพราะว่าก่อนที่บิดามารดาของสีครามจะเสีย พวกท่านได้ทะเลาะกับบิดาของเธอเรื่องที่ดินที่เกาะแห่งหนึ่ง
ชลาลัยบิดาเธอตั้งใจว่าจะซื้อที่ดินที่เกาะแห่งนั้นและบิดากับมารดาของสีครามก็รับรู้เรื่องนี้ดีแต่อยู่ๆที่ดินที่เกาะแห่งนั้นก็ถูกซื้อตัดหน้าบิดาของเธอไป
บิดาเธอรู้สึกไม่พอใจมากและก็โกรธมากๆเมื่อรู้ว่าสาครบิดาของสีครามเป็นคนที่ซื้อที่ดินที่เกาะแห่งนั้นไปทั้งสองคนเลยทะเลาะกันใหญ่โตพอหลังจากนั้นได้เพียงไม่นานบิดามารดาของสีครามก็เกิดอุบัติเหตุขับรถตกเขาแล้วพุ่งตกลงไปในทะเล
ชลาลัยบิดาของเธอคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเพราะคาดว่าคงเป็นเรื่องที่ดินนั้นที่ทะเลาะกัน สีครามคิดว่าบิดาของเธอคงจะโกรธแค้นมากจึงต้องทำเรื่องแบบนั้น
ชลาลัยบิดาของเธอปฏิเสธทันทีถึงตัวบิดาเธอจะโกรธมากแค่ไหนในเรื่องนี้แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นกับเพื่อนรักได้และตำรวจก็ได้สรุปคดีออกมาว่าไม่ใช่การฆาตกรรมทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ บิดาของเธอพ้นทุกข้อกล่าวหา
แต่ตัวสีครามไม่เชื่อแบบนั้นเขาคิดว่าการที่บิดามารดาของเขาเสียชีวิตมันไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอนและเชื่อว่าอย่างไงชลาลัยบิดาเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สีครามโกรธทุกคนโกรธทุกอย่างรวมถึงตัวเธอด้วย
สีครามประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเราทั้งสองคนทันทีและไม่ว่าอย่างไงเขาก็จะหาหลักฐานมามัดตัวบิดาของเธอให้ได้สีครามปักใจเชื่อจนไม่ยอมมองอะไรเลย
ตั้งแต่นั้นมาสีครามก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เย็นชา นิ่งขรึมใส่เธอ น้องน้อยคำนี้ที่สีครามมักจะชอบเรียกเธอเป็นประจำมันกลับไม่มีอีกแล้วและนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมสีครามถึงบอกว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นลูกคลื่นจึงสะดุ้งตัวออกจากภวังค์ความคิดก่อนที่จะเห็นว่าบิดาของเธอเป็นคนที่มาเคาะกระจกรถ ลูกคลื่นเธอจึงรีบเก็บข้าวของทุกอย่างแล้วรีบลงจากรถทันที
"คุณจ๋าออกมาทำอะไรเหรอคะ?"ลูกคลื่นเอ่ยถามกับบิดาด้วยความสงสัย
"จ๋าออกมาตามลูกคลื่นนั่นแหละได้ยินเสียงรถขับเข้ามาจอดในบ้านแล้วแต่ไม่เห็นลูกคลื่นเดินเข้าไปในบ้านสักที"เจ้าสัวชลาลัยเอ่ยบอก
"ลูกคลื่นแค่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆน่ะค่ะ"
"เป็นอะไรหรือเปล่าลูกคลื่นสีหน้าลูกดูไม่ดีเลยบอกจ๋าได้นะหรืองานที่โรงแรมหนักเกินไป?"เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของลูกสาวเจ้าสัวชลาลัยก็รู้สึกเป็นห่วง
"ไม่ใช่เรื่องที่โรงแรมหรอกค่ะแต่เป็นเรื่องอื่น"
"เรื่องสีครามหรือเปล่า?"
"ลูกคลื่นแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณจ๋าถึงรู้ได้"ลูกคลื่นเอ่ยบอกพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อยไม่มีเรื่องอะไรที่เธอจะสามารถปิดบิดาของเธอได้เลย
"ทำไมจ๋าจะไม่รู้ล่ะก็ลูกคลื่นไปหาสีครามมาทีไรกลับมาก็หน้าหงอยแบบนี้ทุกครั้งไป"
"ลูกคลื่นแค่อยากให้พี่ครามกลับมาเป็นคนเดิมค่ะคุณจ๋า ลูกคลื่นไม่ชอบพี่ครามในเวอร์ชันนี้เลยที่เย็นชา ปากร้าย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พี่ครามจะเลิกคิดแบบนี้กับคุณจ๋าสักที"
"ลูกคลื่นฟังจ๋านะไม่ว่าอย่างไงในสักวันหนึ่งความจริงทุกอย่างมันจะต้องปรากฏขึ้นมาให้สีครามได้เห็นและวันนั้นจ๋าเชื่อว่าสีครามจะต้องกลับมาเป็นคนเดิมของลูกคลื่นอย่างแน่นอน"เจ้าสัวชลาลัยเชื่อมั่นแบบนั้น
"คุณจ๋าไม่โกรธพี่ครามใช่ไหมคะ ที่พี่ครามโทษคุณจ๋า?"
"จ๋าไม่โกรธหรอกถ้าตัวจ๋าเป็นสีครามจ๋าก็คงจะคิดแบบเดียวกันกับสีครามนั่นแหละ"เพราะในวันนั้นวันที่เขาทะเลาะกับสาครเพื่อนรักเรื่องที่ดิน สีครามก็อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วยและเขาก็พูดจาที่ไม่ดีออกไปมากมายเพราะรู้สึกโกรธมาก
"ลูกคลื่นอยากให้ความจริงปรากฏสักทีค่ะ เมื่อไหร่กันนะ"
"อีกไม่นานหรอกเชื่อจ๋าสิ"
"ค่ะ ลูกคลื่นเชื่อคุณจ๋า"
"เราเข้าบ้านกันดีกว่านะ จ๋าทำอาหารเย็นไว้ให้ลูกคลื่นเยอะเลย"
"ค่ะคุณจ๋า"ลูกคลื่นพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้บิดาก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านกับบิดาของเธอ
