เอาฤกษ์ เอาชัย
หลังจากเสร็จสิ้นในส่วนของงานพิธีการใดๆ ของงานศพของพ่อและแม่ของปรากฏ รวมถึงเรื่องเอกสารทางพินัยกรรม เอกสารทายาท ที่พักนี้เขาต้องพบทนายบ่อยมาก พอๆ กับที่ต้องเจอยัยเป็ด...
เขายังไม่ได้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านพ่อแม่ แต่มีแววจะต้องกลับไป ต้องเลิกหลบหลังย่าเพ็ญ และมีการ์ดคือยายผิน เพราะปู่บอกว่าต้องเข้าไปบ้านได้แล้ว
งานที่โรงสีและในส่วนบริษัท เพื่อนทั้งสองตรวจสอบให้ในระดับหนึ่งแล้วไม่มีปัญหา ปรากฏเองไปเรียนรู้งานเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน และคุยกับปู่ว่าจะเข้าไปดูแลอาทิตย์ล่ะครั้ง มีประชุมเขาจะเข้าทุกครั้งไม่ขาด มีไอเดียอะไรบรรเจิดก็นำเสนอได้ เขาแวบความคิดจะเล่นใหญ่ โดยการใช้ความเป็นยูทูปเบอร์ของไอ้เพื่อนซี้ให้เป็นประโยชน์ แต่ปู่เบรกไว้ก่อน ว่ายังไม่พร้อมในระดับโลกขนาดนั้น มันใหญ่ไป...เดี๋ยวค่อยมาว่ากันอีกที ว่าจะใช้ช่องทางนี้ทำอะไรได้บ้าง
เขามีไอเดียตวามคิดอยากทำสถานที่ท่องเที่ยว ให้ไอ้คาร์ลมาโปรโมต มาทำคอนเทนต์ มันจะต้องดีแหละ เขาอาจจะได้ลูกค้ามาแบบเพียบๆ ทำให้เป็นของขึ้นชื่อจังหวัดได้เลย
นี่คือแผนเด็ดที่ปรากฏคิดไว้และพร้อมนำเสนอปู่ชา
แต่ปู่บอกให้พับทุกอย่าง ต้องลุยเลือกตั้ง สจ นี้ก่อน ดีที่วันสมัครยังไม่หมดเขต เอาเขาเสียบได้ทันพอดิบพอดี วันเลือกตั้งนั้นไล่ๆ กับวันทำบุญร้อยวันของพ่อแม่เขา ปู่บอกว่าคะแนนมาน่าจะลอยลำ แต่ประมาทไม่ได้ เพราะพอพ่อกับแม่เขาเสียแบบนี้ คู่แข่งเบอร์รองก็เริ่มทำคะแนน เพราะปรากฏนั้นไม่เป็นที่รู้จัก จะมีบ้างก็คือชื่อเสีย ชาวบ้านไม่ไว้ใจ ไม่น่าเลือก ฉะนั้นปรากฏต้องกู้หน้าตัวเองและสร้างชื่อให้ได้ภายในเวลาสามเดือนก่อนเลือกตั้งนี้
งานแม่งโคตรหิน
แถมโดนปู่ตบกบาลต่อหน้ายัยเป็ดที่ทำตาวาวๆ มองเขา ด้วยสีหน้าที่ หึ...ทำหน้านิ่งแต่ตาเยาะเย้ยอะ เขาดูออก
ปู่สวดเขามาว่าเขามีวีรกรรมวีรเวรอะไรบ้าง เฮ้อ...ปู่ล่ะก็ ตอนนั้นมันวัยรุ่น วัยตามหาความสำเร็จงะ เลยแบบว่าเลอะเทอะไปบ้าง ปู่พาลย่าด้วยที่อุ้มชูกันจนเสียคน เขาสั่งห้ามขาดไม่ให้ย่าโอนเงินให้หลานรักไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น เงินต่อไปนี้ที่ปรากฏจะได้คือเงินเดือน จากการทำงาน...โดยปู่จะเป็นคนจ่ายให้
ตายแน่ไอ้แป๋ง...
ปู่สั่งให้เขาเข้าบ้านใหญ่ และให้ออกหาเสียงกับยัยเป็ด ให้ยัยเป็ดเป็นแบบอย่าง ปู่ว่าหรือจะส่งยัยเป็ดเข้าสมัครแทนเขาดี (เขาแอบยกมือว่าดีครับแป๋งไม่ติด) แต่ปู่ก็ตั้งมั่นแล้วว่าต้องเป็นเขา ต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะย้ายปรากฏไปเป็นเด็กติดรถ ให้ทำหน้าที่ขนข้าว ปู่! ไม่นะนี่หลานนะ ปู่ทำงั้นลงเหรอ
แล้วพอเขาพูดแบบนั้น
คุณชาก็แสยะยิ้มแล้วตอบว่า
หรือเอ็งจะไปแบกปูนก็ได้นะปู่ไม่ติด
ปู่ไม่ติดแต่แป๋งไม่เอาอะ...
เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะไม่ขี่ม้าสามศอกไปฟ้องไอ้ธรณ์ ไอ้ศาสตร์และไอ้หมอ ของานพวกมันทำ ลั่นปากไว้ว่าจะสู้ก็ต้องทำตามนั้น ต้องทำได้สิแป๋ง!
นี่ถ้าเขายอมแต่งกับยัยเป็ดให้มันจบๆ เรื่องราวคงไม่บานปลายมาขนาดนี้ เขาไม่แรดหนีไปนอกทำตัวประชดพ่อแม่ บางทีพวกท่านอาจจะยังอยู่ บางทีการแต่งกับยัยเป็ดอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่เขาจินตนาการไปเองก็ได้นี่หว่า
แต่คนมันฟอร์มไว้เยอะ จะให้มาหักมุม ยอมจำนน มันก็ยังไง
วันนี้เขาย้ายของกลับมาบ้านใหญ่ มากับปู่และย่า ปู่ผู้ยังไม่วางใจว่าหลานจะอยู่ในกรอบข้อบังคับที่ตนวางไว้ ก็เลยมาคุมก่อน ไม่ได้ห่วงหลานตัวดี ห่วงหลานบุญธรรมว่าจะโดนแกล้งน่ะสิ ไอ้แป๋งมันยิ่งตั้งป้อมน้องอยู่
"วันนี้ย่าจะพาป๋องแป๋งไปหาหลวงปู่สบ ไปขอฤกษ์ขอชัยหน่อย" ย่าเพ็ญตื่นมาจัดสำรับอาหาร พร้อมแต่งตัวสวยเช้งตั้งแต่ตีห้า บอกกล่าวหลานรัก และหลานเลี้ยง นางมีแผนบางอย่างในใจด้วย อยากจะเอาดวงทั้งคู่ไปให้หลวงปู่ผูกให้หน่อย
"เอาฤกษ์อะไรหรือย่า"
"ฤกษ์ออกหาเสียง จะให้หลวงปู่ดูดวงให้ด้วย" ย่าเพ็ญปรายหางตาไปทางมทินา ที่นั่งดื่มกาแฟ และไข่ลวกเป็นอาหารเช้าอยู่
"หลวงปู่ดูดวงได้ด้วยหรือย่า เห็นแต่ด่า ไปทีไรก็ด่าผม จนผมไม่อยากไปด้วยล่ะนี่" ปรากฏทำปากเบ้ นึกถึงภิกษุวัยชรา อายุท่านเท่าไหร่แล้วนะ 80 กว่าๆ นั่นแหละ เป็นคนที่ตั้งชื่อให้เขาว่าปรากฏ จากชื่อเดิมพรพันปี เขาเกิดมาตอนแรกได้ชื่อนี้ พ่อเป็นคนตั้งให้ อยากให้เขามีพรที่ดีและอายุยืน หากแต่เด็กชายพรพันปีกลับป่วยออดแอดมาตลอด ย่าเพ็ญร้อนอกร้อนใจกลัวว่าหลานจะตายก่อนโต จากพรพันปี น่าจะเหลือพรไม่เกินปีเลย ตะเวนเอาดวงของปรากฏไปดู ไปผูกอายุผูกขวัญกับสารพัดหมอ ก็ยังไม่ดีขึ้น จนมาเจอหลวงปู่ที่มาธุดงโดยบังเอิญ ตอนหลานอายุสามขวบและกำลังป่วยแซ่วอยู่โรงพยาบาล
ร้อนใจเรื่องหลานรึโยม
หลวงปู่สบว่าเปรย เมื่อย่าเพ็ญเอาของไปถวาย เล่นเอาย่าเพ็ญสะดุ้ง มองพระธุดงค์ด้วยสายตาทึ่งๆ
เจ้าค่ะ หลานชายคนเดียวป่วยกระเสาะกระแสะเหลือเกินค่ะ หลวงพ่อ
ไหนเอาวันเดือนปี ชื่อแซ่มาดูสิ
ย่าเพ็ญเขียนใส่กระดาษส่งให้ ท่านเอาไปเขียนไปโยงอะไรสักหนึ่งในสมุดเล่มเก่า ก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม
ดวงมันแข็ง ดวงมันร้อน ไอ้หนูนี่ โตมาดื้อ ทำพ่อแม่ปวดหัว ต้องตบต้องตี ถึงจะดีได้ ต้องมีเมีย มีเมียแล้วดีเลย ชื่อมันไม่สมพงษ์กับดวง ชื่อใหญ่ไปพรพันปี ชื่อเกินตัว ยิ่งซ้ำดวง
อา...หลวงพ่อช่วยตั้งชื่อใหม่ให้หน่อยได้ไหมคะ?
ย่าเพ็ญนั้นดูทึ่งมากแล้วตอนนี้ พนมมือแต้ หลวงปู่ยิ้มนิดๆ แล้วเอ่ยบอกชื่อใหม่ของเด็กชายให้แก่ย่าเพ็ญ
ให้ชื่อปรากฏ
หืม...แปลว่าอะไรคะ
ปรากฏ แปลว่าเกิด ให้มันเหมือนเกิดใหม่ จะปรากฏร้าย หรือปรากฏดี ต่อไปนี้เจ้าของชีวิตให้มันเลือกเดินเอา พวกโยมสั่งสอนดี มันก็จะปรากฏไปแต่ทางดี แต่ถ้าไม่ตั้งใจสั่งสอน ปลูกฝัง มันก็จะปรากฏไปแต่ทางร้าย เลี้ยงให้ดีเด็กคนนี้ จำไว้ล่ะ
แล้วก็เหมือนกับมนต์วิเศษ
เด็กชายพรพันปีที่นอนแซ่ว สามวันดีสี่วันหามเข้าโรงพยาบาล ใช้ประกันได้คุ้มสุด กลายเป็นเด็กชายปรากฏ ที่ลุกขึ้นวิ่งได้ปร๋อ ทั้งซน ทั้งดื้อ
ย่าเพ็ญจึงยกให้หลวงปู่สบเป็นพระเกจิประจำบ้าน แต่ท่านก็ไม่ค่อยอยู่ติดที่ให้ไปพูดคุยปรึกษา ธุดงค์ไปเรื่อย จนอายุตอนนี้แก่มากแล้วไปไหนไม่ไหว ย่าเพ็ญจึงยกที่ทางให้ท่านได้จำศีล ตอนแรกจะสร้างสถานธรรมยกให้ท่านเป็นเจ้าอาวาส แต่หลวงปู่บอกว่าไม่ชอบคนวุ่นวาย ขอดำรงตนกับความสงบ ย่าเพ็ญเลยให้มีคนดูแลท่าน คอยส่งข่าวว่าหลวงปู่อยู่ดีไหม ป่วยไข้ก็จัดให้ไปหาหมอ ดูแลดั่งญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เพราะนางเชื่อสุดใจว่า หลวงปู่ให้ชื่อใหม่หลานมาเพื่อให้หลานชายของนางรอดพ้นจากความตาย
ทุกคนในครอบครัวนั้นเคารพนับถือท่านมาก แต่หลานตัวดีไม่ค่อยอยากมาหาหลวงปู่ มาทีไรโดนบ่นว่า ก็เป็นอีกคนที่กล้าว่าปรากฏ นอกจากปู่ชา
"ดวงแกที่รอดมาเฉิดฉายทุกวันนี้ เพราะหลวงปู่ให้ชื่อใหม่นะ" ย่าเพ็ญค้อนขวับ ปรากฏยักไหล่ พลางทำปากเบ้
"อ้อ...นี่เองตัวการทำให้ผมมีชื่อพิลึก ชื่อปรากฏ โดนถามตลอดว่าทำไมชื่อนี้"
"ป๋องแป๋ง ตบปากตัวเองสิบทีเลยนะ เพราะชื่อนี้แหละ แกเลยไม่ตาย"
"ย่าอะ เรียกป๋องแป๋งอีกแล้ว เรียกแป๋งเฉยๆ เหอะ" ทั้งชื่อจริง ชื่อเล่นของเขา มันช่าง...ไม่เหมาะกับหนุ่มสุดแบด สุดคลูอย่างเขาจริงๆ สิน่า
"ไปๆ ไปอาบน้ำเตรียมตัว แต่งตัวหล่อๆ ล่ะ หนูมุกไปด้วยกันนะลูก ไปให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์เอาฤกษ์"
"ค่ะ คุณย่า" มทินายิ้มหวานส่งให้กับคุณเพ็ญ แล้ววางแก้วกาแฟลง ก่อนจะขอตัวไปจัดแจงข้าวของที่จะนำไปไหว้หลวงปู่เพิ่มเติม
"ทำไมต้องพกยัยเป็ดไปด้วย" หลานรักงอแง พร้อมกับทำหน้าเอือม ผู้เป็นย่ามองบนก่อนจะหยิกเข้าให้ เจ้าตัวถึงกับร้องจ๊าก
"ต้องพกไปด้วยจะพาไปดูฤกษ์"
"ฤกษ์อะไรล่ะย่า"
"ฤกษ์หมั้น" ย่าเพ็ญเปรย ตามองหลานว่าจะทำหน้าอย่างไร แต่ปรากฏทำเพียงกลอกตา แล้วยักไหล่ ปากขมุบขมิบอ่านไม่ได้ความ ก็นิ่งฟังว่าหลานจะพูดอะไรต่อ
ปรากฏซดข้าวต้มจนหมดชาม ก็ก้มลงมองตนเอง ที่สวมชุดนอนตัวเก่าตัวเก่ง คือเสื้อยืดคอย้วยและกางเกงลายเสือดาวผ้านิ่ม ที่คาดผมหูแมว (น่าจะเป็นของเด็กเอ็นสักคนที่เขาหิ้วมา) คาดไว้กันผมตกลงมาปรกหน้าเพราะพักนี้ผมของเขาเริ่มยาว ก่อนจะลุกขึ้น แล้วจะทำกวนด้วยการไปขึ้นรถด้วยสภาพนั้น แต่ผู้เป็นย่าเปรยมาเสียก่อน
"ไปแต่งเนื้อแต่งตัวดีๆ ป๋องแป๋ง ไม่งั้นย่าจะกระซิบให้หลวงปู่เสกของใส่ท้องแก"
"ย่าอะ..."
"ไม่ต้องมาย่าอะ เอาจริงนะ" ย่าเพ็ญขู่
"หลวงปู่เป็นพระทรงศีล ทำของพวกนี้เป็นที่ไหน" หลานเถียงฉอดก่อนจะกอดอก ย่าเพ็ญนั้นรู้ประวัติของหลวงปู่ดี ทำเสียงฮึ ก่อนจะเริ่มเล่า
"เป็นสิ แกไม่รู้อะไร ตะก่อนหลวงปู่น่ะชื่อสิน เป็นโจรเก่านะ ทั้งปล้นฆ่า ทำของพวกนี้ทำเป็นหมด สายดำขนานแท้เลยล่ะ"
"โหย...แบบ หนังขุนพันธ์น่ะเหรอย่า" ตาเหลือกเลยพอได้ยินแบบนี้ มิน่าหลวงปู่ถึงสักยันต์ทั้งตัวขนาดนั้น เขาเคยได้ยินคนไปขอของขลัง แต่หลวงปู่ไล่เปิด บอกว่าไม่ทำแล้วขงของ
"ใช่ล่ะ"
"แล้วไหงมากลับใจเป็นพระบวชตลอดชีวิตแบบนั้นอะ เงินทองไม่จับสักบาท เข้าแต่ป่า เดินจงกรมมั่ง นั่งสมาธิมั่งทั้งวัน"
"แกไปฆ่ายกครัว แล้วเลยโดนจับ...ตอนติดคุกอยู่ได้คิด พอพ้นโทษออกมา ก็เลยมุ่งหน้ามาทางธรรมเต็มที่เพื่อไถ่บาป เปลี่ยนชื่อเป็นสบ แกว่าไอ้โจรสินมันเป็นศพไปแล้ว ตายไปแล้ว ตอนนี้แกเป็นพระสบ ที่ประสบพบเจอทางธรรมแล้วได้เกิดใหม่ เลยใช้ชื่อสบเรื่อยมา"
"มีลูกนะจะไปให้หลวงปู่ตั้งชื่อให้จริงๆ นะนี่ ตั้งแต่ล่ะชื่อดีๆ ทั้งนั้น แฝงความหมายลึกล้ำจริงๆ "
"ชื่อแกน่ะ ปรากฏท่านก็อยากให้เป็นกลาง เกิดได้ทั้งทางดีและทางชั่ว แล้วแต่ตัวแกทำ..." ย่าค้อนขวับหนนี้ "แกจะปรากฏทางดีหรือทางเลวล่ะต่อไปนี้ หลังจากปรากฏมาแต่ทางเลวมาตลอดชีวิตสามสิบปีของแกน่ะ หึ!"
"โธ่ย่า..." ปรากฏโอด แล้วไปกอดย่าของเขา "ปรากฏแต่ทางดีสิครับ ก็สัญญาแล้วอะ"
"งั้นก็รู้นะว่าควรทำยังไง"
ปรากฏยิ้มอ่อน สายตาสำนึก ก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ย่าเพ็ญถอนใจเฮือกใหญ่ มองตามหลังตัวแสบไป อยากจะรู้เหมือนกันว่า มันจะเปลี่ยนได้กี่นาที
