บท
ตั้งค่า

คำสัญญาที่จะต้องทำให้ได้

ในที่สุดความตายก็ไม่อาจจะรั้ง

ทายาททั้งสองโศกเศร้ากับการจากไปของพวกท่าน ปรากฏ ที่ปรกติเป็นคนไม่ค่อยสลดกับสิ่งใด แต่งานนี้เขาร้องไห้บ่อย จนต้องหลบไปซบเพื่อนทั้งสาม อย่างคมธรณ์ ทิวา และศาสตร์ ที่ปากก็ซ้ำบ้างปลอบบ้าง อย่างที่รู้กัน คนอย่างแป๋งไม่ตบไม่ตีบางทีก็ไม่ค่อยสำนึก

แต่งานนี้ยิ่งกว่าสำนึก อาจจะถึงขั้นเปลี่ยนสันดาน

เขาเฝ้าแต่โทษตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาเป็นคนชั่ว ที่ประชดพ่อแม่จนหนีเตลิดไปแบบนั้น ถ้าเขาอยู่ เป็นคนที่เลิกนิสัยเสียข้อนี้ ช่วยพวกท่านดำเนินงานธุรกิจ เรื่องการเมือง ให้พวกท่านได้ผ่อนใจบ้าง ว่าเขาเป็นลูกชายที่เอาไหน ไม่ใช่ผลาญไปวันๆ ปรากฏนั้นอยู่บนกองเงินกองทองมาตั้งแต่จำความได้ เป็นคนไม่รู้คุณค่าของเงิน ไม่เคยตกยากลำบาก มีกินมีใช้มาตลอด และโดนสปอยล์จากญาติผู้ใหญ่อีก ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่

เพื่อนซี้ทั้งสาม คมธรณ์นั้นก็เรียนจบวิศวะ ปริญญาสาขาเดียวกับปรากฏ แต่พ่อเจ้าประคุณปรากฏนั้นเรียนกว่าจะจบ ก็ต้องถึงกับจ้างกัน และเรียนสามมหาวิทยาลัยถึงจะจบ ไม่ใช่ว่าหัวไม่ดีเข็นไม่ไป แต่ขี้เกียจและเมามัวอบายมุกอยู่ ชดเลยกัดฟันจ้างไอ้ลูกบ้าไปสิบล้าน มันถึงเอาปริญญามาแลก

ศาสตร์ทำงานการเงิน ส่วนหมอทิมเป็นแพทย์สูตินารีที่มีชื่อสำคัญในระดับต้นๆ ของวงการแพทย์ทั้งที่อายุยังน้อย แต่ก็เป็นอาจารย์หมอแล้ว

ตัดภาพมาที่พ่อหนุ่มปริญญาจ้าง ยังเอวัง ร่อนเร่ กวนตีนพ่อแม่บ้าง ไปอ้อนย่ากับยายขอเงินบ้าง ย่าเพ็ญนี่ยิ่งเป็นแหล่งสูบเงินของปรากฏเลยก็ว่าได้ หลานขอเท่าไหร่ ให้เท่านั้นไม่เคยให้ขาดให้อด

การจากไปของบิดามารดาของเขา ทำให้ชายหนุ่มผู้ลั้นลาหงอย...จ๋อยหนัก สำนึกรักพ่อแม่ปู่ย่าตายายขึ้นมาในทันที

"กูกับไอ้ทิมอาจจะต้องกลับก่อน ไอ้ธรณ์ก็อยู่กับมึงได้ไม่นาน" ศาสตร์ว่า ตอนนี้จบจากงานฌาปณกิจของท่านทั้งสองแล้ว แขกเหรื่อมากมาย เพราะชดนั้นเป็นถึง สจ. มีคนนับหน้าถือตา เคารพรักใคร่ทั้งจังหวัด กว่าจะจบงานก็เล่นเอาเหนื่อยล้า หนุ่มๆ มารวมตัวกันที่บ้านย่าเพ็ญ เพราะตอนนี้ปรากฏปักหลักที่นี่ยังไม่ได้กลับบ้านตัวเอง

ตระกูลดรุณทองในจังหวัดนี้ไม่ใช่เล็กๆ เพราะคนรู้จักทั่ว มีอิทธิพลในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ในวงการการเมือง มักมีนามสกุลนี้ปรากฏอยู่เสมอ เรียกได้ว่าบ้านใหญ่ ไม่มีใครโค่นลง มาตั้งแต่รุ่นปู่

สจ ชด ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใหญ่ แต่ยังงัดกับพวกพรรคใหญ่ได้ ต้องเรียกได้ว่าไม่ธรรมดา ต่อให้หอบเงินมาซื้อเสียงเป็นฟ่อน ก็เอาตระกูลนี้ไม่ลง เขามีแผนจะส่งลูกเข้าพรรคการเมืองหนึ่งที่กำลังมาแรงในหมู่ประชาชน แต่ก็ต้องมีอันไม่ได้ทำ เพราะว่าพ่อตัวดีทำตัวแบบนี้ คนมาทำงานการเมือง ต้องใจพร้อม กายพร้อม และมีจิตอาสา แต่ปรากฏไม่มีสักอย่างที่กล่าวมาเลย

ลูกสาวบุญธรรมอย่างมทินาเสียอีก เป็นเลขาส่วนตัวของ สจ ชด ที่ชาวบ้านเริ่มมองเห็นตัวตน คนแก่คนเฒ่านั้นรักน้องมุกมาก ไปหาเสียงทีมีแต่เสียงเรียกชื่อ รวมไปถึงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ด้วย ที่ชื่นชอบในความสวยสง่าของเธอ

รู้กันว่าตระกูลดรุณทองฝั่ง สจ ชด มีปรากฏเป็นลูกชายคนเดียว ส่วนมทินาเป็นเพียงลูกบุญธรรม

เด็กที่นิภาพรเก็บมาจากการไปทลายร้านคาราโอเกะ ที่ลอบขายบริการ มทินาถูกเจอในห้องขังเล็กๆ เต็มไปด้วยร่องรอยการทำร้าย พวกสารเลวจะบังคับเธอไว้ขายความบริสุทธิ์ใหักับเสี่ยเงินหนา เพราะมทินาหน้าตาสวยเป็นลูกครึ่ง ยายแท้ๆ ของเด็กหญิงขายเด็กหญิงแลกกับเงินก้อนโต เนื่องจากลูกสาวที่เป็นแหล่งเงินทองนั้นตายเสียแล้วที่ต่างประเทศ เพราะไปทำงานนวดและถูกคนร้ายปล้นฆ่า...ความที่ลักลอบเข้าเมือง ทำให้เรียกร้องค่าเสียหายกับใครก็ไม่ได้ ยายบูรณ์เลยตกลงใจว่า จะปล่อยไว้แบบนั้นแหละ เพราะเอากลับมาก็ไม่ได้เงิน แถมจะเสียเงินมากมายอีกด้วย

มทินาเกิดมาจากความพลาด ตอนที่บุญสวยไปทำงานที่พัทยา ผู้ชายฝรั่งคนหนึ่งในคืนที่กึ่มๆ เปลี่ยวใจเคลิ้มไปกับความหล่อ โดยลืมป้องกัน แถมให้ฟรีอีกต่างหาก เจ็บใจที่พลาดจนได้ลูกติดท้อง เงินก็ไม่ได้ ผู้ชายหล่อฝรั่งขี้นกคนนั้นก็หายสาบสูญ เพื่อนก็ล้อว่าฝรั่งไม่ใช่นิพพานสำหรับทุกคนนะนังสวย หิวกล้วยไม่ดูให้ดีๆ เอวังเลยจบที่ป่อง

บุญสวยหอบหิ้วมทินามาทิ้งไว้กับแม่ แล้วไปร่อนเร่ทำงานของตัวเองต่อ ส่งเสียบ้างไม่ส่งเสียบ้าง ยายบูรณ์นั้นพื้นฐานจิตใจไม่ใช่คนอ่อนโยนรักเด็กอะไรนัก ถ้าต้องเลี้ยงนังแหม่มแล้วอดตาย จะเลี้ยงทำไมให้ตัวเองตายล่ะ รับไว้เพราะจะได้เงินจากแม่มันบ้าง เลี้ยงตามบุญตามกรรมโดยแท้ แหม่มโตมาจากป้าข้างบ้านของจริง พิมนั้นคอยให้ข้าาวให้น้ำเด็กน้อย ให้เงินบ้างเวลาให้มาช่วยงานเล็กน้อยๆ เพราะแกสงสารเอ็นดูเด็กหญิง ที่เห็นเค้าความสวย และดูจะเป็นอันตรายถ้ายังอยู่กับยายบูรณ์ต่อไปจนสาว

อายุเพียงสิบขวบก็ถูกขายมาให้กับซ่องที่นี่ พิมพลาดตานิดเดียว...ส่วนยายบูรณ์หอบเงินหมื่นหายวับ...เพราะกลัวเวลาที่พิมขู่ว่าถ้าเห็นหลานเป็นอะไรจะแจ้งตำรวจ และจะขอแหม่มมาดูแล ยายบูรณ์ดูแลไม่ได้เดี๋ยวพิมที่เป็นสาวโสดจะเอามาเลี้ยงเอง ยายบูรณ์ตอนแรกจะให้ แต่พอมีคนมาทาบถามพร้อมเสนอเงินห้าหมื่น ใครจะไม่เอาล่ะ เดี๋ยวค่อยหลอกนังพิมว่า แม่มันมาเอาไปแล้วจะได้ไม่แจ้งตำรวจ ยายบูรณ์คิดแบบคนเจ้าเล่ห์ เรื่องที่ลูกสาวตายยังไม่มีใครรู้ เพราะยายบูรณ์ห่วงหน้าตาว่าถ้าคนรู้ว่าลูกตายแล้วไม่ไปเอาศพกลับมา คนจะนินทาว่าแกได้

คนอย่างยายบูรณ์กลัวคำนินทา แต่ก็ร้ายเหลือ

แหม่มเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ตั้งแต่วันที่นิภาพรไปรับมาและเอามาชุบเลี้ยง

เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เป็นมทินา พร้อมกับตั้งนามสกุลใหม่ให้

มทินาจึงได้ปณิธานกับตนเองว่า เธอจะตอบแทนคุณแม่คุณพ่อทุกทางทุกความสามารถที่เธอมี

การมาอยู่บ้านดรุณทองนั้นไม่ง่ายเมื่อเธอเจอลูกชายคนเดียวของบ้านอย่างปรากฏ...

"อยู่กับกูอีกสักหน่อยไม่ได้เหรอ" ปรากฏทำเสียงออด มองหน้าคมธรณ์ สลับกับศาสตร์ ถ้าเขาจะทำธุรกิจต่อบิดา เขาก็ต้องใช้กูรูคือสองคนนี้

(ถ้าหมอทิมรู้ว่าตัวเองไร้ประโยชน์กับเพื่อนก็คงมีงอนแหละ...)

"กูมีลูกกับเมีย พ่อ ธุรกิจต้องไปดูแล กูอยู่กับมึงนานไม่ได้จริง แต่นครปฐมกับบ้านกูใกล้กันแค่สองสามชั่วโมง มึงต้องการกูเมื่อไหร่ กูก็พร้อมจะมา" คมธรณ์รับปากเพื่อน ปรากฏหน้าหงอย

"มึงโตแล้วไอ้แป๋ง บางอย่างมึงแค่เรียนรู้จากพวกกู ใช้สมอง แล้วก็ลองทำ" ศาสตร์เสริม เข้าใจเพื่อนเหมือนกัน แต่ตัวเองก็มีภาระเช่นกัน อีกอย่างคืออยากให้เพื่อนเติบโต ถ้ามามัวแต่อุ้มชูช่วยกัน เมื่อไหร่ปรากฏจะได้เรียนรู้

"กูมีนะสมอง" คนปากดียังไม่วายแย้ง

"กูรู้ว่ามีแต่มึงเอาไปใช้แต่ไอ้เรื่องไม่สมควร" คมธรณ์ว่า เลยโดนเพื่อนมองแล้วทำตาถลึงใส่เถียงไม่ได้เลยสักคำ ตอนนี้เพื่อนแย่ ก็ต้องกระตุกจิตกระชากใจ คนอย่างไอ้แป๋งต้องดึงแรงๆ เสียด้วย ไม่งั้นต่อมสำนึกไม่แตก

"เอ่อ...จะด่าอะไรอีกปะ"

"มึงอะ ควรดีกับน้องมุก" ศาสตร์เสริม "เพราะเหลือกันแค่นี้แล้ว หัวเรี่ยวหัวแรง แล้วมีอะไรก็มาปรึกษาพวกกู พวกกูพร้อมเซอร์วิสตลอด กรุงเทพฯ นครปฐมก็แค่ปากซอย"

"ถ้านกเขามึงไม่ขัน มึงก็เรียกกูได้" หนนี้หมอทิมได้ซีน นำเสนอสิ่งที่ตนถนัดบ้าง ปรากฏมองเพื่อนแล้วกลอกตา

"เอ่อ...ถ้ากูอยากลงทุนเรื่องคลินิคจู๋จิ๋มกูจะเรียกมึงมาทำด้วย โอเคปะ ไอ้หมอ"

"โอ...กูมาหามึงเหมือนพวกไอ้ศาสตร์ไม่สะดวกอะสิ กูมีสัญญาใจกับคณะบริหาเรื่องการสอน" หมอทิวาถอนใจ ในบรรดากลุ่มเพื่อน หมอทิมเรียกได้ว่ารายได้น้อยสุด แถมยังติสต์อีกต่างหาก ทั้งที่ควรจะรวยไปนานล่ะ แต่เขาก็สะดวกใจที่จะทำแบบนี้

"เออ ขอบคุณในความหวังดี แต่นกเขากูน่ะขันตลอด"

"กูจะอยู่กับมึงโดยเข้าไปดูงานคร่าวๆ ที่โรงสีให้ ส่วนอาทิตย์หน้าไอ้ศาสตร์จะไปดูพวกระบบบัญชีกับงานรับเหมาให้ มันถนัดเงินๆ ทองๆ กว่ากู"

"กี่วัน"

"ก็อาทิตย์หนึ่ง" คมธรณ์ถอนใจ เขาใจอ่อนกับมันทุกทีสิน่า โตมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ยิ่งกว่าพี่น้อง เมียที่ได้มาเป็นแม่ทูนหัวทุกวันนี้ ก็มันนี่แหละ อุ้มสมมาให้

"สองอาทิตย์ได้บ่" ปรากฏทำเสียงอ่อย

"อาทิตย์เดียวก่อน ถ้ามันไม่เข้าระบบกูจะอยู่ต่อ ถ้าเรียบร้อยกูจะกลับ"

ปรากฏพยักหน้าอย่างเข้าใจ เย็นนั้นหนุ่มๆ ที่เคยรวมกันทีไรปาร์ตี้ไม่ขาด ก็เปลี่ยนเป็นแค่ปาร์ตี้น้ำเปล่าและขนมฝีมือย่าเพ็ญแทน เพราะสถานการณ์แบบนี้ใครมันจะไปปาร์ตี้ลง

คืนนั้นย่ากับปู่เรียกเขาไปคุย...เขาหอบไอ้ธรณ์กับไอ้ศาสตร์ไปด้วย เพื่อเป็นเครดิตว่า เขามีคนถนัดงานธุรกิจมาช่วย เขาตั้งใจจริงจังในการมาสืบต่องานของพ่อ

"ไอ้เรื่องงานน่ะ แกยังไม่ต้องห่วงหรอก แป๋ง คนเก่าคนแก่เขาก็พอดูแลกันได้อยู่ ปู่จะคอยวนไปดูแลให้ แต่ปู่มีเรื่องด่วนมากกว่า ที่แกจะต้องทำ"

"เรื่องอะไรครับ"

"เรื่องสมัคร สจ ต้องรีบเดี๋ยวจะไม่ทันสมัยนี้" คำตอบของปู่เล่นเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลาย ส่วนหนุ่มๆ ทั้งสองมองตากัน ถ้าแบบนี้ เห็นทีจะช่วยไม่ได้ว่ะเพื่อน ไม่มีประสบการณ์เลย

"อ้า..." ปรากฏอ้าปากหวอ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก นึกสภาพตัวเองไปทำงานแบบนั้นไม่ออกจริงๆ

"สัญญากับปู่" คุณชาจ้องหน้าหลานชายคนเดียว ด้วยสายตาเอาจริงเอาจัง

"สัญญาอะไรครับ"

"แกจะต้องคว้าตำแหน่ง สจ สมัยนี้มาให้ได้ น้องมุกจะเป็นมือขวาให้ ตั้งแต่พรุ่งนี้กลับไปที่บ้านโน้น แล้วห้ามทะเลาะ กวนตีนน้องมุก ห้ามปาร์ตี้ ห้ามเด็กเอ็น ห้ามสำมะเลเทเมา"

ห้าม...ไม่ได้ขอ

ห้ามก็คือห้าม แปลว่างดและต้องทำ

ปู่หลานสบตากัน ก่อนที่ปรากฏจะตอบรับเสียงหงอยๆ ไม่เหมือนปรากฏคนเดิม ที่โดนบังคับแล้วจะวีนแตก ไม่สนหน้าใครทั้งนั้น

"ได้ครับ"

เพื่อนทั้งสองมองตากันอีกหนแล้วขยิบตาให้กัน

เอาว่ะ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นเรื่องดีกับความเปลี่ยนแปลงของปรากฏ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel