บท
ตั้งค่า

๕ โลกแตกสลายลงตรงหน้า (๓)

“ฝันดีนะอัญ” คิดจะเดินกลับห้องในตอนแรกแต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาบอกหญิงสาว พร้อมยกมือลูบศีรษะมนด้วยความเอ็นดู ทั้งสองสบตากันนิ่งก่อนเขาจะยอมปล่อยเธอให้เข้าห้อง ถึงจะเสียดายเพราะอยากมองใบหน้าสวยให้นานกว่านี้แต่ก็รู้ดีว่าหล่อนต้องการเวลา

จึงไม่อยากเร่งรัด เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้วตนจะเป็นฝ่ายถูกเลือกแน่นอน...

การที่หล่อนไปนอนบ้านเขาทำให้สามารถไปส่งหญิงสาวถึงสถานศึกษาได้โดยไม่ลืมแวะไปส่งเธอหน้าบ้านเพื่อเก็บข้าวของตอนคนในครอบครัวไม่อยู่ อัญชิสาบอกว่าขออาศัยบ้านเขาหนึ่งสัปดาห์เพื่อใช้เวลาในการตั้งหลัก แล้วจะกลับไปเผชิญกับความจริง

ซึ่งตนก็ไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น...

แต่คิดว่าคงจะหนักสำหรับหล่อนพอสมควร ไม่อย่างนั้นคนที่แข็งแกร่งคงไม่ร้องไห้ให้กันเห็นหรอก คิดแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ดีจังเลยได้มาทำงานพร้อมกัน” ยิ้มมีความสุขหลังจากไปรับเธอมาที่โรงแรมเพราะหญิงสาวไม่มีรถมอเตอร์ไซค์และเพื่อนที่มักจะมาด้วยกันก็ไม่ว่าง หน้าที่สารถีจึงตกเป็นของธนนท์ปภพไปโดยปริยาย แล้วเขาก็มีความสุขเป็นอย่างมาก

เธอเดินเข้ามาในโรงแรมกับผู้บริหารระดับสูง พนักงานหลายคนหันมามองอย่างสนใจ จนหล่อนนึกกังวลจึงได้ถาม กลัวว่าบุพการีของเขาจะทราบว่ามายุ่งกับผู้หญิงอย่างหล่อน นอกจากไม่มีประโยชน์ใดให้ชายหนุ่มแล้วยังจ้องจะเกาะเป็นปลิงอีกต่างหาก

คิดแล้วก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเอง...

“อัญไปรบกวนแบบนี้พ่อกับแม่พี่ไม่ว่าเหรอคะ”

“ไม่หรอก ท่านไปต่างประเทศอีกสัปดาห์กว่าจะกลับ อีกอย่างพี่ก็บอกพวกท่านแล้ว แม่ยังบอกเลยว่าอยากรีบกลับมาเจออัญ” เพิ่งทราบว่าพวกท่านออกนอกประเทศเมื่อช่วงเช้านี้เอง นึกว่าไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัดแล้วจะกลับวันนี้

แต่เหมือนบิดาจะพาภรรยาสุดที่รักไปท่องเที่ยวเพราะฝากงานทุกอย่างไว้กับเขาหมดแล้ว ชายหนุ่มยินดีเป็นอย่างมากที่จะทำงานแล้วให้พวกท่านได้พักผ่อนเที่ยวอย่างมีความสุข อีกทั้งเขายังอยากใช้เวลากับอัญชิสาตามลำพังในบ้านของเรา

คล้ายคู่รักข้าวใหม่ปลามันเลย...ตอนนี้ก็รอเพียงแค่ให้หล่อนตอบรับการขยับสถานะของเราเท่านั้น

“พี่ไปทำงานก่อนนะ ถ้าอัญเลิกงานแล้วขึ้นไปหาพี่บนห้องได้เลย” มาส่งเธอถึงด้านหลังห้องจัดเลี้ยงเพื่อที่หล่อนจะได้แต่งตัวพร้อมสำหรับการแสดง

อยากลูบศีรษะมนหรือดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็ไม่กล้า เลือกจะมองใบหน้าหวานแล้วโบกมือลา วันนี้งานค่อนข้างเยอะคงไม่ได้ลงมาดูหล่อนร่ายรำจึงนึกเสียดาย แต่เย็นนี้ก็ต้องกลับบ้านพร้อมกันเหมือนเดิมจึงยังคงยิ้มกว้างมีความสุข

“ค่ะ” เธอโบกมือลาเขาเช่นเดียวกัน มองแผ่นหลังกว้างที่ค่อยเลือนลับไป แววตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสุข ค่อยเดินเข้าไปเตรียมตัวสำหรับการแสดงที่เธอรักหนักหนา

ไม่นานนักทุกอย่างก็จบลง เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาสวมชุดไปรเวทเหมือนเดิมแล้วโบกมือลากับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเข้ามาถามเรื่องของธนนท์ปภพทำให้เธอนึกสงสัยเหมือนกัน เตรียมคำตอบเอาไว้แล้วว่าจะให้เขาเป็นพี่น้องเพราะยังไม่ได้ระบุสถานะ แม้ใจจริงจะอยากเป็นมากกว่านั้นแต่ทุกอย่างยังไม่ลงตัว ก็คงต้องเป็นแค่พี่น้องไปก่อน

หล่อนเชื่อว่าในสักวันเรื่องของเราต้องพัฒนาอย่างแน่นอน

กำลังจะเดินไปกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาเขาที่ห้องทำงาน กลับถูกเรียกเอาไว้จึงได้หันไปมอง ก่อนนัยตาสีอ่อนจะเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ทำให้ตนต้องออกจากบ้าน เผลอแสดงสีหน้าบึ้งตึงออกไปไม่พร้อมจะต้อนรับคนเป็นน้อง ต่างจากอรสินีที่มีสีหน้าสำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด ขยับเข้ามาใกล้พี่สาวพร้อมกับดวงตาที่เริ่มแดง

“พี่อัญ” เรียกคนอายุมากกว่าด้วยเสียงสั่นเครือ

“อร...มาทำไม” ความโกรธคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าน้องสาวมาหาตนถึงที่นี่ ปกติจะไม่เห็นอรสินีเข้าหาก่อนเท่าไหร่ ถึงจะเป็นฝ่ายผิดก็มักจะทำให้ตัวเองถูกเสมอ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่น้องเป็นคนเข้าหาหล่อนก่อน

“อรมาขอโทษ พี่อัญอย่าโกรธอรเลยนะคะ อรผิดเองที่ปากไม่ดีพูดไปแบบนั้น อรสำนึกผิดแล้ว...” พูดจบน้ำตาเม็ดใหญ่ก็ไหลลงจากดวงตาทำให้คนที่มองถึงกับนิ่งค้าง ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ถึงขั้นทำตัวไม่ถูก ค่อยก้าวเข้ามาตบบ่าน้องพร้อมเอ่ยประโยคที่เรียกรอยยิ้มให้คนตรงหน้าได้

“อือ ไม่โกรธหรอก” ถึงจะมีความโกรธหลงเหลืออยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นว่าอรสินีสำนึกผิดแล้วยังมาขอโทษเองถึงที่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องโกรธเคืองสักนิด ตัดสินใจปล่อยวางแล้วบอกกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

ถึงไม่ได้เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงไม่คิดจะตัดขาดเพียงเพราะเรื่องผู้ชาย

“จริงนะ” เช็ดน้ำตาลวกๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จริง” พยักหน้าเพื่อเป็นการย้ำอีกครั้ง คราวนี้น้องสาวแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เข้ามากอดแขนพี่สาวพร้อมกับชวนไปรับประทานอาหารด้วยความสนิทสนม

“เย้! งั้นเราไปกินข้าวกันนะคะ” ความโกรธหายไปทำให้มองอรสินีได้เต็มตาอีกครั้ง แต่เมื่อถูกชวนไปกินข้าวกลับต้องชะงัก เมื่อหล่อนมีนัดกับธนนท์ปภพจึงอยากจะขึ้นไปหาเขาก่อน

“แต่พี่...”

“ไปเถอะนะ เดี๋ยวอรเลี้ยงเอง” โน้มน้าวพลางกระพริบตาปริบกลายเป็นน้องน้อยของพี่ ไม่เคยทำกริยาเช่นนี้มาก่อนจนหล่อนไม่อยากเชื่อว่าการโมโหครั้งนั้นจะนำมาซึ่งน้องสาวผู้แสนน่ารัก แล้วอย่างนี้ตนจะปฏิเสธได้อย่างไร

เพราะอยากได้รับความรักจากคนในครอบครัวมาโดยตลอด...

เลือกไปรับประทานอาหารที่ร้านใกล้โรงแรมเพราะราคาที่ค่อนข้างถูก ระหว่างกินก็คุยกันไปพลางโดยที่น้องสาวพยายามหาเรื่องชวนคุยตลอด ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุขโดยที่เธอไม่คาดคิดเลยว่าต่อจากนี้จะเจอเรื่องเลวร้ายมากเพียงใดเกิดขึ้นกับตัวเอง

“เฮ้อ อิ่มจังเลย” หล่อนเป็นคนจ่ายค่าอาหารเพราะน้องสาวยังไม่ได้มีเงินมากมายนัก อีกทั้งช่วงนี้ทางบ้านก็เจอเรื่องหนักจึงไม่อยากรบกวนเงินในกระเป๋าของคนอายุน้อยกว่า เธอจัดการทั้งหมดด้วยตัวเองแล้วเดินตามมาสมทบกับอรสินี รับน้ำส้มจากอีกฝ่ายมาดื่มจนหมดขวดแล้วนำไปทิ้ง

“พี่กลับบ้านเลยไหม” น้องสาวขับรถมอเตอร์ไซค์มาที่โรงแรมจึงคิดจะกลับด้วยกัน รถสาธารณะรอนานและไม่ได้ผ่านบ้านหล่อนโดยตรง ส่วนใหญ่จึงใช้มอเตอร์ไซค์มากกว่า ส่วนรถยนต์หล่อนขับได้แต่ยังไม่เก่งอีกทั้งมีแค่คันเดียวส่วนใหญ่บิดาก็ใช้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel