๕ โลกแตกสลายลงตรงหน้า (๔)
“เดี๋ยวพี่ต้องไปบอกพี่หนึ่งก่อน รบกวนเขาไว้...” คิดจะกลับไปหาคนที่คอยให้ความช่วยเหลือกันมาตลอด อรสินีได้ยินอย่างนั้นก็เหมือนเพิ่งึกบางอย่างออก
“อ่ะ จริงด้วย...อรเปิดห้องไว้กะจะมานอนที่โรงแรมเพราะรอง้อพี่อัญ ยังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าเลยพี่อัญไปเก็บเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม” ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะมุ่งมั่นขนาดนี้ ถึงขั้นมาเปิดห้องในโรงแรมหรูเพื่อง้อเธอโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากพยักหน้าตอบรับ
“ได้”
“ขอบคุณค่ะ!” ทั้งสองจึงได้ขึ้นไปยังห้องพักของโรงแรมเพื่อเก็บเสื้อผ้าของอรสินี
“พี่อัญนั่งรอก่อนนะ เก็บของไม่นาน”
เข้ามาในห้องก็นึกสงสัยเพราะทุกอย่างเหมือนไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน หล่อนไม่ได้ถามออกไปเลือกจะนั่งลงที่โซฟาตามคำแนะนำของน้อง มองอีกฝ่ายเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วตาก็เริ่มปรือ รู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ อาจเพราะกินอิ่มเกินไปหรือเปล่า แต่สุดท้ายเธอก็ค่อยปิดเปลือกตาลงพร้อมตอบรับคำพูดของอีกฝ่าย
“โอเค” เอนศีรษะพิงพนักโซฟาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่รับรู้สิ่งรอบข้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้าง
เสียงที่ดังรบกวนการนอนของหล่อนจนต้องเปิดเปลือกตาอย่างเชื่องช้า มองเพดานที่ต่างจากทุกวันก็ขมวดคิ้วสงสัย อยากลุกนั่งแต่รู้สึกมึนหัวจนต้องหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนสัมผัสได้ถึงผ้าห่มที่คลุมกายโดยไม่มีอาภรณ์ใดปิดกั้นไว้ หลงเหลือเพียงแค่ชุดชั้นในด้านบนและด้านล่างเท่านั้นจนเธอถึงกับต้องเปิดผ้าห่มดูว่ายังใส่เสื้อผ้าครบหรือเปล่า
“นี่มันอะไร...” ลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก
ผุดลุกนั่งบนเตียงอย่างรวดเร็วแล้วหยิบชุดมาสวม ก่อนหันไปมองตามเสียงเปิดประตูห้องน้ำก็พบผู้ชายที่ไม่คุ้นหน้าเดินออกมา กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งจนต้องรีบยกมือปิดจมูก เธอก้าวถอยหลังก่อนเท้าจะเหยียบถุงยางอนามัยใช้แล้วที่หล่นอยู่บนพื้น ค่อยหันไปมองเตียงแล้วเจอหยดเลือดสีแดงเด่นชัดท่ามกลางผ้าสีขาว
หล่อนแทบทรุดลงบนพื้นแต่ยังเลือกจะหยัดยืนไว้ ไม่เชื่อว่ามันคือความจริงอาจเป็นแค่ภาพลวงตาก็ได้ แต่ทุกอย่างก็ชี้ชัดไปในทางเดียวจนเธอน้ำตาคลอเบ้า นึกเกลียดร่างกายตัวเองขึ้นมาก่อนตะโกนถามฝ่ายนั้นเสียงดัง
“นาย นายเป็นใคร!” ชี้หน้าชายแปลกหน้า แต่เจ้าตัวกลับไม่สะท้าน เดินเข้ามาหมายจะกอดเธอแต่ร่างบางก็รีบวิ่งหนีแล้วคว้าโคมไฟเป็นอาวุธ เพื่อเป็นการบอกว่าหากเขายังก้าวเข้ามาใกล้อีกหล่อนจะเอามันฟาดหัวเขาอย่างแน่นอน
“ตื่นแล้วเหรอเมียจ๋า” เขาจึงไม่เดินเข้ามาใกล้แต่เลือกนั่งลงบนโซฟา สวมเพียงชุดคลุมของโรงแรมเพียงอย่างเดียว นึกมึนหัวเหมือนกันเพราะดื่มแอลกอฮอล์ไปเยอะพอสมควร เพิ่งตื่นก่อนหล่อนไม่นานนี่เอง
“หมายความว่ายังไง” ถามเสียงสั่น หัวใจหล่นไปกองอยู่ที่พื้นพร้อมกับมือเท้าที่เย็นเฉียบ
“ก็ตอนที่รักหลับ ผมได้ทำการลักหลับที่รักแล้วไงครับ” พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติทั้งที่สำหรับเธอมันคือเรื่องใหญ่ อัญชิสาถึงกับก้าวถอยหลังแล้วส่ายหน้าไม่อยากเชื่อกับคำพูดนั้น เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จึงปล่อยมันไหลลงมา
“ไม่ ไม่จริง” พึมพำตอบกลับเหมือนคนสติแตก
“เอาคลิปไปดูไหมล่ะ หรือจะเป็นรูปของเราดีนะ...ครั้งแรกเหรอ มีเลือดเปื้อนที่นอนด้วยอ่ะ” ชะโงกไปดูเตียงนอนแล้วถาม แต่เธอไม่คิดจะตอบนอกจากยืนร้องไห้ด้วยความเจ็บแค้นและอดสูในชะตากรรมของตัวเอง ส่ายหน้าไปมาไม่อยากเชื่อว่ามันคือความจริง แต่หลักฐานทุกอย่างก็ชี้ชัดแล้วจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้
ว่าเสียตัวให้คนแปลกหน้า...
“ฮึก” ร้องไห้สะอื้นตัวโยน พยายามก้าวหลบคนตรงหน้าก่อนเช็ดน้ำตาของตัวเองออก ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแล้วเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างไร แต่หล่อนเชื่อว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ก่อนจะหลับจำได้ว่าอยู่กับน้องสาว
เพราะฉะนั้นคนที่ทำเรื่องนี้คงไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากคนใกล้ชิดที่ถือเป็นครอบครัวของตัวเองอย่างอรสินี...
ที่เข้ามาหาไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดแต่ต้องการทำให้เธอย่อยยับต่างหาก พี่น้องเขาทำแบบนี้กันได้เหรอ!
“โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะคะ ผมสัญญาจะไม่เปิดโปงแน่นอน...แต่ที่รักต้องทำตามคำสั่งของผมเข้าใจไหม” ใช้ช่วงที่เธออ่อนแอตรงเข้ามาดึงร่างบางไปโอบกอดไว้ หล่อนพยายามดิ้นให้หลุดก่อนกระทืบเท้าอีกฝ่ายจนสุดท้ายก็ถูกปล่อย นึกรังเกียจร่างกายของตัวเองจนอยากอาเจียน ไม่อยากมองคนตรงหน้าแต่ก็ถูกกักขังไว้ในห้องนี้
“ตอบสิครับ ไม่งั้นคลิปของเราจะหลุดเป็นสาธารณะแล้วนะ” เบิกตากว้างไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถ่ายคลิปไว้ด้วย กลัวสุดหัวใจว่ามันจะหลุดไปแล้วคนอื่นเห็น ในหัวของเธอแทบประมวลผลไม่ได้นอกจากความกลัวที่เกาะกินใจ
สุดท้ายก็เลือกจะตอบในลำคอแล้วก้าวถอยห่างจากผู้ชายคนนั้น เธอถูตามแขนของตัวเองด้วยความรังเกียจ น้ำตายังคงไหลไม่หยุดก่อนจะรีบปาดมันออกรวดเร็ว ในหัวคิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและแน่นอนว่าเธอรับไม่ได้
“อือ”
ความสาวที่สงวนไว้เพื่อให้คนที่รัก กลับถูกพรากไปเพราะน้องสาวที่โกรธแค้นกัน ทั้งยังมาเจอกับผู้ชายชั่วช้าเลวทรามบันทึกคลิปเอาไว้อีกต่างหาก เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร ทุกอย่างมันถูกพรากไปแล้ว
“ดีครับ ผมบันทึกเบอร์ไว้ให้แล้วนะ...ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมชื่อวินธานะครับ เรียกว่าวินก็ได้” เพิ่งรู้ชื่ออีกฝ่ายครั้งแรกแต่หล่อนก็ไม่คิดจะจำ เกลียดทุกอย่างที่เป็นเขาจึงไม่เห็นว่าชายหนุ่มคือคนที่เคยมาส่งน้องสาวของตนถึงหน้าบ้าน
วินธา ปธานินที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้ไม่นานแล้วก็กินเงินมรดกของครอบครัวที่ตอนนี้หร่อยหรอจนไม่เหลือสักบาท บิดาหนีออกนอกประเทศทิ้งลูกชายเอาไว้เพียงลำพัง เขาจึงต้องดิ้นรนทุกทางเพื่อหาเงินมาปรนเปรอตัวเองตามประสาคนใช้เงินมือเติบ
จนได้ช่องทางรวยจากการแนะนำของอรสินีให้มาข่มขืนพี่สาวหล่อน แต่น่าเสียดายที่เขาดื่มเหล้าจนเมามาถึงจึงนอนหลับไม่ได้ทำอะไรคนตรงหน้า ยังดีที่ตื่นก่อนจึงถอดเสื้อผ้าของเธอและช่วยตัวเองได้ทันเวลา เป็นหลักฐานให้หล่อนเชื่อว่าเสียตัวแล้วเพื่อจะหลอกเอาเงินได้ง่ายหน่อย
เพราะเขารู้มาว่าเธอคือคนที่ธนนท์ปภพมาติดพัน...
“เฮ้อ ไม่พูดอะไรเลยเหรอ ผมง่วงแล้วขอนอนต่อหน่อยล่ะกัน” ล้มตัวลงนอนบนเตียงทันทีเพราะรู้สึกมึนหัว เข้าไปอาเจียนเมื่อครู่จนหมดไส้หมดพุง เสียดายที่ไม่ทันได้ทำอะไรหล่อนทั้งที่หญิงสาวสวยปานนางฟ้าขนาดนี้
ไม่เป็นไรหรอก...ครั้งหน้ายังมีโอกาสอีก
“ฮือ” เธอรีบหยิบกระเป๋าแล้วออกจากห้องอย่างรวดเร็ว แทบเดินไม่ไหวด้วยความเสียใจจนแข้งขาอ่อนแรงแต่ยังพยายามหยัดยืนไปยังลิฟต์ กดลงมาชั้นล่างพร้อมกับปล่อยโฮอย่างไม่อาย อย่างไรในกล่องโดยสารก็มีแค่หล่อนเพียงคนเดียว
ไม่รู้ทำไมเรื่องเลวร้ายถึงต้องเกิดกับเธอด้วยนะ...
