บท
ตั้งค่า

๕ โลกแตกสลายลงตรงหน้า (๒)

“ได้ค่ะ”

รอโอกาสนี้เช่นเดียวกันมีหรือจะปฏิเสธ เขารีบเลือกร้านอาหารแล้วพาเธอไปดินเนอร์กันสองคน มีความสุขเป็นอย่างมากจนไม่อยากแยกกัน แต่ก็ต้องมาส่งเธอถึงหน้าบ้านพร้อมบอกลาด้วยแววตาเสียดาย ไม่ลืมซื้อช่อดอกทิวลิปสีชมพูให้หล่อนเหมือนเดิม

เหมือนว่าความรักของเขากำลังจะเบ่งบานอีกครั้ง...

ความสุขอยู่กับเธอได้ไม่นานเมื่อเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาในบ้าน กลับพบน้องสาวที่เข้ามาขวางทางแล้วมองด้วยใบหน้าบึ้งตึง เธอรู้ทันทีว่าจะต้องเจอกับเรื่องชวนปวดหัวอย่างแน่นอน อยากเดินหลีกหนีแต่ก็เหมือนจะไม่พ้นเพราะอีกฝ่ายยังคอยขวางทางไม่ให้ขึ้นชั้นบนสักที

อีกทั้งบ้านก็เงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ หล่อนพรูลมหายใจเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คำว่าพี่น้องของเราไม่มีความหมายอีกต่อไป เธอเป็นแค่เด็กรับใช้ในสายตาของอรสินี

“ไปกินข้าวกับพี่หนึ่งมาอีกแล้วเหรอ” เห็นตั้งแต่รถคันคุ้นตามาจอดหน้าบ้าน อัญชิสาลงจากรถพร้อมช่อดอกไม้ยิ่งทำให้โมโหมากกว่าเดิมแต่รอจนกว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้าบ้าน เพื่อให้พ้นจากสายตาของชายที่เธอหมายปอง

“ใช่” ตอบเสียงเรียบแล้วเบี่ยงกายเล็กน้อยเพื่อจะเดินขึ้นห้อง กลับถูกกระชากไหล่จนเกือบล้มยังดีที่ประคองตัวเองเอาไว้พร้อมกอดช่อดอกไม้ที่ได้รับจากเขาแน่น

“บอกแล้วไงว่าพี่หนึ่งเป็นของอร” พูดเสียงเข้มแล้วส่งสายตาโกรธเคืองให้คนอายุมากกว่า โดยที่เธอไม่คิดจะอ่อนข้ออีกต่อไป เลือกตอบกลับแล้วสบตากับคนอายุน้อยกว่า เพราะเธอเป็นคนที่ถูกเขาบอกรักไม่ใช่น้องสาว

หล่อนเริ่มมั่นใจในตัวเองและอยากเอาคืนบ้าง หลังจากที่ยอมมาตลอด...

“พี่หนึ่งไม่ใช่ของใครทั้งนั้น”

“ของอร!” ตะโกนกลับเสียงดัง คว้าช่อดอกไม้ของหล่อนไปแต่อัญชิสาก็ไม่ยอมทำให้ต้องยื้อแย่งกันอยู่แบบนั้น ก่อนที่ดอกไม้ช่อสวยจะหล่นลงบนพื้น แล้วอรสินีก็ใช้เท้าเหยียบขยี้อย่างแรงจนดอกทิวลิปหลงเหลือเพียงแค่กลีบที่ช้ำจากการถูกเหยียบ

เหมือนหัวใจของหล่อนที่แหลกสลายไปด้วย ค่อยเงยหน้ามามองน้องสาวแล้วความอัดอั้นในใจก็ระเบิดออก

“เขาไม่ได้รักเธอ! ตื่นจากความฝันบ้างเถอะอร พี่หนึ่งรักพี่ไม่ใช่เธอ หยุดเอาแต่ใจตัวเองได้แล้ว” จับไหล่ทั้งสองข้างของน้องแล้วเขย่าเพื่อเรียกสติ ก่อนผลักอีกฝ่ายอย่างแรงจนอรสินีเซไปชนกับผนังห้อง แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมพี่สาวสักนิด

“พี่อัญว่าอรเหรอ!” ตรงเข้ามาผลักอัญชิสาทันที แต่คราวนี้คนที่โดนกระทำมาตลอดไม่คิดจะยอมแพ้ จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องพร้อมตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธแค้น ถ้าทำได้ก็อยากตบหน้าเพื่อเรียกสติน้องสาวเหมือนกัน

“ใช่! ว่าเธอนั่นแหละ ตื่นจากฝันสักที!” ตรงเข้ามาผลักอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกจากบ้าน ได้ยินเสียงกรีดร้องของอรสินีที่ดังออกมาข้างอนก หล่อนไม่คิดจะหันกลับไปมองแล้วเลือกเดินให้เร็วที่สุดเพราะกลัวน้ำตาจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตัวเอง

“กรี๊ดดดด!”

“จะไปไหนกลับมานี่เลยนะ กลับมา!” น้องสาวตะโกนไล่หลังซึ่งเธอก็รีบยกมือปาดน้ำตา เดินออกจากบ้านลัดเลาะตามซอยจนมายืนอยู่หน้าหมู่บ้านโดยในหัวว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหน เพื่อนสนิทก็คงไม่ว่างแล้วตนก็ไม่ได้มีเพื่อนเยอะ

คนเดียวที่คิดถึงในตอนนี้ก็คือเขา...ธนนท์ปภพนั่นเอง

“พี่หนึ่งอยู่ไหนคะ อัญขอไปหาได้ไหม” พวกเขาแลกเบอร์กันหลายวันแล้วแต่หล่อนไม่เคยโทรไปรบกวนสักที นี่จึงเป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเป็นฝ่ายติดต่อเขา รอไม่นานปลายสายก็รับจึงรีบถามโดยไม่เอ่ยทักทายเพราะร้อนใจเกินกว่าจะแนะนำตัว อีกอย่างเขาก็น่าจะรู้ว่าเป็นหล่อน

“เดี๋ยวพี่ออกไปหาเอง อัญอยู่ไหน” ไม่มีการถามว่าเกิดอะไรขึ้นแค่ฟังเสียงก็น่าจะรู้แล้วว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน

เธอบอกจุดที่ตนอยู่ในตอนนี้แล้วรอเขาอยู่หน้าป้อมยาม ใช้เวลาเพียงไม่นานรถยนต์ที่คุ้นตาก็มาจอดอยู่ตรงหน้า ร่างหนาลงจากฝั่งคนขับก่อนเดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าตระหนก จดจ้องใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เกิดอะไรขึ้น” แค่เห็นเขาก็ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นทันที ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูง อยากโผกอดเขาก็ห้ามตัวเองเอาไว้สุดความสามารถ เงยหน้าเพื่อจะได้สบตากับคนตัวสูง แล้วตอบตามความจริงแต่ไม่ได้อธิบายทั้งหมด

“แค่ทะเลาะกับที่บ้านนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้ไม่มีที่ไปเลยอยากขออยู่กับพี่ได้ไหม” ไม่สนใจเรื่องความเหมาะสม สิ่งเดียวที่คิดออกตอนนี้คือหนีให้ไกลจากบ้านที่สร้างรอยแผลใหญ่ไว้ให้ตัวเอง โดยที่เธอมีเขาเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

และดูเหมือนชายหนุ่มจะต้อนรับเธอเต็มที่ เข้ามาโอบกอดคนที่กำลังอ่อนแอเอาไว้ ส่วนเธอก็ยืนนิ่งให้เขากอดพร้อมปล่อยน้ำตาให้รินไหล

“ได้ ไปพักที่บ้านพี่ก่อนก็ได้...แต่พ่อกับแม่ไปต่างจังหวัดนะ” ไม่รู้ว่าจะพูดทำไมแต่เขาก็พูดออกไปแล้ว เพื่อให้หล่อนตัดสินใจว่าจะไปหรือเปล่า ถึงบ้านของตนจะมีแม่บ้านและคนสวนคนรถอยู่อีกเกือบยี่สิบคน แต่ว่าบนเรือนใหญ่ก็ไม่อนุญาตให้เข้าออกยามค่ำคืน ทำให้บ้านทั้งหลังจะมีพวกเราเพียงแค่สองคนเท่านั้น

เขาจึงถามความสมัครใจของเธอ แล้วอัญชิสาก็ตอบไปตามตรง ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป

“ค่ะ” พยักหน้ารวดเร็ว เขาจึงได้พาเธอมานั่งบนรถตรงเบาะข้างคนขับ

มีไม่บ่อยที่ตนจะทำหน้าที่สารถี แต่ทุกครั้งยามหล่อนขึ้นบนรถก็ต้องทำหน้าที่นั้นตลอดเพราะอยากขับรถให้เธอนั่งคนเดียว

อัญชิสาอยู่ในอาการเศร้าจึงไม่ได้มองบรรยากาศรอบข้าง รู้ตัวอีกทีรถก็จอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่บ่งบอกถึงฐานะเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ตระหนักรู้ในวินาทีนั้นเองว่าตัวเองต่างกับเขามากเพียงใด ใบหน้ายิ่งเศร้าหมองมากกว่าเดิม

ถูกเชิญเข้ามาในบ้านพร้อมกับพาขึ้นไปชั้นสองแล้วเลือกห้องรับแขกที่ไม่มีคนเข้ามาพักมานานให้แก่หล่อน กว้างขวางหรูหรากว่าห้องนอนที่บ้านของเธออีก ชุดนอนก็เป็นเสื้อยืดกับกางเกงของเขาที่ยังไม่ได้ใส่ ชายหนุ่มนำอาหารมาเสิร์ฟให้หล่อนถึงบนห้อง ก่อนปล่อยหญิงสาวอยู่คนเดียว ถึงจะอยากถามเรื่องทั้งหมดก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อมจะบอก

“นมอุ่นครับ” ถึงเวลาเข้านอนก็มาเคาะประตูห้องพร้อมกับนำนมอุ่นมาเสิร์ฟถึงที่

“ขอบคุณนะคะ” รับนมมาดื่มจนหมดแก้วแล้วคืนให้แก่เขา สบดวงตาคมแล้วก็ยิ้มจนตาปิดให้อีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้ง

“ให้พี่อยู่เป็นเพื่อนไหม” นึกเป็นห่วงจึงได้ถามขึ้นแต่ถูกเธอปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรค่ะ” ส่ายหน้าเชื่องช้า แค่มานอนที่นี่ก็รบกวนอีกฝ่ายมากพอแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel