๔ เต็มที่กับรัก (๕)
บ้านมีเพียงความเงียบที่น่าอึดอัด คิดจะเลี่ยงขึ้นบันไดแต่กลับถูกอรสินีเดินเข้ามาดักทางไว้ก่อน เธอมองคนอายุน้อยกว่าอย่างไม่ชอบใจ กอดช่อดอกไม้ของตัวเองเอาไว้แน่น กลัวอีกฝ่ายจะแย่งไปจากมือ เพราะน้องสาวมักทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ
“ดอกไม้ของใครอ่ะ ใครให้พี่อัญมาเหรอ”
“พี่หนึ่งให้มา” บอกเสียงดังฟังชัด ทำเอาสาวน้อยรีบวิ่งเข้าไปนั่งข้างมารดาแล้วกอดแขนท่าน พร้อมเอ่ยเรียกเสียงดังเหมือนต้องการให้พูดบางอย่าง
“พ่อแม่!” คู่สามีภรรยาหันมามองหน้ากัน ก่อนคุณภัตติมาจะเป็นคนตัดสินใจเอ่ยเรื่องที่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว
“แม่มีเรื่องจะคุยกับอัญ มาหาแม่หน่อยสิ” ถึงจะอยากขึ้นห้องมากแค่ไหนแต่ก็รู้ดีว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ เธอจึงต้องเดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยว กอดช่อดอกทิวลิปไว้แน่นกลัวจะถูกแย่งไป น้องสาวก็จ้องดอกไม้ไม่วางตาด้วยความอิจฉา
“ค่ะ” เธอนั่งนิ่งรอฟังว่าท่านจะพูดอะไร
“แม่ว่าถึงเวลาที่อัญต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร เจมหรือว่าอัต...ความจริงแม่ว่าทิมก็เหมาะเหมือนกันกันนะ” เม้มปากแน่นด้วยความน้อยใจไม่คิดว่าเธอจะต้องมาเลือกผู้ชายตามความต้องการของคนในครอบครัว โดยใช้ความเหมาะสมเรื่องการเงินเป็นที่ตั้งไม่ใช่ความรัก
“แต่อัญไม่ได้รักนะคะ” แย้งอย่างรวดเร็ว
“พี่อัญจะบอกว่ารักพี่หนึ่งเหรอ!” คนที่ทนไม่ไหวคืออรสินี รีบลุกมาโวยวายทันทีจนคนเป็นแม่ต้องรีบดึงแขนลูกสาวให้นั่งลงที่เดิม
“ไม่เอาสิอร อย่าขึ้นเสียงกับพี่เขา” ปรามเสียงเบาพอเป็นพิธีแล้วหันมามองลูกสาวคนโตอีกครั้ง พูดจาหว่านล้อมตามความคิดเห็นของตัวเอง โดยไม่สนใจความจริงสักนิดว่าเป็นอย่างไร ทำทุกอย่างเพื่อลูกสาวคนเล็กไม่คิดถึงหัวใจของหล่อนบ้างเลย
“แม่ว่าหนึ่งชอบน้องสาวเรานะ แล้วอรก็ชอบหนึ่งด้วย สองคนนี้เหมาะสมกันถือว่าให้น้องเถอะ อย่าแย่งผู้ชายคนเดียวกับน้องเลย” คนที่ถือช่อดอกไม้เอาไว้ถึงกับกักฟันแน่นข่มความโกรธสุดความสามารถ
เพิ่งถูกเขาสารภาพความรู้สึกมา แต่มารดากลับบอกว่าชายหนุ่มรักน้องสาวหล่อน เพื่อตามใจคนอายุน้อยกว่าโดยไม่สนความจริงสักนิด เธอเห็นอย่างนั้นก็โพล่งออกมาเสียงดังไม่สนใจว่าทำร้ายจิตใจใครหรือเปล่า
เพราะตัวเองก็เจ็บปวดเหมือนกัน
“พี่หนึ่งไม่ได้ชอบอรค่ะ พี่หนึ่งชอบอัญ” ประกาศเสียงแข็งจนน้องสาวกำมือแน่นจ้องหน้าคนอายุมากกว่าอย่างโกรธเคือง อยากลุกมาโวยวายกลับถูกมารดาจับแขนไว้แน่น ขณะที่คนเป็นพ่อเดินออกไปคุยโทรศัพท์นานแล้วจึงไม่ได้อยู่ในสงครามแย่งชิงธนนท์ปภพ
“แล้วยังไง ชอบได้ก็เปลี่ยนได้ พี่อัญอย่ามาหวงกับน้องได้ไหม” อรสินีโต้กลับอย่างรวดเร็ว
“พี่ไม่ได้หวง แต่ความรู้สึกมันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอกนะ อยากหลอกตัวเองก็เชิญเลย” หัวร้อนจนแทบจะไหม้ก็พยายามบอกตัวเองไม่ให้โวยวายออกไป หล่อนเลือกจะลุกยืนเต็มความสูงเตรียมเดินออกไปจากห้องรับแขก แต่ถูกคุณภัตติมารั้งเอาไว้
“แม่ดูพี่อัญสิ!” หันไปอ้อนแม่เพื่อหาพรรคพวก
“เอาล่ะ ต่อจากนี้เลิกยุ่งกับคุณหนึ่ง...” ยังพูดไม่ทันจบคนที่เพิ่งเข้ามาในบ้านก็รีบแย้งทันที คุณปวัตรเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนหยุดตรงหน้าบุตรสาวแล้วถามถึงเรื่องสำคัญ
“ยังสิคุณ ให้อัญพูดกับหนึ่งเรื่องโรงงานก่อน...พูดกับเขาหรือยัง” เหมือนว่าทุกเรื่องจะมารุมเร้าหล่อนจนไม่รู้จะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้อย่างไร เธอจึงทำได้แค่ตอบไปตามความจริง
“ยังค่ะ”
“แล้วจะรออะไร รีบพูดให้จบไม่งั้นเราจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว” โมโหจนเผลอขึ้นเสียงดังใส่ลูกสาวคนโต เธอทำอะไรไม่ได้เพราะเห็นใบหน้าบิดาค่อยข้างเครียด จำต้องตอบรับถึงตัวเองจะไม่เต็มใจทำก็ตาม
“ค่ะ” ตอบเสียงเบา เรียกรอยยิ้มให้คุณปวัตรทันที
หล่อนเลือกจะเดินขึ้นบนบ้านเพื่อซ่อนรอยน้ำตาของตัวเอง แต่ยังไม่ทันเข้าห้องก็ได้ยินบทสนทนาของคนที่นั่งอยู่ข้างล่าง ดูเป็นครอบครัวแสนสุขที่หล่อนไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นแค่คนนอกเหมือนเดิม
“ถ้าทำสำเร็จพ่อต้องให้พี่หนึ่งกับอรนะ” เสียงของอรสินีเอ่ยขึ้น
“แน่นอนอยู่แล้ว คุณหนึ่งต้องเป็นของอร” แล้วบิดาก็ตอบแทบจะทันที
“รักพ่อรักแม่นะคะ” ไม่ต้องมองก็รู้ว่าทั้งสามจะต้องกอดกันอย่างรักใคร่ มีเพียงหล่อนที่เป็นคนนอก จนต้องรีบปาดน้ำตาตัวเองออกแล้วเข้าห้องอย่างรวดเร็ว ทรุดกายนั่งลงหน้าประตูยกเข่าชันขึ้นก่อนซบใบหน้าลงไป ปล่อยโฮด้วยความเสียใจพลางกอดช่อดอกไม้ไว้แน่น
“อัญชอบ...ชอบพี่หนึ่งมากๆ นะคะ”
อยากบอกประโยคนี้กับเขาเหลือเกิน แต่คำพูดพวกนี้กลับส่งไปไม่ถึงชายหนุ่ม...
