บท
ตั้งค่า

๓ ผลประโยชน์ (๒)

อย่างเช่นวันนี้ที่เขามาส่งไวน์ให้โรงแรมนครเฟื่องรัตน์แล้วได้พบกับเพื่อนสนิทจึงชวนกันออกมารับประทานอาหารข้างนอก เลือกร้านอาหารจีนที่นึกอยากรับประทาน ก่อนสั่งทุกอย่างตามความหิวแล้วรอเสิร์ฟจึงเริ่มพูดคุยกัน

“สบายดี มึงล่ะ”

“ตามที่เห็น กุก็ทำงานไร่ช่วยพ่อคล้ำขึ้นโคตรเยอะ” พูดแล้วก็ก้มดูสีผิวของตัวเอง ทำเอาธนนท์ปภพถึงกับแสยะยิ้มพลางส่ายหน้าระอา แต่เดิมไตรเตชินก็ไม่ใช่คนขาวอยู่แล้ว เจอกันตอนเรียนมัธยมผิวก็สีเข้มมาโดยตลอด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะบอกให้คนตรงหน้ายอมรับความจริง

“มึงดำอยู่แล้ว”

“คล้ำเว้ย แต่กูก็ขาวกว่ามึงก็แล้วกัน คนบ้าอะไรดำอยู่แล้วยังจะไปอาบแดดทุกวันหยุดอีก” เรื่องนี้หนุ่มนักบริหารไม่อาจเถียงได้เลย ผิวที่เคยขาวตอนเด็กก็คล้ำขึ้นสมัยเรียนมัธยมศึกษาเพราะเล่นกีฬากลางแจ้ง ยิ่งไปเรียนต่างประเทศก็ทำให้คล้ำขึ้นกว่าเดิมเมื่อใช้วันหยุดไปอาบแดดจนผิวเกือบไหม้ กลับบ้านมาวันแรกพ่อกับแม่จำลูกชายตัวเองแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้สีผิวก็เริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังคล้ำเหมือนเดิม

“กูชอบสีผิวเข้มๆ ไม่ชอบขาวมันดูป่วย” คนฟังเบะปากแล้วรีบโต้กลับอย่างรู้ทัน เป็นเพื่อนกันมายี่สิบกว่าปีทำไมจะไม่รู้รสนิยมของอีกฝ่าย เจ้าตัวได้ยินอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเถียง แม้ว่าความจริงจะเป็นอย่างที่เพื่อนเอ่ยมาก็ตาม

เขาชอบผู้หญิงผิวขาวแล้วที่คบมาส่วนใหญ่ก็ขาวทั้งนั้น...

“แต่ผู้หญิงที่มึงชอบนี่ขาวทั้งนั้นเลยนะ”

“มึงรู้เหรอกูชอบแบบไหน” เพื่อนซี้สบตาเป็นอันรู้กัน พอดีกับที่อาหารทยอยมาเสิร์ฟจึงหันไปสนใจมื้อเที่ยงแล้วหยิบตะเกียบพร้อมสำหรับรับประทานอาหาร ไตรเตชินกินด้วยความอร่อยแล้วพูดคุยกับคนที่ไม่ได้เจอกันนานนม

“ไม่รู้ เห็นควงแต่แหม่มนี่หว่า ไปอยู่ลอนดอนเป็นไงบ้างล่ะ เรียนก็เรียนเล่นก็เล่นเต็มที่เชียวนะมึง” ทราบข่าวจากเพื่อนอีกคนเพราะเห็นธนนท์ปภพควงสาวต่างชาติเข้าห้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขา หากไม่มีพันธะก็ยังสามารถสนุกสนานได้

อายุเท่านี้จะรีบมีแฟนไปไหน ไตรเตชินเองก็ครองโสดมาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่แค่คุยหรือตกลงขึ้นเตียงเท่านั้น

“ธรรมดาป่ะวะ คนเราก็ต้องผ่อนคลายบ้าง” ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วเริ่มรับประทานอาหารเช่นเดียวกัน พวกเขาคุยกันอย่างออกรสไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้หนุ่มนักบริหารไม่เห็นว่ามีคนรู้จักนั่งทานข้าวอยู่ในร้านเดียวกัน

“ตรวจโรคบ้าง”

“กูป้องกันตลอด แล้วก็ตรวจสุขภาพประจำตรวจโรคทุกอย่าง...มึงอ่ะตรวจบ้าง” นึกหมั่นไส้ใตรเตชินจึงได้บอกคนที่ควงหญิงบ่อยไม่ต่างกัน เหมือนเก็บกดจากตอนเรียนมัธยมศึกษาที่เป็นชายล้วนแถมยังอยู่โรงเรียนประจำอีกต่างหาก

พอออกสู่โลกภายนอกทำให้พวกเขาค่อนข้างเปิดตัวเปิดใจพอสมควร...

“กูไม่เคยครับ บริสุทธิ์ผุดผ่อง...” ยังพยายามจะแย้งทั้งที่ความจริงตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ธนนท์ปภพส่ายหน้าระอากลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ

“หึ ใครเชื่อก็ออกลูกเป็นควายล่ะ” ก่อนบทสนทนาจะเปลี่ยนเป็นเรื่องในอดีตที่หวนคิดถึงบ่อยครั้งก็ยังมีความสุขเสมอ สายตาของหนุ่มไร่เหลือบมองคู่ชายหญิงที่เดินออกจากร้าน อดไม่ได้ที่จะสะกิดเพื่อนเพราะฝ่ายหญิงสาวเด่นมาแต่ไกล ทำให้เขาต้องหันไปมองก่อนชะงักเมื่อเธอคือคนที่ตนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“คนนั้นแฟนกันเหรอวะ เสียดายผู้หญิงอย่างสวย” ท่าทีใกล้ชิดเพราะฝ่ายชายเข้ามาโอบไหล่หล่อนแล้วเดินออกจากร้านด้วยกันทำให้คิดไปในทางนั้น ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นกับความคิดที่เริ่มฟุ้งซ่านจนอยากเดินออกไปถามให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ดูแล้วอาจจะเป็นคนรู้จักก็ได้...คงไม่ใช่อย่างที่เพื่อนเขาคิดหรอก

การไปรับประทานอาหารกับเพื่อนของพ่อจบลงแล้วพร้อมกับความรู้สึกขยะแขยงตัวเองที่ติดกลับมาด้วย เธอต้องอาบน้ำหลายรอบกว่าจะขจัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจนหมดได้ ตัดสินใจไม่ไปทำงานเพราะไม่พร้อมเจอกับบุคคลที่เป็นถึงผู้บริหารระดับสูง เหมือนว่าเขาจะอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง

อีกทั้งมีน้องสาวที่พยายามเข้ามาพูดเพื่อแย่งธนนท์ปภพจนเธอถอดใจ เรื่องของเรามันดูยากไปหมดจนเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ทางที่ดีคือไม่ควรเริ่มต้นหล่อนจึงไม่อยากเจอหน้าเขาอีก แต่การจะให้ลาออกจากงานที่เป็นรายได้อีกช่องทางก็ดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่

คิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตต่อจากนี้ เหมือนมันมืดแปดด้านจนสุดท้ายก็เลือกจะนอนหลับเพื่อให้ลืมทุกอย่าง

ก่อนตื่นมาแล้วพบความจริงว่าสุดท้ายก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อถูกผู้เป็นพ่อไหว้วานบางสิ่งที่หล่อนไม่เต็มใจทำเลยสักนิด

“ช่วยพ่อหน่อยเถอะนะ เอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณหนึ่งเผื่อเขาจะช่วยเราบ้าง แค่ให้เขาเปลี่ยนมาใช้โรงงานที่บ้านของเราลูกทำได้ใช่ไหม” บ้านของเธอทำโรงงานของใช้ในโรงแรมซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงวิกฤตพอสมควร พนักงานลาออกไปกว่าครึ่งเพราะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนได้ตามกำหนด กินระยะเวลามากว่าสองเดือนคนที่เหลือจึงไม่ทน พยายามกดดันผู้บริหารแต่คุณปวัตรก็หมดหนทางจะแก้ไขเพราะตอนนี้ก็กู้ธนาคารจนไม่มีเงินจ่ายคืน

ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปทุกอย่างคงพังทลาย ซึ่งท่านไม่อยากให้วันนั้นมาถึงจึงพยายามหาทางเอาตัวรอดสุดความสามารถ ใช้ความสวยของลูกสาวคนโตให้เป็นประโยชน์ด้วยการพาไปพูดคุยกับบรรดาชายหนุ่มที่ค่อนข้างมีฐานะ

เพื่อนของท่านก็เป็นหนึ่งในตัวเลือก แต่เหมือนว่ายังไม่เข้าตาเท่าไหร่ ตอนนี้มีอีกหนึ่งคนเข้ามาที่นอกจากจะฐานะดีแล้วยังมีอำนาจบารมีอีกต่างหาก ถ้าได้ดองกันก็ไม่ต้องพบความลำบาก จึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งให้ได้ดองกับธนนท์ปภพ

“แต่พ่อคะ...” คิดจะหลีกหนีให้ห่างจากเขาแต่เหมือนไม่มีสิ่งใดเป็นใจเลย บิดาเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอให้หล่อนช่วยพูดกับเขาเรื่องโรงงานแต่ตนก็ไม่อยากเข้าไปแทรกแซงการทำงานของอีกฝ่าย จึงค่อนข้างหนักใจพอสมควร

คิดจะปฏิเสธแต่ดูเหมือนว่าท่านจะไม่รับฟังกันบ้างเลย

“ช่วยพ่อหน่อยเถอะนะ” การอ้อนวอนของท่านทำให้เธอไม่สามารถเอ่ยคำใดออกไปได้นอกจากตอบตกลง เพราะความจริงก็อยากช่วยให้สถานการณ์ทางบ้านดีขึ้นเหมือนกัน หล่อนไม่อยากให้มันย่ำแย่มากไปกว่านี้แล้ว

“อัญจะพยายามค่ะ”

สุดท้ายก็เป็นหล่อนเหมือนเดิมที่ต้องช่วย ถึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเรามีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวข้อง แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังเลิกเรียนก็ต้องมาทำงานพาร์ทไทม์เรียกสมาธิให้ตัวเองเพื่องานจะได้ไม่เสียหาย หลังการแสดงเสร็จสิ้นก็มาเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวทีพร้อมกับเดินมานั่งเหม่อลอยอยู่ตรงสวนของโรงแรม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel