๒ มีใจให้กันหรือยัง (๔)
อาหารฝีมือของหล่อนอร่อย แต่เหมือนว่าแม่ครัวเงียบเกินไปทั้งยังไม่มองหน้าเขา ทำให้ชายหนุ่มยิ่งกระวนกระวายมากกว่าเดิม
หันมาด่ากันยังดีซะกว่าเงียบแบบนี้...
กินข้าวจนอิ่มก็ตามด้วยของหวาน ก่อนที่อัญชิสาจะเป็นคนเก็บกวาดทุกอย่างทั้งยังล้างจานชามจึงหมดโอกาสจะออกมาร่ำลาเขา ถึงแม้ว่าร่างสูงจะชะเง้อมองเธอเท่าไหร่ สุดท้ายก็ต้องโบกมือลากับอรสินีที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้าน
“ไว้มากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ นะคะพี่หนึ่ง”
“ครับ” ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรจึงทำเพียงแค่รับคำแล้วขึ้นรถขับออกจากบ้านของเธออย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายทิ้งสายตาเพื่อมองหาคนที่ตัวเองอยากเจอ แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ต้องการพบเขาเท่าไหร่ สุดท้ายชายหนุ่มทำได้เพียงแค่ถอดใจ
ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาที่ห้องจัดเลี้ยงก็ได้ หญิงสาวยังคงทำงานอยู่ที่เดิมไม่หนีหายไปไหนหรอก
รถคันหรูแล่นลับไปแล้ว รอยยิ้มของอรสินีจึงลดลงก่อนเดินเข้าไปในบ้าน พบว่าพี่สาวเพิ่งล้างจานชามเสร็จก็ตรงเข้าไปถามไถ่เสียงแข็ง ไม่มีความเคารพเลยสักนิด ถูกเลี้ยงตามใจมาแต่เด็กจึงมองพี่สาวเป็นเหมือนคนรับใช้มากกว่าคนในครอบครัว
ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแผลใจของหญิงสาวพอสมควร เมื่อก่อนเธอตั้งคำถามหลายต่อหลายครั้ง จนทราบความจริงว่าตนเป็นคนนอกจึงไม่คิดจะถามอีก เลือกจะทำทุกอย่างให้เป็นที่รัก นั่นคือทำตามคำสั่งของบุพการีทุกอย่าง
ถึงแม้ว่าตนจะไม่เต็มใจก็ตาม...
“พี่อัญ ไปรู้จักตอนไหนทำไมไม่เห็นบอกอรเลย แอบเก็บเงียบไว้คนเดียวคิดว่าอรจะแย่งเหรอ” เข้ามาถามเสียงแข็งใบหน้าบึ้งตึง มองหน้าพี่สาวแล้วก็นึกน้อยใจที่ไม่สวยเท่าอีกฝ่าย ผู้ชายที่เข้ามาต่างก็ใช้หล่อนเป็นสะพานเพื่อเข้าหาอัญชิสาทั้งนั้น
ธนนท์ปภพก็เข้าหาพี่สาวหล่อนเช่นเดียวกัน มองตาก็รู้ว่าเขาไม่ได้คิดแค่พี่น้อง ยิ่งทำให้เธอนึกอิจฉาคนตรงหน้ามากกว่าเดิม
“เปล่า พี่ก็เพิ่งรู้จักกับพี่หนึ่งไม่นาน...” พยายามตอบอย่างเป็นกลาง ไม่อยากหาเหาใส่หัวให้ตัวเองเพราะรู้ดีว่าน้องสาวต้องการอะไร
“เหอะ มีพี่อัต พี่เจมแล้วยังมาพี่หนึ่ง หลายใจจริงเลยนะพี่สาว” มือบางกำเข้าหากันแน่น พยายามผ่อนลมหายใจออกอย่างเชื่องช้า
“พี่เปล่า อย่าใส่ร้ายกันได้ไหม” เธอเป็นพี่และอายุมากกว่าจึงต้องควบคุมอารมณ์ไม่ให้สติแตก โดยเฉพาะกับน้องสาวที่พ่อแม่ตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็เข้าข้างน้องจนเธอกลายเป็นคนผิดอยู่ร่ำไป
“ใส่ร้ายอะไรก็เห็นอยู่ตำตา จะปฏิเสธเพื่ออะไร” เริ่มก้าวเข้ามาใกล้เหมือนต้องการจะหาเรื่อง เธอจึงก้าวถอยจนหลังชิดกับเคาท์เตอร์ครัว และก่อนที่จะมีเรื่องเกิดขึ้นคุณภัตติมา อนันต์เมษก็เดินเข้ามาขัดเสียก่อน
“อัญ มากับแม่หน่อย”
“ค่ะ” จูงมือบางออกจากห้องครัว ทำให้ลูกสาวที่กำลังจะหาเรื่องพี่มีท่าทีฮึดฮัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เลือกจะยอมปล่อยไปก่อน
เรื่องของธนนท์ปภพเพิ่งเริ่มต้นขึ้น เธอไม่มีทางยอมแพ้เป็นอันขาด!
“พรุ่งนี้ไปกินข้าวกับคุณอาธีระหน่อยนะ พ่อจะคุยเรื่องงานกับเขาน่ะ” เดินมาที่ห้องรับแขกแล้วเริ่มพูดเรื่องสำคัญกับลูกสาว เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ตนต้องไปรับประทานอาหารกับผู้ชายที่มารดาเลือก โดยที่ไม่สนใจว่าหล่อนเต็มใจหรือเปล่า
“แต่อัญ...” คิดจะปฏิเสธกลับถูกท่านจ้องนิ่งแล้วเกลี่ยกล่อมแกมบังคับ ซึ่งเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลย
“ไปเถอะ ค่อยกลับพร้อมพ่อ”
“ค่ะ”
ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากเดินขึ้นชั้นสองเพื่อพักผ่อน นั่งลงบนเตียงก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเอง
แค่อยากได้ความรักจากคนในครอบครัว...มันยากมากเลยเหรอ
