บท
ตั้งค่า

๒ มีใจให้กันหรือยัง (๓)

“ไม่...” คิดจะปฏิเสธเพราะความจริงก็แค่อยากมาส่งอัญชิสาให้ถึงบ้านเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าครอบครัวของหล่อนจะไม่ยอมปล่อยเขากลับบ้านโดยง่าย นำโดยบิดาของหญิงสาวที่เดินเข้ามาจูงกึ่งลากร่างสูงเพื่อเข้าบ้าน

“ไม่ได้ครับ มาถึงบ้านทั้งทีต้องต้อนรับ น้องอรพาพี่เข้าไปข้างในสิลูก” สบโอกาสจึงเรียกลูกสาวคนเล็กอย่างรวดเร็ว หล่อนเห็นอย่างนั้นก็เดินมาเกาะแขนอีกข้างของเขา จนธนนท์ปภพต้องมองด้วยแววตาเคร่งขรึม ไม่ค่อยชอบให้ใครมาแตะตัวเท่าไหร่ แต่เหมือนสองพ่อลูกจะไม่สนใจ

เลือกดึงชายหนุ่มเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว โดยที่ใบหน้าคมทำได้เพียงเหลียวกลับมามองนางบุษบาของตนที่ไม่แม้จะหันมาสบตากันด้วยซ้ำ เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองพลาดอย่างมหันต์ ไม่คิดว่าจะเป็นที่รู้จักขนาดนี้

อยากกลับบ้านก็ไม่ทันเสียแล้ว...

“ค่ะพ่อ เชิญค่ะพี่หนึ่ง” คนอายุน้อยกว่าดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เมินสายตาไม่ชอบใจของเขาพลางกอดแขนแกร่งเอาไว้แน่น ดึงให้ร่างสูงเข้าไปในบ้านของตัวเอง ใบหน้าประดับรอยยิ้มแห่งความสุข นึกชอบใจอีกฝ่ายทันทีไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือฐานะก็ตาม

เหมาะสมกับตนเป็นอย่างยิ่ง แบบนี้จะปล่อยไปไม่ได้เป็นอันขาด!

“อัญไปเตรียมอาหารเย็นแล้วกัน คุณหนึ่งมากินข้าวด้วยต้องทำสุดความสามารถล่ะ” พี่คนโตเดินตามหลังแล้วซ่อนแววตารวดร้าวเอาไว้ เหลียวมองมารดาที่บอกลูกสาวให้เข้าครัว เรื่องการต้อนรับแขกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนน้องอย่างอรสินี อนันต์เมษที่ถนัดในด้านนี้เสียเหลือเกิน

“ค่ะ” จำต้องเดินเข้าทางหลังบ้านเพื่อตรงไปยังห้องครัว

บ้านของหล่อนเคยมีแม่บ้านแต่เพราะกิจการของครอบครัวเริ่มซบเซา ทำให้ต้องยกเลิกการจ้างงาน คนที่ต้องทำทุกอย่างจึงเป็นหล่อน ไม่ว่าจะทำความสะอาดบ้านหรือซักเสื้อผ้ารีดเสื้อผ้า เรื่องทำอาหารก็เช่นเดียวกัน หล่อนเหมือนเป็นคนรับใช้ของบ้านไปแล้ว

ส่วนน้องสาวไม่ได้แตะงานพวกนี้ โดนอ้างว่าต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนเธอใกล้เรียนจบแล้วสามารถทำงานบ้านได้ ซึ่งตนรู้ดีว่ามันเป็นแค่ข้ออ้าง ถึงน้องสาวจะว่างพวกท่านก็ไม่ให้ลูกคนโปรดทำงานพวกนี้หรอก

เพราะอรสินีคือลูกในไส้...ส่วนเธอแค่เด็กเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น

เพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อเรียนจบปวช.แล้วน้องสาวเอามาบอก เธอร้องไห้ตีกับน้องจนแม่มาจับแยกก่อนจะตีเธอที่รังแกน้องพร้อมบอกความจริงทุกอย่าง ท่านไปเจอเธออยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงรับมาเลี้ยง ตอนนั้นหล่อนยังแบเบาะไม่รู้เรื่อง ปีต่อมามารดาท้องหล่อนจึงมีน้องแล้วกลายเป็นลูกที่ไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป

เลี้ยงตามมีตามเกิดไม่ได้ให้ความรักอย่างที่ควรจะเป็น...

อัญชิสาพยายามทำตามคำสั่งของบุพการีทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นลูกรักเหมือนน้องบ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนกลับเหมือนว่าถูกผลักให้ห่างมากกว่าเดิม หล่อนจึงทำได้แค่ภาวนาให้ตัวเองได้รับความรักในสักวัน

“พี่หนึ่งพอจะติวให้อรได้ไหมคะ อรไม่ค่อยเก่งวิชาคณิตเท่าไหร่ไม่รู้ว่าจะชอบติดหรือเปล่า พี่หนึ่งช่วยอรหน่อยนะคะ” เข้ามานั่งในห้องรับแขกก็ถูกขนาบข้างด้วยหญิงสาวที่พยายามจะตีสนิท ทั้งที่ใบหน้าของเขานิ่งเฉยแววตาไม่รับแขก แต่ก็ยังตอบไปตามมารยาท

“ถ้าว่างนะครับ...” เจ้าของบ้านถึงกับนำน้ำมาเสิร์ฟเอง แต่เขากลับไม่เห็นหญิงสาวที่ตนมาส่งถึงบ้าน เธอไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนแต่ได้ยินเสียงทำอาหารคาดว่าคงอยู่ในครัว ชายหนุ่มหยิบน้ำขึ้นจิบแก้กระหายแล้วตอบคำถามของคุณปวัต อนันต์เมษบ้าง

ทราบว่าครอบครัวนี้ทำโรงงานผลิตของใช้ตามออเดอร์ ซึ่งส่วนมากก็เป็นโรงแรมหรือบริษัทห้างร้านที่มาสั่งทำ ทว่าโรงแรมของเขามีโรงงานที่ใช้งานอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจจะร่วมงานกับท่านแต่คุณปวัตรก็ยังพยายามจะบอกว่าอยากร่วมงานจนนึกรำคาญ

เขาอยากคุยกับอัญชิสามากกว่า...

“ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ” สบโอกาสที่ดื่มน้ำจนหมดแก้วแสร้งทำทีเหมือนต้องการปลดทุกข์ จึงไม่มีใครรั้งเขาเอาไว้

“ทางนั้นเลยค่ะ” ผายมือไปยังห้องน้ำชั้นล่าง เขาจึงรีบลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที อรสินีเห็นอย่างนั้นก็ถูกมารดาสั่งให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ดูสวยกว่านี้ ไม่ใช่สวมชุดนักเรียนเหมือนเด็กกะโปโลมารับแขก เจ้าตัวรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ร่างสูงมองไปยังเจ้าของบ้านที่ไม่ได้สนใจตน ก่อนเลือกย่องเสียงเบาเข้าไปในครัว พบคนที่กำลังทำอาหารอย่างตั้งใจจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาด้วยซ้ำ ธนนท์ปภพจึงไปหยุดยืนข้างเธอทำให้ร่างบางหันมามอง พอเห็นว่าเป็นใครก็กลับไปตั้งใจทำอาหารเหมือนเดิม

“ทำอะไรเหรอ” ไม่มีคำทักทายจากหล่อน

ทำให้รู้ทันทีว่าโดนโกรธเข้าให้แล้ว เห็นอย่างนั้นก็ตัดสินใจชวนคุย “อาหารเย็นค่ะ” ตอบเสียงแข็งพร้อมกับอาการไม่สบอารมณ์ที่มองออกง่ายดาย เขาเห็นอย่างนั้นก็กลัวว่าเธอจะโกรธจนไม่ยอมพูดคุยกันโดยดี คิดจะจับแขนเรียวแต่รู้ว่าไม่ควร

“โกรธพี่หรือเปล่า ทำไมทำหน้าบึ้งนักล่ะ” น้ำเสียงที่ถามอ่อนลงกว่าปกติ เธอพยายามไม่หันไปมองเขาแล้วเลือกจะทำอาหารอย่างเดียว ใบหน้าหวานเรียบสนิทต่างจากทุกครั้งที่มักจะยิ้มหวานให้กัน ทำให้เขาเริ่มทำตัวไม่ถูก

ไม่เคยต้องง้อใครมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามันต้องทำอย่างไร

“มีอะไรให้โกรธด้วยเหรอคะ” ถามกลับเสียงแข็ง เขาจึงรู้ในทันทีว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เธอหายโกรธแล้วกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ต้องแข่งกับเวลาเพราะไม่รู้อรสินีจะเข้ามาตามเมื่อไหร่

“ขอโทษที่ไม่ได้บอก พี่แค่คิดว่ามันไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ อย่าโกรธกันเลยนะ...” รู้ดีว่าเธอโกรธเรื่องที่เขาปิดบังฐานะของตัวเอง จึงเลือกจะเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษพร้อมขยับเข้าไปใกล้หล่อน แต่เหมือนว่าร่างบางจะไม่ยอมรับฟัง เธอทำเพียงไล่เขาออกห่างเพื่อจะได้ทำอาหารต่อ ไม่อย่างนั้นสมาธิคงกระเจิงกันพอดี

“ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ อาหารเสร็จแล้ว” พูดจบก็เดินไปหยิบจานโดยปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามก่อนถอนหายใจที่ไม่มีสิ่งใดเป็นดั่งใจเลย

สุดท้ายก็ต้องเดินออกมารอที่ห้องรับแขก คุยกับบิดาของหล่อนโดยมีอรสินีนั่งขนาบข้าง ถึงเวลาอาหารก็ย้ายมายังห้องทานข้าวซึ่งเธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กินข้าวไม่พูดจนขณะที่เขาก็ถูกน้องสาวเธอตักอาหารใส่จานจนกินไม่ทันต้องบอกให้พอก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel