บท
ตั้งค่า

๑ แค่สบตาก็ถูกใจ (๓)

“เทียนจุดเวียนพระพุทธา ตัวข้า...บุษบาขออธิษฐาน เทียนที่เวียนนมัสการ บันดาลให้ หทัยสมปรารถนา ดลจิตอิเหนา ให้เขามารักข้า ขอองค์พระปฏิมาเมตตาช่วยคิดอุ้มชู ขอเทียนที่เวียนวน ดลฤทัยสิงสู่ ให้องค์ระเด่นเอ็นดู อย่าได้รู้คลายคลอน”

ไม่คิดเลยว่าเพลงธรรมดาที่เขาไม่เคยคิดจะฟังหรือแม้แต่การร่ายรำที่ชายหนุ่มไม่คิดจะดู ตอนนี้กลับสามารถเรียกความสนใจของหนุ่มนักเรียนนอกได้ เพียงแค่ผู้หญิงตรงหน้าเยื้องกรายไปทางซ้ายขวา พร้อมท่ารำที่อ่อนช้อยและเทียนซึ่งถูกยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ

เขาไม่รู้จักชื่อเพลงแต่ทราบว่าเนื้อเรื่องมาจากวรรณคดีอิเหนา ซึ่งตนเคยเรียนสมัยมัธยมศึกษา ทำให้รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเขาเป็นอิเหนาที่ได้เจอบุษบาครั้งแรก หล่อนงดงามราวกับนางในวรรณคดีก็ไม่ปาน ใบหน้ารูปไข่กับผมดำขลับที่ยาวถึงกลางแผ่นหลัง เอวคอดรับสะโผกผายจนคนมองแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ รับรู้ว่าตัวเองกำลังคิดเกินเลยจนต้องเรียกสติไม่ให้จินตนาการไปไกล

“อ้าองค์พระพุทธาตัวข้า บุษบาขอกราบวิงวอน ข้าสวดมนต์ขอพระพรวิงวอนให้ หทัยระเด่นปรานี รักอย่าเคลือบแฝง ดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรี โปรดมีจิตนึกเมตตา ขอเทียนที่เสี่ยงทาย ดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่บุษบา ดั่งข้านี้ตั้งใจ...”

ไม่ว่าเธอจะก้าวเดินไปส่วนไหนของเวที สายตาของเขาก็มักจะไปตามไปเสมอ ตนรู้ดีว่าเธอคงไม่ได้มองลงมาข้างล่างหรือโฟกัสจุดใสจุดหนึ่งเพราะต้องตั้งสมาธิกับการแสดง ทว่าลึกลงไปในใจก็อยากให้หยิงสาวมองกันบ้าง

ความรู้สึกมันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร...

แล้วอารมณ์เหล่านี้คืออะไร...

“อ้าองค์พระพุทธา ตัวข้าบุษบาขอกราบวิงวอน ข้าสวดมนต์ขอพระพรวิงวอนให้หทัยระเด่นปรานี รักอย่าเคลือบแฝง ดังแสงเทียนริบหรี่ ขอองค์ระเด่นมนตรี โปรดมีจิตนึกเมตตา ขอเทียนที่เสี่ยงทาย ดลให้คนรักข้า รักเพียงแต่ บุษบา ดั่งข้านี้ ตั้งใจ....”

การแสดงจบลงไปแล้วโดยที่นางรำยังคงค้างท่าสุดท้ายเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหลังม่านอย่างพร้อมเพรียงสวยงาม โดยไม่รับรู้ถึงสายตาของร่างสูงที่มองไปจนสุดเวทีหวังจะได้เห็นดวงหน้าสวยอีกครั้งกลับพบเพียงความว่างเปล่า จนต้องถอนหายใจนึกเสียดาย

ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ เหม่อลอยไปไกลแค่ไหนกระทั่งไม่รับรู้ว่ามารดามายืนอยู่ข้างกายสักพักแล้ว ท่านจึงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเพื่อเรียกสติคนที่กำลังสติหลุดลอยไปไกล หลังจากได้ชมการแสดงสุดพิเศษแววตาง่วงเหงาก็แปรเปลี่ยนเป็นสดชื่นขึ้นมาทันตา

“คนที่เป็นบุษบาสวยดีนะ” สะดุ้งหันมองท่านเหมือนเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง

กระแอมในลำคอแล้วตีหน้าขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่แววตาของชายหนุ่มฉายชัดถึงความเสน่หาต่อหญิงสาวผู้เป็นนางบุษบาอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าคุณมาลาตีมองออกหรือเปล่า แต่เขาคิดว่าตัวเองเก็บความรู้สึกเก่งพอสมควร

ท่านไม่น่าจะรู้หรอก...

“ครับ...อะไรนะครับ คุณแม่ว่าอะไร” ถามอีกครั้งแม้จะได้ยินในตอนแรกว่าท่านพูดอะไร ยกมือขึ้นกอดอกพลางย่นหัวคิ้วเข้าหากัน ทำหน้าเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนคนเป็นแม่ถึงกับหลุดหัวเราะกับลูกชายที่เก็บอาการไว้ไม่ไหว

เพิ่งเคยเห็นธนนท์ปภพเสียอาการเป็นครั้งแรก จึงได้ถามเหมือนต้องการจี้จุดอีกฝ่าย ยิ่งทำให้เขาไม่รู้ว่าจะทำหน้าหรือตอบอย่างไร คิดหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเองทันที

“แม่ว่าบุษบาสวยดี”

“อ่า ครับ” พยักหน้าเห็นด้วยอย่างลืมตัว เพราะคิดว่าบุษบาสวยจริงอย่างที่ท่านกล่าว

ไม่รู้ว่าสวยเพราะแต่งหรือเปล่าแต่ทุกอย่างที่เป็นเธอสะกดให้เขามองไม่ขลาดสายตา เผลอยกยิ้มยามคิดถึงท่วงท่าอ่อนช้อยยามร่ายรำ พยายามเม้มปากไม่ให้แสดงอาการมากเกินไปแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะคุณมาลาตีเห็นหมดทุกอย่าง

บุตรชายของท่านเสียท่าให้นางบุษบาเสียแล้ว...

“โรงแรมเรามีโชว์แบบนี้ด้วยเหรอ ผมไม่เห็นทราบมาก่อนเลย” หันมาถามด้วยความอยากรู้ เหมือนว่าเขาจะต้องการทราบถึงเรื่องราวของหล่อน ไม่รู้อีกฝ่ายชื่ออะไรแต่อยากรู้ว่านางบุษบาจะมารำที่นี่อีกหรือเปล่า

เขาจะได้จองพื้นที่เอาไว้เพื่อชมเธอโดยเฉพาะ แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกความคิดของตัวเองออกไป ทำเพียงแค่เก็บข้อมูลอย่างเดียว

“ก็แล้วแต่ว่าลูกค้าจะต้องการอะไร คุณพราวขอมาว่าอยากให้มีการรำที่น่าสนใจเพราะคนที่มาส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แม่เลยให้คนไปจัดการหาโชว์น่าประทับใจ สุดท้ายก็ได้บุษาเสี่ยงเทียนมา” เหมือนว่าฟังหูซ้ายทะลุหูขวามากกว่า หัวใจเริ่มห่อเหี่ยวเมื่อคิดว่าอาจจะไม่ได้พบหญิงสาวอีก

“ครับ” เขาตอบรับเสียงเบาแล้วขอตัวขึ้นไปทำงาน

ดวงตาเหม่อลอยขณะเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติอีกครั้ง เขาไม่เคยเชื่อในรักแรกพบเพราะคิดว่ามันเกินจริงมากไปหน่อย คนเราจะรักตั้งแต่พบหน้าได้อย่างไรโดยที่ไม่ศึกษานิสัยใจคอกันก่อน

แล้วเหตุการณ์พวกนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับตนเลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่ถูกใจแล้วจบลงบนเตียงก่อนแยกย้ายในวันต่อมา ทว่ากับคนนี้เขารู้ดีไม่อยากให้มันจบ ยังอยากมองเธอต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งได้มองก็เหมือนมีกำลังใจในการใช้ชีวิต เวลาไม่ถึงชั่วโมงเปลี่ยนเขาคนเก่าได้มากขนาดนี้จนชายหนุ่มนึกสงสัย

ว่าทำไมหล่อนถึงมีอิทธิพลต่อใจของตนนัก...

ขายาวก้าวไปตามทางก่อนจะเดินลงบันไดเพื่อออกจากส่วนงานจัดเลี้ยง เขาไม่ได้ยินเสียงที่จะโกนเรียกจากทางด้านหลัง กำลังคิดถึงเรื่องของผู้หญิงที่วิ่งวนในหัวไม่หยุด กระทั่งได้ยินเสียงที่ดังใกล้จึงได้เหลียวมองก่อนที่ดวงตาคมจะเบิกกว้าง

“คุณ คุณคะ!”

นางบุษบา...ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่!

“ครับ” เขาไม่รู้ว่าเผลอทำสีหน้าอย่างไร แต่ทุกครั้งที่ประหม่าตนมักจะทำหน้าขรึมแล้วมันยิ่งทำให้คนที่เข้ามาคุยด้วยนึกกลัว เธอเองก็คงไม่ต่างจากคนอื่น

ทว่าสิ่งที่เห็นคือคนตรงหน้าเลือกจะก้าวเข้ามาใกล้ ชุดที่สวมคือไปรเวทไม่ใช่ชุดนางรำเหมือนสวมบนเวที ถอดเครื่องหัวออกเหลือเพียงผมตรงยาวดำขลับถึงกลางแผ่นหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมจากตัวของเธอที่โชยมาจนเขาเผลอกลั้นลมหายใจ

ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็เหมือนจะไม่เป็นตัวเองมากกว่าเดิม...

“คุณทำเงินตกหรือเปล่าคะ” แบงก์สีเทายื่นมาตรงหน้าเขา ดวงตากลมใสจ้องชายหนุ่มตาแป๋วทำเอาหัวใจไม่รักดีเต้นรัวจนต้องกำมือแน่น ยิ่งภายในปั่นป่วนมากเท่าใดสิ่งที่เขาแสดงออกก็ยิ่งนิ่งมากเท่านั้น จนคล้ายกับเขากำลังแสดงความโกรธ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel