บทที่ 6 ความวุ่นวายของครอบครัวแอลลี่
คฤหาสน์ครอบครัวเคลเลอร์
มือบางเอื้อมกดรีโมตเปิดรั้ว แค่ได้เห็นรถที่จอดอยู่ด้านในหญิงสาวก็กลอกสายตาด้วยความท้อแท้ขึ้นมาเสียแล้ว พร้อมระบายลมหายใจยาว หักเลี้ยวพวงมาลัยเข้าไปจอดประจำที่
เธอคว้ากระเป๋าส่วนตัว ยืนอยู่หน้าประตูบ้านครู่ใหญ่พลางเอาหูแนบเพื่อฟังเสียงด้านใน แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้ยินเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย จึงกลั้นใจค่อย ๆ แง้มบานประตูออกเบามือที่สุด
ดวงตาคมโฉบเฉี่ยวกวาดมองรอบด้าน แต่ก็ไม่พบใครสักคน ลอบระบายลมออกมาเชื่องช้า เหลือบมองบันไดขึ้นชั้นสอง เตรียมจะพุ่งกลับขึ้นห้องนอนให้ไวที่สุด
แต่ทว่า
“แอลลี่!”
น้ำเสียงแหลมเล็กแต่ทรงอำนาจตวาดขึ้นหลังจากเธอกระโดดขึ้นบันไดได้เพียงแค่สี่ขั้นเท่านั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะก้าวพ้นห้องนั่งเล่นออกมายืนกอดอกจ้องมองลูกสาวด้วยแววตาดุ ๆ
“ม้า ~ อยู่บ้านด้วยเหรอเนี่ย แฮะ ๆ แอลไม่ทันสังเกตเลย” แอลลี่รีบยิ้มแหยแก้ต่างน้ำขุ่นราวคนมีความผิดติดตัว
“หึ โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะ! แล้วนี่จะไปไหน กลับบ้านมาไม่คิดจะโผล่มาทักทายม้ากับป๊าเลยเหรอไง”
“อ้าว ~ ลูกสาวป๊ากลับมาบ้านแล้วเหรอ”
ได้ยินบทสนทนาร่างสูงกำยำของเจ้าของบ้านก็โผล่มาจากอีกห้อง ใบหน้าหล่อร้ายและรอยสักที่โผล่พ้นเสื้อออกมายิ่งส่งเสริมให้เขาดูมีเสน่ห์เหลือร้ายแต่ก็น่าค้นหา วิคเตอร์ในวัยเกือบห้าสิบปียังคงหล่อเหลาไม่ต่างจากช่วงวัยรุ่น แถมอาจจะดูหล่อกว่าเดิมด้วยซ้ำ
อดีตมาเฟียฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายด้วยความรัก พลางก้าวเข้ามาหาเมียและลูกสาวสุดหวง
“สวัสดีค่ะป๊า คะ...คือพอดีแอลรีบนิดหนึ่ง นัดเพื่อนไว้ งั้นแอลขอ...”
“ไม่! ลงมาคุยกันดี ๆ ก่อนแอล ทั้งเดือนม้าเห็นหน้าแอลแทบนับครั้งได้เลยนะ! แล้วนี่จะออกไปไหนอีก”
ร่างเล็กจิ๋วไม่ต่างจากเด็กของอันดามันกอดอกจ้องมองลูกสาวที่ยังเอาแต่เกาะขอบราวบันไดไม่ยอมลงมาคุยกับเธอดี ๆ ด้วยสายตากดดัน
อันดามันในวัยสี่สิบปลาย ๆ ยังคงดูดีเฉกเช่นวันวาน ใบหน้าสวยบัดนี้ดูเฉี่ยวคมภูมิฐานมากกว่าเดิม เรือนผมสีดำสนิทถูกตัดสั้นประบ่าช่วยส่งเสริมให้หญิงสาวดูอ่อนกว่าวัยไปหลายสิบปี เธอแต่งกายด้วยสูทสีเทาอ่อนท่าทางทะมัดทะแมง แต่ขับเน้นให้ร่างเล็กดูน่ายำเกรงสมฐานะ CEO บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของประเทศ
แอลลี่หน้าเจื่อนลงเล็กน้อย หันไปส่งสายตาออดอ้อนบิดา แค่นั้นก็ทำใจคนเป็นพ่อตัวใหญ่อ่อนยวบรีบหันไปโอบกอดภรรยาตัวเล็กเพื่อช่วยลูกสาว
“บี๋ครับ อย่าดุลูกสิ”
“หยุด! ตัวไม่ต้องเข้าข้างลูกเลย! เห็นไหมว่าให้ท้ายกันมากแล้วเป็นยังไง”
“เค้าไม่เคยให้ท้ายลูกสักหน่อย ถ้าลูกผิดเค้าก็ดุลูกอยู่แล้ว แต่นี่เค้ายังไม่เห็นแอลทำอะไรเลย”
“ก็เพราะไม่ทำนี่ไงถึงควรดุ! ยัยแอลจบเรียนจบมาตั้งนานแล้ว แต่ยังเอาแต่ออกเที่ยวผับกลับบ้านเช้าตลอด!” นางพญาร่างเล็กสลัดตัวสามีออกพร้อมตวัดสายตาดุ ๆ จนผัวหน้าเจื่อนเสียเอง
“มะม้าก็! พูดเวอร์มาก! แอลเพิ่งจบมาแค่เดือนเดียวเอง ขอพักสมองหน่อยสิ” แอลลี่รีบอธิบาย แต่มารดาผู้จริงจังก็สวนกลับรวดเร็ว
“เดือนเดียวมันก็นานเกินพอแล้วแอลสำหรับการเที่ยวเล่นน่ะ! เมื่อไรจะมาช่วยม้ากับป๊าทำงานสักที!”
แม้จะตัวเล็กกว่าลูกสาวแต่แรงกดดันที่คนเป็นแม่ส่งมาทำแอลลี่เถียงต่อไม่ออก เนื่องจากช่วงมหา’ลัยเธอก็สุดจริง เรียกได้ว่าไม่กลับบ้านกลับช่อง ยิ่งบิดาซื้อคอนโดฯ ให้ด้วยยิ่งแล้วใหญ่ จะโผล่กลับมาให้พ่อแม่เจอหน้าก็แค่ช่วงปิดเทอมไม่กี่วัน นอกนั้นเธอก็ออกเที่ยว
ร่างเย้ายวนก้าวลงมาจากบันไดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย ช้อนมองมารดาตาปริบ ๆ พยายามออดอ้อนให้ท่านใจเย็นลง
“ม้าอ่า ~ แอลไม่ถนัดงานด้านโฆษณาจริง ๆ ถ้าให้ทำแอลขอไปทำที่สนามแข่งรถปะป๊าแทนได้ไหม ส่วนงานที่บริษัทม้าแอลว่าให้ไอ้อเล็กซ์มันทำเถอะ มันเรียนด้านนี้มาก็เพื่อช่วยม้าอยู่แล้วนี่”
ได้ฟังวิคเตอร์ก็ยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจสุดขีด รีบเข้ามาโอบไหล่ลูกสาว
“ได้เลย! มันต้องงี้สิ ถึงสมเป็นลูกสาวป๊า”
“...” อันดามันไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ตวัดสายตาคาดโทษไปทางสามีตัวใหญ่ แค่นั้นวิคเตอร์ก็แอบหนาว ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมาเล็กน้อย ถึงกับเลิ่กลั่กถามภรรยาคนสวยเสียงสั่น
“เอ่อ...เค้าพูดอะไรผิดเหรอครับบี๋”
“เฮ้ออออออออออออ ~ ฉันล่ะเหนื่อยกับทั้งพ่อทั้งลูก!”
แอ๊ด ~
“อ้าวยัยแอลอยู่นี่นี่เอง...แล้วนี่มายืนประชุมอะไรกันหน้าประตูบ้านเนี่ย”
อเล็กซ์ที่เพิ่งเปิดประตูมาทำหน้างงที่เห็นทั้งครอบครัวมากระจุกตัวยืนขวางหน้าประตู
“นี่ก็อีกคน! มาพอดีม้าจะได้บ่นพร้อมกันเลย!”
“เฮ้ย! อะไรครับเนี่ย มะม้าจะบ่นยัยแอลก็บ่นไปสิครับ ผมไปเกี่ยวอะไรด้วย!”
“เรามันก็ไม่ต่างจากน้องหรอกอเล็กซ์! เลิกเอาแต่ลอยไปลอยมากันได้แล้วทั้งคู่ ม้าให้เวลาถึงแค่วันจันทร์เท่านั้น ต้องเริ่มเข้ามาศึกษางานที่บริษัทได้แล้ว!”
“ม้า! แต่นี่วันเสาร์!” แอลลี่รีบเถียงพยายามทวงคืนความเป็นธรรมให้ตัวเอง แต่มารดาตัวเล็กก็ยกยิ้มกว้างแต่แฝงแรงกดดันมหาศาลเอาไว้
“ใช่แล้ว ~ และม้าก็ดีใจมาก ๆ ที่จะเห็นลูกทั้งสองคนของม้าเริ่มต้นใช้ชีวิตวัยทำงานสักที”
แอลลี่มีสีหน้าย่ำแย่อย่างเห็นได้ชัด แต่อเล็กซ์กลับรีบเดินเข้าไปสวมกอดมารดาด้วยความประจบประแจงทันที
“โธ่ม้าครับ วันจันทร์มันเร็วไปหน่อยไหมครับ ที่ผ่านมาอเล็กซ์ก็ไม่ได้ทำตัวไร้สาระไปวัน ๆ สักหน่อย นี่ผมก็มีคุยโปรเจกต์กับเพื่อนในคณะว่าอยากทำบริษัทถ่ายหนังสั้นกัน ถึงจะยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างมาก แต่ผมก็จริงจังนะม้า...เอาไว้อะไร ๆ มันเริ่มลงตัวรับรองเดี๋ยวผมต้องกลับไปช่วยงานม้าที่บริษัทแน่นอน”
“...”
อันดามันขมวดคิ้วเหลือบมองหน้าตาใสซื่อของลูกชายด้วยความชั่งใจ ใจจริงเธอก็ไม่ได้อยากจะบีบบังคับ จ้ำจี้จ้ำไชให้ลูกเครียดกันหรอก เพียงแค่อยากให้ลูกทั้งสองรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบตัวเองมากกว่านี้ ในเมื่อลูกชายมีงานที่เขาอยากทำสุดท้ายคนเป็นแม่ก็ถอนหายใจยาว พยักหน้ารับ เล่นเอาลูกสาวคนเล็กถึงกับขัดขึ้นมาเสียงแหลม
“ม้า! อย่าไปเชื่อไอ้อเล็กซ์! น้ำหน้าอย่างมันเนี่ยนะคิดจะทำงาน!”
“แอล! พูดกับพี่ดี ๆ!”
“ใช่แอล ~ พูดกับพี่ดี ๆ สิครับ” อเล็กซ์แสยะยิ้มกว้างทวนคำพูดมารดาเป็นการกวนตีนน้องสาวเล่น ทำแอลลี่รีบปรี่เข้ามาเตรียมจะถีบพี่ชายด้วยความหมั่นไส้
“มึงมันตอแหล! อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่ามึงแค่หาข้ออ้างไม่ช่วยงานม้า”
“แอลลี่!” อันดามันรีบดุลูกสาว ส่วนอเล็กซ์ก็ใช้ร่างคุณแม่เป็นกำบังเกาะหลังท่านไม่ห่าง
“ม้าดูยัยแอลสิ! เนี่ย! มันจะตีผมอีกแล้ว”
“แอลไม่เอาลูก ป๊าบอกแล้วไงอย่าใช้ความรุนแรงกันในบ้าน” วิคเตอร์เองก็ช่วยดึงแขนลูกสาวให้ห่างออกมา ก่อนปลายเท้ามันจะไปโดนมารดาจนอันดามันของขึ้น แล้วมันจะซวยกันทั้งบ้าน
สถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติของครอบครัวนี้ไปแล้ว สุดท้ายก็จบลงด้วยอเล็กซ์และแอลลี่รวมถึงวิคเตอร์โดนนายใหญ่ของบ้านฟาดกันไปคนละที ทุกอย่างถึงกลับสู่ความสงบได้
เหตุผลที่วิคเตอร์โดนด้วยก็เพราะพยายามทำเท่ออกโรงปกป้องลูกสาว เมียรักจึงหมั่นไส้จับหวดก้นให้หมด
มือบางยกมือนวดขมับบรรเทาอาการปวดหัว ยิ่งลูก ๆ โต เธอก็รู้สึกผิดกับมารดาตัวเองมากขึ้น เพราะทั้งแอลลี่และอเล็กซ์ทั้งแสบทั้งป่วนแบบไม่มีแผ่ว จนเธอย้อนคิดถึงสมัยตัวเองและน้องชายเป็นเด็กเลย แต่คู่แฝดเหมือนจะหนักกว่านั้น
“เลิกทำหน้าจ๋อยทั้งพ่อทั้งลูก! แหม ม้าตีไปคนละทีทำเหมือนไม่เคยโดน!”
“ก็อเล็กซ์มันกวนตีนเองก่อน!”
“ผมผิดตรงไหนเนี่ยมะม้า ทำไมผมถึงโดนไปด้วย”
“คนที่ควรถามคำถามนั้นคือป๊าเนี่ย!” วิคเตอร์หันไปบ่นลูกชาย ก่อนจะช้อนมองภรรยาด้วยแววตาตัดพ้อน้อยใจ “บี๋ใจร้ายกับผัวได้ลงคอ เค้าเสียใจ! ง้อด้วย!”
“โอ๊ย! ฉันละปวดหัว ตัวแก่ขนาดนี้ยังกล้าทำตัวแอ๊บแบ๊วต่อหน้าลูกอีกเหรอ”
“นี่บี๋ว่าเค้าแก่เหรอ! ใช่สิ! ผัวคนนี้มันแก่แล้วหนิ มันไม่ฮอตไม่หล่อเหมือนสมัยหนุ่ม ๆ แล้ว” นายใหญ่ของบ้านตอบกลับแบบไม่เกรงใจรอยสักบนแขนตัวเอง แต่ถึงแบบนั้นเขากลับเอานิ้วเกี่ยวปลายสูทภรรยาตัวน้อยเอาไว้ เรียกร้องการง้อสุดชีวิต
“พอ ๆ ๆ ๆ ไปกินข้าวกันได้แล้ว” อันดามันถอนหายใจตัดบท แอบมองสามีที่ยังทำหน้างอนไม่เลิก ตั้งใจว่าค่อยไปง้อกันสองคนตอนกลางคืนแทน และจะจับเข่าคุยเรื่องการสปอยล์ลูกสาวแบบเกินเบอร์ด้วย
แอลลี่หน้ามุ่ยขัดใจเล็กน้อยที่ถูกมารดาดุ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เตรียมจะเดินไปห้องทานอาหาร แต่อเล็กซ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“มะม้าครับ...เดี๋ยวผมต้องออกไปธุระนะครับ น่าจะไม่ได้อยู่ทานข้าวเย็นด้วย”
“อ้าวจะออกไปไหนอีก! เพิ่งกลับมาเอง” อันดามันขมวดคิ้วมองสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นของลูกชายอย่างจับผิด
“มีธุระจริง ๆ ครับ เรื่องงานนี่แหละ ผมแค่แวะมาเอาของเตรียมเอกสารนิดหน่อย”
“อย่าเชียวนะ! มึงจะชิ่งกูรู้!” แอลลี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบกระซิบบอกพี่ชายเสียงเครียด เธอไม่อยากเป็นเป้าหมายให้มารดากดดันคนเดียว
“มีงานจริง ๆ”
“อย่ามา!”
“ซุบซิบอะไรกันสองพี่น้อง สรุปยังไงอเล็กซ์ มีงานจริง ๆ หรือแค่โกหกม้า!” เสียงของอันดามันทำให้ทั้งคู่รีบหยุดคุย ก่อนที่อเล็กซ์รีบหันไปส่งยิ้มตอบกลับมารดา
“งานจริง ๆ ครับม้า”
“แล้วอยู่กินข้าวก่อนไม่ได้เลยเหรอ” นายใหญ่ตัวเล็กจิ๋วยังคงหรี่ตามองลูกชายอย่างจับผิด
“ผมนัดเพื่อนเอาไว้หนึ่งทุ่มครับ เดี๋ยวต้องขึ้นไปเตรียมเอกสารก่อนด้วย น่าจะอยู่ทานไม่ทัน แต่พรุ่งนี้ไม่พลาดแน่นอนครับ”
“...”
อันดามันเงียบไปอย่างใช้ความคิด สุดท้ายก็เลือกที่จะเชื่อคำพูดของลูกชาย
“เอาเถอะรีบไปรีบมา”
“ครับม้า ~ อเล็กซ์รักมะม้าที่สุดเลย” อเล็กซ์ฉีกยิ้มกว้างรีบเข้าไปหอมแก้มมารดาเป็นการขอโทษ แล้วรีบหมุนตัวหนีขึ้นไปบนห้องทันทีโดยมีสายตาหมั่นไส้ของน้องสาวทิ่มแทงตามหลังแทบทะลุ
“มาแอล เรามากินข้าวกันได้แล้ว เดี๋ยวจะให้ป๊าคุยเรื่องที่บริษัทกับเราด้วย”
“บริษัท?”
แอลลี่ทวนคำด้วยสีหน้างุนงง เพราะเธอรับปากแค่จะไปช่วยงานที่สนามแข่งรถเท่านั้น ซึ่งอันดามันก็อธิบายต่อทันทีอย่างรู้ทัน
“ใช่ที่บริษัทของป๊า ใจคอเราคงไม่ได้กะโฉบไปโฉบมาแค่ที่สนามแข่งรถอย่างเดียวใช่ไหม?”
“บี๋ก็ใจเย็น ๆ สิครับ ค่อย ๆ ให้ยัยแอลเรียนรู้งานทีละอย่างก็ได้” คนรักลูกเกินเบอร์ไม่วายที่จะช่วยลูกสาวพูด
“ตัวอยากโดนหยิกอีกทีใช่ไหม?”
“ก็อย่าข่มผัวต่อหน้าลูกเยอะสิ!” อดีตมาเฟียหน้าโหดมุ่ยหน้า กระซิบให้ภรรยาได้ยินเพียงสองคน แต่ลูกสาวที่ยืนห่างไปเมตรกว่า ๆ ก็ได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว
อันดามันไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่เหลือบมองสามีตัวโตนิ่ง ๆ เป็นการตอกย้ำว่าเธอไม่คิดเปลี่ยนใจ ก่อนจะหมุนกายเดินนำเข้าห้องอาหารเป็นคนแรก ปล่อยให้สองพ่อลูกเดินตามคอตก
“ป๊าอย่าหงอกับม้ามากสิ ซัปพอร์ตแอลหน่อย!”
“ป๊าซัปสุดตัวแล้วแอล ดูแขนป๊า!”
“เฮ้อออออออ ตอนนั้นอะไรเข้าสิงป๊าหรือเปล่า ทำไมถึงได้เลือกเมียโหดจัง” แอลลี่ถอนหายใจยาวหันไปคุยกับบิดาแบบไม่คิดอะไรมาก ตั้งแต่เด็กจนโตเธอเห็นบิดาหน้าโหดยอมมารดาเธอทุกอย่าง ทั้งที่ต่อหน้าคนอื่นวิคเตอร์จะมาดเท่ ดูดุดันมาก แต่เมื่ออยู่ที่บ้านกลับกลายเป็นลูกหมาตัวเล็ก ๆ ไปเสียได้ เล่นเอาคนฟังตาโต หันมองรอบข้างอย่างหวาดระแวงไปหมด
“ชู่ ~ อย่าหาเรื่องให้ป๊าโดนม้าอัดดิ!”
“ก็ป๊าไม่ไฟต์เลยยยยย”
“แล้วทำไมแอลไม่ไฟต์เองล่ะ!”
“...”
แอลลี่หน้ามุ่ยพอเจอคำถามจี้ใจของบิดาย้อนถาม เริ่มเข้าใจบิดาที่น่าสงสารของตัวเองขึ้นมานิด ๆ เพราะต่อให้เธอจะเก่งกับคนทั้งโลก แต่พออยู่ต่อหน้ามารดาตัวเล็กที่สูงเลยคางเธอมาเพียงเล็กน้อย แอลลี่กลับรู้สึกเคารพยำเกรงแม้มารดาจะไม่ได้พูดอะไรแค่มองเธอนิ่ง ๆ ก็เล่นเอาขนลุกแล้ว
สุดท้ายเย็นวันนั้นจากที่คิดจะแอบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบหนีออกไปเที่ยว ก็ต้องอยู่ทานมื้อเย็นพร้อมทั้งคู่ แถมมาด้วยสายตากดดันตลอดมื้ออาหารให้บิดายอมรับปากว่าจะให้ลูกสาวเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานยังบริษัทนำเข้ารถในเช้าวันจันทร์
