บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 ขอเสนอจากพี่ชาย

กว่าแอลลี่จะแอบย่องออกจากบ้านได้ก็เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว กว่าจะถึงผับที่นัดหมายกับเพื่อนก็เป็นเวลาสองทุ่มกว่า

เสียงเพลงจากบูทดีเจยังคงกระหึ่มตลอดทางเดินแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่กลางผับเหมือนเช่นทุกครั้ง

มือบางผลักบานประตูห้องวีไอพีด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายชัดเจน มองดูเพื่อนที่วันนี้เหลือกันเพียงแค่สองคนนั่งกดมือถือเล่นกันอยู่คนละมุมห้องราวคนไม่รู้จักกันมาก่อน

“โห! กว่าจะโผล่หัวมาได้ กูเกือบจะหลับอยู่แล้วไอ้ห่า!” จีโน่เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ก็เปิดปากด่าคนตัวตั้งตัวตีทันที

“ไอ้เลวนัดกูสองทุ่ม ตัวเองโผล่มาสามทุ่ม กูควรจะเริ่มด่ามึงจากตรงไหนก่อนดี!”

บอมกลอกสายตาเบื่อหน่ายใส่เพื่อนสาวแล้วก้มพิมพ์ข้อความต่อ

คิ้วบางขมวดเข้าหากันกวาดสายตามองภายในห้องแบบวีไอพีด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย แม้ด้านหลังจะเป็นกระจกมองเห็นบรรยากาศภายในผับได้ชัดเจน แต่ห้องมันก็กว้างและส่วนตัวเกินไปบวกกับปริมาณเพื่อนวันนี้มันก็น้อยจนน่าใจหายก็ยิ่งทำให้มันดูวังเวงแทน

“ใครมันเลือกจองห้องวีไอพีวะ” แอลลี่ไม่อธิบายเหตุผลที่มาสายเลือกที่จะถามเพื่อนทั้งสองกลับไปแทน

“ก็พอการ์ดเจอหน้ากูเขาก็พามาห้องนี้เลย” บอมไหวไหล่ตอบคำถาม ซึ่งแอลลี่ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม

“เฮ้ออออออ แล้วนี่อะไร โผล่หัวกันมาแค่สองคน! ไอ้พวกที่เหลือไปไหนหมด”

“ไอ้กันต์ไปต่างจังหวัด ไอ้เต้ยติดเมีย ไอ้เขมบอกปวดหัวขอพัก” หนุ่มหน้าหล่อเถื่อนไล่เรียงให้แบบรวดเร็ว พลางคว้าแก้วเหล้าตัวเองขึ้นมากระดกดื่มด้วยใบหน้าเซ็ง ๆ ไม่ต่างกัน

“โวะ! แล้วมานั่งกันสามคนในห้องวีไอพีแบบนี้ เหงาฉิบหาย ย้ายดิ!”

“เฮอะ ร้องเหงา กูเนี่ยนั่งจ้องตากับไอ้บอมมาชั่วโมงจนจะท้องอยู่แล้วไอ้ฉิบหาย!”

“เฮ้อออออออออ เลิกพูดมากเหอะแล้วรีบ ๆ มาแดก กูจะได้รีบกลับ น้องดาวแม่งทักแชตมาบ่นกูไม่หยุดเลยเนี่ย”

“แล้วทำไมพวกเราต้องมาโดนขังอยู่ในห้องกระจก ได้แค่มองคนอื่นเต้นล่ะเนี่ย”

แอลลี่บ่นกระปอดกระแปดด้วยความเซ็งขั้นสุด แม้จะรู้ดีว่าเหตุผลหลัก ๆ คือแอซตันกันตัวเธอออกมาเพื่อจะได้ไม่ต้องไปลำบากเคลียร์กับชาวบ้านแทนน้องสาว

ร่างเย้ายวนในชุดเสื้อเกี่ยวคออวดเว้าแผ่นหลังเนียนสวยคู่กับกระโปรงเอวสูงสีดำที่มีความยาวเพียงคืบกระแทกกายนั่งลงบนเบาะนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์นัก หันมองซ้ายขวาก็เห็นว่าเพื่อนทั้งสองนั่งอยู่คนจะฟากจนเอื้อมมือหากันไม่ถึงด้วยซ้ำ

“ถ้าจะนั่งอ้าขนาดนี้มึงถอดกระโปรงออกเลยก็ได้นะแอล!” จีโน่หันมาบ่นเพื่อนสาวกับท่านั่งที่โคตรจะไม่ระวัง แต่แอลลี่ก็หันมาเลิกคิ้วก่อกวนแบบไม่แยแสใด ๆ

“ไม่ต้องห่วงจะเห็นกางเกงในกูหรอกไอ้จี เพราะกูถอดทิ้งไว้บ้านแล้ว”

“แค็ก ๆ อีทุเรศ! พูดมาได้ยังไง อุบาทว์มาก! ดูสภาพตัวเองหน่อยแอลว่ามึงเป็นผู้หญิง” บอมถึงกับสำลักน้ำลายกับคำตอบที่โคตรน่าเกลียดของเพื่อน

“กูล้อเล่นไหม!”

“เดี๋ยวไอ้จีมันก็หน้ามืดจับมึงปล้ำหรอก”

“ขอร้อง กูไม่ตาบอดขนาดนั้น ผู้หญิงแบบไอ้แอลมีดีแค่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ” จีโน่ทำหน้าขยะแขยงไม่ปิดบัง

“หน้าสวย?” บอมถามต่อ

“ปากดี!”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ” บอมหัวเราะก๊ากด้วยความสะใจ ส่วนจีโน่ก็ยกขาขึ้นไขว้ยกแก้วเหล้าดื่มต่อด้วยรอยยิ้ม ส่งผลให้หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ถูกด่าตั้งแต่เดินเข้ามาหยิบก้อนน้ำแข็งมาปาใส่ทั้งสองด้วยความหมั่นไส้

“กวนตีน! กูยิ่งเซ็ง ๆ อยู่”

“อะว่ามา กูน่าจะอยู่ได้ไม่นาน” บอมถอนหายใจยาว ขยับมานั่งใกล้แอลลี่มากขึ้น ช่วยเปิดขวดโซดาในขณะที่แอลลี่รินเหล้าสีเข้มใส่แก้วใบเตี้ยของตนแบบไม่กลัวเมา

“อะไรอีก กูเพิ่งมา!”

“ก็ไอ้น้องดาวอะสิ ง้องแง้งไม่เลิก”

“งี่เง่ามากก็ทิ้ง ๆ ไป หาใหม่ที่ว่าง่าย ๆ หน่อย” จีโน่ให้คำแนะนำตามนิสัยห่าม ๆ เพราะเขาไม่ชอบผูกมัดตัวเองกับใครจริงจัง

“เพิ่งคบไอ้ห่า จิ้มไปสามครั้งเอง!”

“แล้วมึงต้องจิ้มกี่ครั้ง?” แอลลี่เลิกคิ้วถามกลับ ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใด ๆ ที่ต้องมาฟังเรื่องสิบแปดบวกของเพื่อน

“ไม่ต้องมาอยากรู้เรื่องบนเตียงกูหรอก! ว่าแต่มึงมีอะไร ถ้าบอกไม่มีกูตบหัวทิ่มนะแอล!”

“ชิ! ก็แค่เบื่อ”

หญิงสาวพ่นลมขึ้นจมูก พลางใช้นิ้วคนแก้วเหล้าของตนแล้วกระดกดื่มหวังให้แอลกอฮอล์ช่วยบรรเทาความอึดอัดน้อยใจที่เกิดขึ้นวันนี้

“เออกูก็เบื่อ โดนเฉพาะหน้ามึงนี่โคตรเบื่อเลย”

แอลลี่ตวัดมองไปทางจีโน่ด้วยสายตาคาดโทษ อยากจะประเคนส้นตีนให้ไอ้เพื่อนปากเสีย แต่บอมก็สะกิดเรียกความสนใจให้รีบเข้าประเด็น

“เบื่อเรื่อง?”

“ก็ทั่วไป...”

“ตอบงี้กูแม่งไม่น่าหลวมตัวมาเลย” บอมส่ายหัวเอือมระอา ซึ่งจีโน่ก็ถอนหายใจไม่ต่างกันตอนได้ยินคำตอบ

“คือแบบ กูรู้สึกเหมือนคนอื่นไม่ยอมรับกู เพราะกูเป็นผู้หญิงอะ” แอลลี่ไม่ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เพียงแค่ระบายอ้อม ๆ เท่านั้น

“มึงบ้านรวย สวย แถมหาตีนเก่งขนาดนี้ใครมันจะไม่ยอมรับมึงอีก!”

“เลิกกัดกูสักประโยคมึงจะตายไหมไอ้จี!”

“เอ้ากูพูดจริง!”

“แล้วทำไมมึงถึงรู้สึกว่าคนอื่นไม่ยอมรับมึง?” บอมพูดขัดการทะเลาะของแอลลี่กับจีโน่

“เฮ้อออออออ ~ ก็แบบให้กูทำงานในส่วนที่สำคัญน้อยสุดมั้ง”

“มึงเริ่มทำงานแล้วเหรอ?”

หญิงสาวเม้มปากกับคำถามเหมือนจับผิดชอบจีโน่ ตอบปัด ๆ ไปแค่ว่ามีทำธุรกิจกับกลุ่มเพื่อนสมัยเด็กเท่านั้นโดยไม่ลงรายละเอียดใด ๆ

เหล้าหลายแก้วถูกกระดกดื่ม ทั้งบอมและจีโน่ก็ช่วยกันปลอบแบบจิกกัดตามประสาผู้ชาย แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าทั้งสองก็ดูเป็นห่วงเธอเช่นกัน ถึงจีโน่จะแนะนำให้เธอต่อยหน้าคนพวกนั้นกลับก็ตาม ถึงความอึดอัดในใจเธอจะไม่ได้คลายลงมาก แต่พอได้พูดคุยกับเพื่อนสนิทก็ช่วยให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องพวกนั้นชั่วคราว แล้วหลับตาสนุกไปกับเสียงเพลงและบทสนทนาไร้สาระ

ผ่านไปสองชั่วโมงโทรศัพท์ของบอมก็สั่นรัวขึ้นมาไม่หยุด เขาขอตัวออกไปรับสายด้านนอก ก่อนจะกลับมาบอกเพื่อนอีกสองคนว่าต้องรีบกลับไปเคลียร์กับแฟน ทำทั้งแอลลี่จะจีโน่ด่าไปหลายยก แม้บอมจะทำหน้าเซ็ง ๆ แต่สุดท้ายก็ทนแรงกดดันจากแฟนเด็กไม่ไหวต้องกลับไปอยู่ดีทำให้เหลือเพียงแค่เธอกับจีโน่สองคน

“เอาไงต่อ? นั่งแดกสองคนแม่งกร่อยฉิบหาย” หนุ่มมาดเถื่อนขมวดคิ้วหันมาถามความเห็นเพื่อนสาว

“กร่อยจริง เซ็งฉิบ วันเสาร์แท้ ๆ ทำไมคนอื่นแม่งติดธุระกันหมดวะ”

“ใครมันจะไปสบายเท่ามึงอีก บ้านก็มีตังค์ นอนเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ยังได้” ชายหนุ่มแขวะตามประสา ยกแก้วขึ้นกระดกดื่มจนหมด

“นอนเที่ยวห่าไร กูเพิ่งโดนแม่บังคับให้ไปทำงาน!”

“หึหึ งั้นก็สมน้ำหน้า!”

“ไอ้เวรนี่!”

แอ๊ด ~

ประตูห้องวีไอพีถูกเปิดเข้ามากะทันหันทำให้แอลลี่ที่กำลังเตรียมจะลุกไปบีบคอเพื่อนปากเสียต้องหยุดชะงัก ทั้งคู่หันมองด้วยความสงสัยตอนแรกคิดว่าบอมลืมของไว้จึงกลับมาเอา แต่คนที่เปิดประตูเข้ามากลับไม่ใช่เพื่อนเขา

“ฮัลโหลคนสวย ~”

หนุ่มหล่อผมยาวลุคดูเซอร์ ๆ เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เรือนผมสีดำหยักศกเล็กน้อยถูกมัดรวบไว้ครึ่งหัว กระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแน่น ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

“อ้าวพี่คิมมาไง”

แอลลี่ร้องทักคนมาใหม่ด้วยความแปลกใจ ทำให้จีโน่ที่ตอนแรกมีท่าทีระมัดระวังผ่อนคลายลง

“เบื่อ ๆ เลยตั้งใจแวะมาหาสาวนอนด้วย แต่การ์ดหน้าผับบอกน้องแอลอยู่เลยแวะมาทักทาย” คิมหันต์ตอบกลับตรง ๆ แบบไม่ปิดบัง แถมยังถือวิสาสะเข้ามานั่งร่วมวงแบบไม่รอเจ้าของห้องชวน พลางเหลือบมองรุ่นน้องสาวกับหนุ่มแปลกหน้าอีกคน “แล้วนี่มานั่งทำอะไรกับผู้ชายสองคน แฟนเหรอ?”

“ใช่ก็บ้าแล้ว นี่เพื่อนแอลชื่อจีโน่…เฮ้ยไอ้จีนี่เพื่อนพี่แอซตันชื่อคิมหันต์”

“ดีครับพี่”

“ตกใจหมดนึกว่าน้องแอลสละโสด” คิมหันต์หัวเราะ ส่งยิ้มทักทายชายหนุ่มอีกคนอย่างเป็นมิตร

หลังจากที่มีอาและแอซตันคบกันนอกจากเธอจะสนิทกับแอซตันมากขึ้น ยังได้เจอเพื่อนคนอื่นของแอซตัน และด้วยนิสัยลุย ๆ แมน ๆ จึงไม่แปลกที่จะสนิทสนมกับพวกเขาง่ายดาย

“หึหึ ยัยนี่น่าจะอีกยาวเลยพี่”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ก็ว่างั้น”

“เฮ้ย ๆ ไอ้เวร เจอหน้าพี่กูสองวินาทีมึงก็พร้อมจะหาพวกมารุมด่ากูแล้วเหรอ” หญิงสาวเพียงคนเดียวหันไปด่าเพื่อน

“ก็มึงมันทำตัวน่าด่า”

“แล้วมึงก็ทำตัวกวนส้นตีนกูเหมือนกัน!”

“เพื่อนมหา’ลัยเหรอ?” คิมหันต์เห็นทั้งคู่จิกแขวะกันก็ถามขึ้นมา

“ใช่พี่ ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งเลย” แอลลี่ตอบ

“ถึงว่าสนิทกัน...เออใช่ เดือนหน้ามีแข่งสนามพี่ แอลมาด้วยปะ?”

“เดือนหน้าแล้วเหรอ?”

แอลลี่ตาโตหลังจากได้ยินสิ่งที่คิมหันต์พูด หากถามว่าใครในกลุ่มของแอซตันที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด คงหนีไม่พ้นคิมหันต์ นอกจากเขาจะเป็นคนสบาย ๆ ไม่เรื่องมาก คิมหันต์ยังถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเธอด้วยเพราะเขาทำสนามแข่งเช่นกัน

คิมหันต์เป็นหนุ่มลูกครึ่ง ที่บิดามารดาแยกทางกัน แต่บิดาชาวต่างชาติก็ยังคอยส่งเสียดูแลลูกชายอย่างดี แถมทางครอบครัวทางฝั่งพ่อก็ยังมีธุรกิจนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดัง แต่ด้วยความติสต์ และชื่นชอบเรื่องรถทำให้เขาตัดสินใจมาเปิดสนามแข่งรถเป็นธุรกิจของตัวเอง

ก่อนรู้จักเธอก็แอบมองสนามแข่งรถของคิมหันต์เป็นศัตรูเช่นกัน แต่เมื่อได้สนิทกัน พวกเขาจึงดีลเรื่องการจัดการแข่งขันแทน ตอนนี้จึงกลายเป็นสนามพี่สนามน้องที่คอยช่วยเหลือกันมากกว่า

“เรียนเยอะจนลืมหรือไง ปกติอย่างเธอเนี่ยนะจะพลาด?” หนุ่มมาดเซอร์ยักคิ้วล้อเลียน

“เรียนจบแล้วเถอะ! แต่ช่วงก่อนยุ่งจริง ลืมไปเลยว่าใกล้ถึงการแข่งที่สนามพี่แล้ว”

หลังจากนั้นแอลลี่ก็หันไปคุยเรื่องการแข่งขันที่ใกล้เข้ามาด้วยความสนใจ ลืมเรื่องความกลัดกลุ้มก่อนหน้าไปชั่วคราว จีโน่เองพอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าของสนาม Silver Circuit ก็ตาเป็นประกาย รีบเสนอตัวอยากเข้าไปทำงานด้วย จนถูกแอลลี่ด่าว่าตอนเธอชวนเขามาทำที่สนามของเธออีกฝ่ายกลับปฏิเสธ

ซึ่งจีโน่ก็ให้เหตุผลง่าย ๆ ว่า เขาไม่อยากกระโดดถีบเจ้านายตัวเอง ขอไปทำงานที่อื่นดีกว่า

ถึงจะไม่ค่อยพอใจ เนื่องจากจีโน่ก็เป็นเพื่อนที่เธอสนิท แต่แอลลี่ก็เข้าใจได้ว่าการต้องมาเป็นลูกน้องของเพื่อนสนิทมันคงน่าอึดอัดใจพอสมควร หลัง ๆ จึงเป็นฝ่ายช่วยเชียร์ให้คิมหันต์รับตัวเพื่อนเธอเข้าไปเป็นทีมช่างสนามของเขา

บรรยากาศภายในห้องวีไอพีค่อนข้างผ่อนคลายสนุกสนานขึ้นเยอะ เมื่อคนที่มีความสนใจเดียวกันมาเจอกัน

แล้วโทรศัพท์ในกระเป๋าแอลลี่ก็ส่งเสียงร้องขัดจังหวะขึ้นมา

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่มองรายชื่อที่ปรากฏด้วยความสงสัย ก่อนจะขอตัวออกไปรับสายด้านนอก

“ว่า?” หญิงสาวรับสายเสียงห้วน

(มึงอยู่ไหน? ผับเหรอ) พี่ชายฝาแฝดถามขึ้น และคาดเดาจากเสียงเพลงที่เล็ดลอดเข้ามา

“เออ ทำไม? อย่าบอกว่ามีเรื่องให้กูช่วย กูไม่ช่วยนะบอกก่อน ตอนเย็นก็ทิ้งกูให้โดนม้าด่าคนเดียวแล้ว!”

(ไม่เชิง...)

“อะไรของมึงวะ มีอะไรก็พูดมาดิ๊” เธอปรับเสียงให้ดูจริงจังขึ้น สัมผัสได้ถึงความลังเลในน้ำเสียงของพี่ชาย

(มึงบอกว่าอยากทำงานในส่วนอื่นใช่ไหม?)

“ใช่! ทำไม”

(กูมีข้อเสนอให้ ถ้ามึงสามารถทำงานนี้ได้ กูจะไปคุยกับพี่คลีนให้มึงลองไปส่งสินค้า)

“กูตกลง!”

รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าสวย ดวงตาเย้ายวนเป็นประกายตอบกลับไปอย่างไม่ต้องทบทวน

(กูยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเรื่องอะไร!)

“เออต่อให้ต้องไปจับใครมาเรียกค่าไถ่ นาทีนี้กูก็ยอมตกลงหมดแหละ!”

(เฮ้ออออออ ~ เอาเถอะ งั้นมึงมาเจอกูก่อน เดี๋ยวส่งโลเคชั่นไปให้...ถึงแล้วจะบอกว่าให้ทำอะไร)

“ได้เลยพี่ชาย ~ รักนะจุ๊บ ๆ”

(ถุ้ย! ทีแบบนี้ทำมาเป็นรักกู)

แอลลี่ไม่อยู่รอฟังเสียงบ่นจากพี่ชาย ยิ้มกว้างอารมณ์ดี กระโดดกลับเข้าห้องเพื่อบอกลาสองหนุ่มด้านใน ถึงจะถูกจีโน่บ่นใส่บ้างที่หลอกเขามาแล้วทิ้งเขากลับก่อน แต่วินาทีนี้แอลลี่ก็เบิกบานเกินกว่าจะสนใจคำพูดเหน็บแนมของเพื่อน คว้ากระเป๋าบอกลาสองหนุ่มเพื่อรีบไปยังสถานที่นัดหมายให้เร็วที่สุด

ร่างเย้ายวนก้าวฉับ ๆ ด้วยความมั่นใจ ใบหน้าสวยจัดประดับยิ้มกว้าง ความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทุกอณูผิว

โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจนี้จะทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel