บทที่ 3 พี่ชายตัวป่วน
รถสปอร์ตดำเพิ่มความเร็วทะยานพุ่งตัวไปเบื้องหน้า ก่อนจะหักเลี้ยวแยกไปอีกเส้นทางเมื่อมุ่งออกไปยังเขตชานเมือง ใช้เวลาเพียงไม่นานรถหรูก็มาจอดหน้าประตูรั้วเหล็กสีดำ มือบางเอื้อมกดรีโมต บานรั้วก็เริ่มขยับเปิดให้เธอขับผ่านเข้าไป
บ้านคฤหาสน์หลังใหญ่สีขาวสะอาดตา ตัดกับขอบหน้าต่างและกระเบื้องหลังคาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ให้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ ตั้งอยู่ในพื้นที่ เกือบ 300 ตารางวา เรียกได้ว่าเกือบไร่ ถือเป็นหนึ่งในสามคฤหาสน์ทำเลดีที่สุดของโครงการแห่งนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากมีรั้วรอบขอบชิด ยังมีสนามหญ้ากว้างและพื้นที่จอดรถอีกเกือบสิบคัน และไฮไลต์เด่นของคฤหาสน์คือด้านหลังบ้านติดกับทะเลสาบขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ โดยรอบโครงการ ราวกับอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แถมยังอยู่ในทิศที่มีลมผ่าน ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด
ลูกสาวคนเล็กของบ้านจอดรถเทียบกับรถสปอร์ตสีเหลืองราคาแพงระยับของพี่ชายฝาแฝด ก้าวลงจากรถเดินเข้าบ้านซึ่งบัดนี้ไฟเกือบทุกดวงถูกปิดไว้ เหลือเพียงบริเวณบันไดเท่านั้นที่ถูกเปิดให้ความสว่าง
ร่างเย้ายวนในชุดเสื้อสายเดี่ยวกางเกงยีนยกกระเป๋าใบเล็กขึ้นพาดบ่า เกาะราวบันไดประคองตัวเองเพื่อขึ้นไปยังชั้นสามของตัวบ้าน
สมัยเด็กเธอชอบมากที่บ้านหลังใหญ่มีหลายชั้น แต่พอต้องมาเดินขึ้นตอนเมา ๆ ก็เริ่มอยากให้บ้านเล็กลงกว่านี้อีกหน่อยขึ้นมา
แอลลี่เปิดปากหาวหวอด เอื้อมมือเตรียมจะบิดกลอนประตูเข้าไปนอนพัก แต่ประตูห้องฝั่งตรงข้ามกลับเปิดออกมาก่อน พร้อมใบหน้าหล่อกวนตีนของพี่ชายฝาแฝด
“ว้าว ~ วันนี้น้องสาวคนดีย์กลับบ้านเร็วกว่าที่คิดแฮะ นึกว่าต้องหอบสังขารไปแบกกลับจากผับซะแล้ว” เสียงร่าเริงออกแนวจิกกัดของพี่ชายส่งผลให้คิ้วบางขมวดเข้าหากันเป็นปม เหลือบมองใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับตัวเองถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยความเหนื่อยหน่าย
“หุบปากน่าอเล็กซ์ ช่วยปล่อยกูไปนอนดี ๆ เหอะ แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่”
“เอ้า! กูถามดี ๆ ก็ด่ากูเฉย”
“มึงมันตั้งใจกวนตีน เกิดเป็นน้องมึงมา 22 ปี คิดว่ากูไม่รู้เหรอ”
เธอส่งสายตาหงุดหงิดรำคาญไปทางอเล็กซ์ แต่อีกฝ่ายก็ยังทำหน้าระรื่นกวนส้นเท้าน้องสาวไม่เลิก
“กูก็แค่สงสัย ทุกทีกว่ามึงจะโผล่กลับบ้านได้ พระออกบิณฑบาตแล้วตลอด”
“ก็แค่เบื่อเลยกลับ มีธุระแค่นี้ใช่ไหม กูจะไปนอนแล้ว” หญิงสาวกลอกสายตาเตรียมจะหมุนกายเดินกลับเข้าห้อง แต่พี่ชายฝาแฝดคนดีคนเดิมก็ร้องเรียกเอาไว้ต่อ
“อยากให้กูลองเดาไหม?”
“ไม่ต้อง หุบปากแล้วกลับห้องมึงไปซะ!”
“เอ ~ วันนี้น้องสาวของพี่ไปกระทืบใครมาอีกไหมนะ ~”
เธอคิ้วกระตุกกับการคาดเดาที่แม่นราวตาเห็น ตวัดสายตาหงุดหงิดกลับไปมองคนตัวสูงที่ยืนพิงบานประตูห้องตัวเองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นต่อ
“มึงจะรีดไถอะไรกูอีกอเล็กซ์!”
“โธ่น้องสาว เห็นพี่ชายเป็นคนยังไง ใครมันจะไปกล้าทำแบบนั้นกับน้องสาวเพียงคนเดียวล่ะครับ?”
อเล็กซ์ก้าวเข้ามาพยายามโอบไหล่บาง แต่ก็ถูกสาวห้าวสะบัดหลุดด้วยความรำคาญ แอลลี่เปลี่ยนมากอดอกจ้องกลับอย่างกดดัน
“จะเอาอะไรจากกูอีก เร็ว ๆ เลิกกวนส้นกูง่วง!”
“หึหึ โอเค ๆ เข้าเรื่องเลยนะ”
“...”
“หลอกยัยเอวามาให้หน่อย”
“ไม่!”
เธอตอบกลับเสียงแข็งแบบไม่ต้องคิด เตรียมหมุนตัวจะหนีเข้าห้องเป็นรอบที่สาม แต่ไอ้พี่ชายหน้าด้านหน้าทนก็คว้าแขนเอาไว้ก่อน
“อย่าปฏิเสธเร็วแบบนี้สิวะ! รอบนี้กูของ่าย ๆ เลยนะโว้ย!”
“ไม่ก็คือไม่! มึงเลิกเต๊าะน้องมันได้แล้ว ไม่รู้ตัวบ้างเหรอไงว่าทำยัยเอวามันหลอนไปหมดแล้ว”
“มึงก็รู้ว่ากูเล็งของกูมาตั้งนาน นี่ยัยนั่นก็ขึ้นมหา’ลัยแล้วด้วย ทำไมกูจะจีบไม่ได้วะ!”
“ก็น้องมันไม่ได้ชอบมึง! ปล่อยให้เด็กมันมีอนาคตที่ดีเถอะ!”
“แล้วมาเป็นแฟนกูมันไม่มีอนาคตตรงไหน!” อเล็กซ์ขมวดคิ้วถามกลับ เริ่มเคืองไอ้น้องสาวฝาแฝดขึ้นมาหน่อย ๆ ที่ไม่ยอมช่วยเขาจีบยัยเด็กดื้อนั่น
“ทุกตรง! เข้าใจแล้วก็ปล่อยกู!”
“มึงอยากให้กูบอกแม่เหรอแอล...”
คำพูดห้วน ๆ และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อ แต่ก็ทำให้สาวห้าวชะงักฝีเท้าไปได้
แอลลี่กัดกรามกรอด อยากจะบีบคอไอ้พี่ชายที่จนถึงทุกวันนี้ เธอยังไม่แน่ใจว่าเขาหรือเธอที่เกิดมาก่อนกันให้ตายคามือโทษฐานที่กล้าข่มขู่เธอ
แต่ถามว่ากลัวไหม...ตอบอย่างมั่นใจเลยว่ากลัว!
เพราะอเล็กซ์มันเก็บวีรกรรมแสบ ๆ ของเธอเอาไว้เยอะ ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่เพื่อช่วยน้องสาวปกปิดเรื่องกับมารดาแต่อย่างใด แต่มันเอาไว้ใช้แบล็กเมล ข่มขู่เพื่อบังคับเอาอะไรสักอย่างจากเธอต่างหาก
และทุกครั้งแอลลี่ก็ต้องจำใจยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้เธอจะเก่ง แสบ ห้าว มากแค่ไหน บุคคลที่หญิงสาวหวาดกลัวเป็นอันดับหนึ่งกลับหนีไม่พ้นมารดาบังเกิดเกล้าของตัวเองอย่าง ‘อันดามัน’
ร่างบางพ่นลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายหัวใจ สุดท้ายก็ต้องยอมรับปากไอ้พี่ชายโคตรเลวของตัวเองแบบส่ง ๆ
“เอาไว้พรุ่งนี้กูค่อยคิดให้”
“น่ารักมากน้องสาว พูดง่าย ๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว”
“กูเกลียดมึงจริง ๆ” แอลลี่บ่นออกมาเบา ๆ แต่กลับเรียกรอยยิ้มกว้างจากพี่ชาย
“แต่กูรักมึงนะน้องสาว”
“อี๋ ~ อยากจะอ้วก” หญิงสาวทำท่าขนลุก กำลังจะหนีเข้าห้องเป็นรอบที่สี่ แต่ไอ้คนกวนตีนมันก็เหมือนเพิ่งคิดอะไรออก ร้องเรียกเธอไว้อีกครั้ง รอบนี้ทำแอลลี่เกือบหมดความอดทน แทบอยากจะหาอะไรมาฟาดหัวอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
“เฮ้ย! แป๊บ! กูลืมอีกเรื่อง”
“โอ๊ย! อเล็กซ์! เลิกกวนตีนกูสักวันเถอะ กูง่วง กูปวดหัว กูอยากเข้าไปนอน ช่วยพูดธุระมึงให้จบสักทีได้ไหม!”
“เออ ๆ เรื่องสุดท้ายแล้วเนี่ย!”
“...”
“พรุ่งนี้อย่าลืมนัด...แต่เช้านะแอล”
ประโยคห้วน ๆ แต่กลับดูจริงจังเป็นงานเป็นการของชายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศไร้สาระเมื่อครู่หายวับไปทันที
แอลลี่ระบายลมหายใจยาว พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร ข้างในมันก็คันยิบ ๆ กับความขุ่นเคืองที่เก็บสะสมมาสักพักใหญ่
“เฮ้ออออออ รู้แล้ว! กับอีแค่ตรวจเช็กของ แม่งต้องให้กูตรวจเองจริง ๆ เหรอ”
“อย่างอแง พวกเราคุยกันแล้วแอล” ชายหนุ่มตีหน้าขรึม ไม่มีแววล้อเล่นแบบตอนแรก
“กูไม่ได้อยากงอแง แต่กูไม่โอเค ตอนนี้กูรู้สึกเหมือนมึงกับพี่คลีนอยากดันกูออก!”
“ไม่มีใครกดดันให้มึงออกจากธุรกิจนี้ แต่มันอันตราย ทุกคนเป็นห่วงมึง...มึงก็แค่รับผิดชอบงานของตัวเองไป สุดท้ายพวกเราทุกคนก็หารกำไรเท่ากันอยู่ดี”
“กูถึงไม่โอเคไง! มึงก็รู้ศักยภาพกูมีดีกว่าแค่เดินตรวจเช็กล็อตสินค้า!”
“เฮ้อออออออ ปวดหัว กูไปนอนดีกว่า” คนตัวสูงยกมือนวดขมับบรรเทาอาการปวดหัว เหนื่อยใจสุด ๆ ที่ต้องมานั่งอธิบายเหตุผลเดิม ๆ กับน้องสาวบ้าพลัง จึงรีบชิงเข้าห้องปิดประตู ทิ้งให้น้องสาวยืนตบประตูตะโกนด่าอยู่หน้าห้อง
“ไอ้อเล็กซ์กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน! มึงนี่แม่ง! พอพูดเรื่องนี้ทีไรหนีกูตลอด! ออกมานะโว้ย!”
และเมื่อเรียกยังไงพี่ชายตัวแสบก็ไม่ยอมออกมาทำให้เธอต้องจำใจกลับเข้าห้องก่อนที่พ่อและแม่จะตื่นขึ้นมาฟาดเธอโทษฐานทำเสียงดังกลางดึก
กลางโพรงอกอึดอัดเต็มไปด้วยความหงุดหงิดน้อยใจที่สะสมมาตลอดเริ่มธุรกิจ ทั้งที่เธอคาดหวังและเต็มที่กับมันมากไม่แพ้คนอื่น แต่อเล็กซ์ มาร์ติน คลีนกลับโยนงานในส่วนที่สบายและปลอดภัยที่สุดมาให้ แน่นอนว่าสาวชอบลุยแบบแอลลี่ไม่มีทางพอใจกับหน้าที่ตรงนี้เลยสักนิด
สุดท้ายร่างเล็กก็เก็บกลั้นทุกอย่างเอาไว้ กระทืบเท้าแรง ๆ ระบายความคับข้อง แล้วกลับเข้าห้องไป
