บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ดุดันแบบไม่เกรงใจใคร

เจ้าของร่างเย้ายวนพ่นลมหายใจยาว กลอกตาเหนื่อยหน่าย หมุนกายกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย พร้อมใช้สายตาไล่มองแขกไม่ได้รับเชิญตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งที่เธอแสดงท่าทีชัดเจนมาก ๆ ตั้งแต่วินาทีแรก ว่าไม่ต้องการรู้จักเขา แต่คนมั่นก็เหมือนจะไม่สนใจสัญญาณเตือนนั้น

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองใบหน้ามั่นอกมั่นใจของชายแปลกหน้าด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตอบกลับไปตรง ๆ แบบไม่เกรงใจ

“ไม่อะ!”

คำตอบสั้น ๆ แต่ทำความมั่นใจหนุ่มหล่อแตกละเอียด โทสะเริ่มก่อตัวขึ้นกลางอก แต่เขาก็ยังพยายามฝืนยิ้มแก้เก้อต่อไป

“อย่าพูดแบบนั้นสิ เธอมีแฟนหรือยัง เรามองเธอมาตั้งแต่เข้าผับแล้วนะ แค่ขอชนแก้วเอง”

“ขอโทษนะ ฉันจะมีแล้วหรือยังแล้วมาเสือกอะไรด้วย! ฟังภาษาคนไม่ออกเหรอถึงไม่เข้าใจคำว่า ‘ไม่’ เนี่ย! ตื๊ออะไรหนักหนาวะ น่ารำคาญฉิบหาย!”

พอโดนคำสบถด่ารุนแรงเข้าไป ชายดังกล่าวก็ถึงกับหน้าตึงเปรี๊ยะ จากอารมณ์สนใจอยากจีบในทีแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นเดือดดาล

“เฮ้ย! พูดจาดี ๆ เป็นปะวะ! กูแค่มาขอชนแก้ว เสือกทำหยิ่งเล่นตัว! คิดว่าตัวเองสวยนักหรือไงวะ!”

“กูไม่รู้หรอกว่าตัวเองสวยไหม แต่ที่แน่ ๆ ก็มีไอ้หน้าโง่ตัวหนึ่งมันเดินเข้ามาขอชนแก้วละวะ!” คำพูดเจ็บแสบยังไม่เท่ารอยยิ้มเย้ยหยันของสาวฮอต ถึงกับทำอีกฝ่ายเลือดขึ้นหน้าสุดขีด

“หน็อย! อีนี่! มึงวอนซะแล้ว!”

หมับ

ผลัวะ ตุบ พลั่ก

“กรี๊ดดดดดดด”

“ว้ายยยยย!”

“เฮ้ย! มีคนตีกัน!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมากจนไม่มีใครตั้งตัว เพราะเพียงแค่มือของชายคนนั้นคว้าเข้ามาที่ข้อมือบาง เขาก็โดนเข่าหนัก ๆ กระแทกเข้าไปที่กลางลำตัวแทบจะในทันที หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยแขนที่ถูกจับบิด จนต้องปล่อยแขนเล็ก พร้อมร่างถูกกดลงไปกองบนพื้นสิ้นท่า แถมเธอยังทิ้งน้ำหนักกายใช้เข่ากระแทกเข้าที่หลังชายโชคร้ายเต็มแรงจนจุกพูดอะไรไม่ออก

“อึก...มึง!”

“กูให้มึงคิดใหม่ว่าใครกันแน่ที่มันวอนส้นตีน!” เธอเหยียดยิ้มพร้อมออกแรงดัดแขนชายคนนั้นหนักขึ้น จนเขาได้แต่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด มืออีกข้างที่ว่างตบพื้นอย่างจำยอม จะลุกก็ทำไม่ได้ เพราะน้ำหนักตัวที่กดทับร่างเขาเอาไว้ ซึ่งสาวสวยก็ไม่ปล่อยพวกปากเสียหน้าด้านไปง่าย ๆ เริ่มบิดนิ้วไปอีกฝั่งเพื่อสั่งสอนอีกฝ่าย

“ปล่อยกู! ไอ้เหี้ย! โอ๊ย! ปล่อยนะโว้ย!”

“เฮ้ย! มึงทำอะไรเพื่อนกู การ์ด! การ์ดอยู่ไหน!” กลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะของชายคนนั้นรีบกรูเข้ามาหน้าตาตื่น ตะโกนร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเพื่อนตัวเองสักคน

“มึงว่ากูควรเริ่มจากนิ้วไหนดีนะ นิ้วชี้ดีหรือเปล่า แต่กูว่านิ้วก้อยดีกว่า”

“ปล่อย! ปล่อยกู! อีผีบ้า! มึงรู้ไหมกูลูกใคร! ถ้ามึงทำอะไรกูมึงโดนดีแน่!”

“สงสัยจังเลยว่ามึงลูกใคร งั้นเอาเป็นนิ้วก้อยนี่แหละ”

“เดี๋ยว! ไม่! หยุดนะ!”

“แอล!” เสียงหนึ่งในกลุ่มเพื่อนดังขึ้น ก่อนที่สาวโหดมันจะเริ่มหักนิ้วชายโชคร้ายเข้าไปจริง

“ว่าไง?” รอยยิ้มอันตรายยังคงปรากฏบนหน้าสวย พร้อมเพิ่มแรงดัดนิ้วก้อยอีกฝ่ายให้โค้งงอไปด้านหลัง จนชายบนพื้นร้องลั่น สร้างความแตกตื่นให้ลูกค้าโต๊ะรอบข้างถึงกับแตกฮือเว้นช่องว่างรอบบริเวณเกิดเหตุรวดเร็ว

“พอแล้วไอ้เหี้ย! กูไม่อยากจบที่สน. พร้อมมึงแล้วนะโว้ย!”

“กูไม่ได้เริ่มสักหน่อย”

“เออนั่นแหละ! ปล่อยแม่ง แม่งไปเถอะ” เขมเป็นฝ่ายขอร้อง

หญิงสาวกลอกตาเป็นเลขแปดพ่นลมหายใจยาว ก่อนจะยอมตัดใจปล่อยแขนชายคนนั้นแล้วหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง

พวกเพื่อนของชายคนนั้นกำลังจะเข้ามาช่วยพยุง แต่รองเท้าส้นเข็มกว่าสี่นิ้วก็กระแทกตรงเข้าที่แผ่นหลังของชายคนเดิมอีกครั้ง

“เดี๋ยว! ขอโทษกูก่อน แล้วกูจะยอมให้ลุก” แอลลี่เหยียดยิ้ม ออกแรงบดขยี้ปลายส้นเข็มแรงขึ้นราวกับกะให้มันทะลุหลังอีกฝ่ายจริง ๆ

“โอ๊ย! อีเวรเอ๊ย! ปล่อยกู!”

“เฮ้ย! มันจะเกินไปแล้ว!”

“พวกมึงรู้ไหมเพื่อนกูเป็นใคร! เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆแน่!”

“หลีก! หลีก! มีเรื่องอะไรกัน!”

น้ำเสียงดุดันดังขึ้นก่อนร่างกำยำของการ์ดประจำผับสามคนจะแหวกเหล่าลูกค้าเข้ามาเพื่อระงับเหตุ

แอลลี่จิ๊ปากขัดใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมยกขาออกจากร่างบนพื้น เปิดโอกาสให้เพื่อนของเขารีบเข้ามาช่วยพยุงร่างอันบอบช้ำ อีกคนก็รีบหันไปฟ้องการ์ดทันที

“คนนี้ครับ! มันทำร้ายเพื่อนผม! ผมต้องการแจ้งตำรวจ!”

“ใช่! แค่เข้าไปขอชนแก้วแค่นี้แม่งต้องถึงกับทำร้ายร่างกายกันเลยเหรอ!”

“กูไม่จบแค่นี้แน่! มึง! โอ๊ยแม่งเอ๊ย! หลังกู!”

การ์ดทั้งสามหันมองลูกค้าที่โวยวายแข่งกันไม่หยุด ก่อนจะเหลือบมามองสาวสวยตัวต้นเหตุ

“คุณแอลลี่ให้ผมจัดการยังไงดีครับ” หนึ่งในการ์ดร่างยักษ์หันไปถามแอลลี่ด้วยท่าทีนอบน้อม สร้างความตกตะลึงปนเดือดดาลแก่กลุ่มชายเหล่านั้น

“ฝากจัดการที ขอเงียบ ๆ เรื่องไม่ต้องมาถึงฉัน”

“ได้ครับ”

“เฮ้ย! เดี๋ยว! นี่พวกมึงมาจับตัวกูทำไม! ปล่อยนะโว้ย”

“อะไรวะพี่ คนที่พวกพี่ต้องลากออกไปคืออีนั่นไม่ใช่พวกผม”

“ปล่อยนะ อย่ามาจับกู บ้าไปแล้วเหรอไง!”

เสียงโวยวายจากกลุ่มชายเหล่านั้นค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางสายตาทึ่ง ๆ หวาดหวั่นของลูกค้าที่ได้เห็นเหตุการณ์ แต่แอลลี่ก็ไม่ได้สนใจ หันไปคว้าแก้วเหล้าตนขึ้นมาดื่มดับความหงุดหงิด

“อะไรว้า วันนี้จบง่ายจัง” บอมแซวออกมาด้วยความเสียดาย แล้วก็ถูกเขมหันไปด่าใส่ทันที

“ไอ้เหี้ยบอม! ปากหาเรื่อง! มึงอยากไปนั่งโรงพักนักเหรอไง! บอกเลยกูไม่ไป!”

“จะบ้าตายรายวัน รอบหน้ากูจะไม่มาแดกเหล้ากับมึงอีกแล้ว” กันต์ส่ายหัวถอนหายใจยาว

“หึหึ นี่สินะข้อดีของการรู้จักเจ้าของผับ นอกจากได้โต๊ะแบบไม่ต้องรอคิว พอมีเรื่องการ์ดก็จัดการให้อีก” จีโน่เป็นอีกคนที่ดูไม่ค่อยเดือดร้อนกับเหตุการณ์เมื่อครู่

“น่ารำคาญฉิบหาย ถามจริงกูผิดเหรอวะ!” แอลลี่บ่นกระปอดกระแปดด้วยความเซ็ง เริ่มหมดอารมณ์จะสนุกต่อแล้ว

“ผิดที่ปากมึงครับ! แค่ชน ๆ ให้จบก็หมดเรื่องแล้ว ทำไมต้องไปกวนตีนชาวบ้านด้วย!” เต้ยด่าเพื่อนสาวข้ามโต๊ะ พลางถอนหายใจยาวที่เรื่องมันจบง่าย ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงถูกแฟนด่าอีกแน่โทษฐานกลับบ้านช้า

“เอ้า! ก็กูไม่อยากชน ทำไมกูต้องไปทำตามคำสั่งใครที่ไหนด้วยวะ พ่อก็ไม่ใช่!”

“เออ! มึงมันเก่ง! มึงมันเส้นใหญ่! แต่ระวังไว้เหอะ ถ้าเจอคนจริงขึ้นมาบ้างมึงเองจะซวย!”

“เอาน่า ๆ เลิกไปว่าไอ้แอลได้แล้ว ไอ้เหี้ยนั่นก็วอนหาเรื่องเอง”

“นี่ก็อีกคน! ตัวดีเลยไอ้บอม!”

“เอ้า! พอ ๆ กูว่าหลังจากนี้คงไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวายกับไอ้แอลแล้ว โชว์บทโหดไปขนาดนั้น!” จีโน่ตัดบทพยายามให้เพื่อนกลับมาสนุกกับดนตรีต่อ แต่สาว ๆ ที่เคยเบียดเสียดส่งสายตาให้กลับถอยห่างออกไปหมดเพราะความกลัว ทำหลายคนเริ่มกร่อย

พวกเขายังคงยืนกินเหล้าพูดคุยกันเหมือนปกติ แต่มันก็ไม่สนุกแล้ว จึงตัดสินใจเตรียมจะแยกย้ายกันกลับ

แต่ทว่าก็มีน้ำเสียงระรื่นสบายอารมณ์ของใครบางคนทักขึ้นมาก่อน

“เดาไม่ผิดเลยว่าใครมันสร้างเรื่องวันนี้”

แอลลี่และกลุ่มเพื่อนหันมองไปตามเสียง ก็พบแอซตัน หนุ่มลูกครึ่งสุดแบดล้วงกระเป๋าเดินอมยิ้มเข้ามาหาพร้อมด้วยลูกน้องหน้าเข้มผิวแทนตามหลังเหมือนมาเฟียในละคร

“พี่แอซตันสวัสดีครับ”

“สวัสดีพี่”

“น้องพี่ไงจะใครล่ะ! ตัวปัญหา!”

แอซตันระบายยิ้มให้เพื่อนของแอลลี่ เพราะหลังจากเขาตกลงคบหากับมีอา แอลลี่ก็ใช้สิทธิ์น้องคนสนิทของแฟนเขาเข้ามาใช้บริการที่ผับแห่งนี้บ่อยครั้ง ทำให้พลอยรู้จักบรรดากลุ่มเพื่อนของเธอไปด้วย

แอลลี่เบะปากยืนทำหน้าเบื่อทักทายอีกฝ่ายแค่ตามมารยาทเท่านั้น

“ขยันหาเรื่องให้ฉันลำบากจริง ๆ เธอนี่!” แอซตันบ่นอีกฝ่ายอย่างไม่จริงจังนัก

“แอลไม่ผิดเถอะ ถามจริงแอลเคยหาเรื่องคนอื่นก่อนที่ไหน”

“แต่ก็ไม่เคยยอมใครเหมือนกัน” แอซตันแทรกต่อทันที

“เฮ้ออออออออ เซ็ง! หมดอารมณ์สนุกเลย”

“จะกลับแล้ว?”

หนุ่มลูกครึ่งเลิกคิ้วถาม พลางมองบนโต๊ะก็เห็นว่าไม่มีใครรินเหล้าเพิ่มกันแล้ว

“ใช่พี่ น้องพี่อะทำกร่อย หนีไปนอนดีกว่า”

“ไอ้ห่าด่าแต่กู เมื่อกี้มึงยังทำท่าเสียดาย บ่นว่าจบง่ายอยู่เลย” แอลลี่หันไปด่าบอม พร้อมส่งสายตาคาดโทษ

“กูกองเชียร์ครับ ไม่ใช่ตัวเปิด!”

“เอาเถอะ ๆ กลับนี่เธอจะกลับยังไง?” แอซตันไม่ได้สนใจการโต้เถียงกันเบื้องหน้า ยกมือห้ามแล้วหันมาคุยกับแอลลี่ต่อ

“ขับรถกลับสิ ถามแปลก ๆ”

“เดี๋ยวฉันให้คนไปส่งดีกว่า”

“คนไปส่ง หมายถึงไอ้เก้า?” แอลลี่เลิกคิ้วมองไปยังลูกน้องคนสนิทของแอซตันด้วยสายตาหวาดผวา

“คุณแอลลี่ทำเหมือนไม่เชื่อใจไอ้เก้าเลยนะครับ”

“ใช่! นายโคตรไม่น่าเชื่อถือเลย ให้ไปส่ง ฉันขอเสี่ยงตายขับเองดีกว่า!”

“โธ่คุณแอลลี่! พูดงี้ไอ้เก้าเสียใจนะครับ”

แอลลี่ทำหน้าขนลุกกับประโยคตัดพ้อน้อยใจขัดใจหน้าเข้ม ๆ ของคนสนิทแอซตัน

“เอาน่า! ให้ไอ้เก้าขับไปส่งดีกว่า เธอเมาด้วย ค่อยให้มันเรียกแท็กซี่กลับเอง”

“ใช่ครับ ผมจะได้มีเรื่องเบิกเงินคุณแอซตันเพิ่ม”

“ไอ้เวรนี่!”

หนุ่มผมน้ำตาลหันไปตบกบาลไอ้ลูกน้องหน้ามึนด้วยความหมั่นไส้ ซึ่งไอ้เก้าก็ลูบหัวตัวเองป้อย ๆ อย่างน่าสงสารพร้อมส่งสายตาตัดพ้อให้เจ้านาย

“พอ ๆ ๆ เลิกเถียง แอลกลับได้”

“งั้นก็ตามใจ ขับดี ๆ แล้วกัน ถือว่าฉันเสนอตัวแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่าเอาไปฟ้องมีอาก็พอ”

“หึหึ ตอนแรกก็เกือบจะซึ้งใจแล้ว สรุปกลัวถูกเจ๊มีอาด่านี่เอง”

“อย่าเรียกว่ากลัว เรียกว่าเกรงใจเฉย ๆ!”

“จ้าาาาาา ~”

แอซตันเดินออกมาส่งแอลลี่และกลุ่มเพื่อน ให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ขับเป๋ ไม่นานรถสปอร์ตสีดำก็ส่งเสียงคำรามทะยานออกไปจากลานจอดพร้อมรถคันอื่น ๆ และไม่ได้มีท่าทางว่าจะพุ่งออกนอกถนนอย่างที่กังวล ทำให้แอซตันพอคลายกังวลแล้วหมุนกายกลับเข้าไปจัดการเคลียร์กับกลุ่มลูกน้องที่ยัยสาวแสบเพิ่งเกือบหักนิ้วต่อ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel