บทที่ 1 ตัวตึงของกลุ่ม
Limited 69
ผับหรูย่านใจกลางกรุงเทพฯ ยังคงคึกคักเต็มไปด้วยวัยรุ่นนักท่องราตรียืนต่อแถวเรียงรายจนออกมานอกผับ แม้จะสร้างมานานแล้ว ซึ่งเจ้าของใหม่ไฟแรงก็จัดการรีโนเวทปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงกิมมิกเดิมบางส่วนของตัวผับเอาไว้ พร้อมเปลี่ยนชื่อ จาก The Glass เป็น Limited 69 แน่นอนว่าหลังจากปิดรีโนเวทไปเกือบปี แค่เปิดตัววันแรกก็สร้างเสียงฮือฮาจากลูกค้าได้ทันที ถึงตอนนี้จะเปิดใหม่เป็นปีแล้ว แต่ทุกวันคนก็ยังคงแน่นขนัด บอกถึงความนิยมที่ไม่ได้ลดลง
แม้ตัวผับจะถูกบุผนังด้วยวัสดุชั้นดี แต่เสียงที่ดังกระหึ่มออกมาจากบานประตูหน้าร้านก็สามารถกระตุ้นเร้าลูกค้าที่ยืนรอคิวหาโต๊ะให้ตื่นตัวแทบอยากจะเข้าไปด้านในจนทนไม่ไหว
ดีเจหน้าหล่อชาวต่างชาติบนบูทดีเจยกสูงเอื้อมสลับกดปุ่มมิกซ์ดนตรีบีตมัน ๆ ด้วยความชำนาญ รังสรรค์จังหวะกระชากใจกลุ่มวัยรุ่นให้ขยับโยกกายไปตามเสียงเพลง
แอลกอฮอล์ที่ดื่มบวกกับบีตหนัก ๆ ยิ่งทำให้เหล่าลูกค้าปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่ สนุกสุดเหวี่ยงไปกับค่ำคืนวันศุกร์หลังจากต้องนั่งเรียน หรือทำงานมาตลอดอาทิตย์ นี่จึงเป็นสาเหตุให้วันนี้คนแน่นผับจนล้น
กลุ่มวัยรุ่นหกคนยืนล้อมโต๊ะทรงสูงไม่ไกลจากบูทดีเจมากนัก ถือว่าเป็นมุมดีที่มองเห็นเวทีได้ชัดเจน แต่ก็ติดปัญหาตรงความแออัดรอบข้าง แต่พวกเขาตั้งใจมาสนุกอยู่แล้ว การถูกสาว ๆ เบียดจึงนับว่าเป็นกำไรมากกว่า
“เอาโว้ย! ชนนนนนน” เสียงของกันต์หนุ่มท้วมหน้าตี๋ของกลุ่มตะโกนแข่งกับเสียงเพลง เร่งเร้าให้เพื่อน ๆ ยกแก้วที่เหมือนจะปล่อยให้ยุงมาไข่ขึ้นดื่มสักที
“ไอ้เหี้ยนี่ก็คึกจัง! เอ้า! ชนก็ชน”
ทั้งหกที่อยู่ในสภาพไม่ค่อยสมประกอบคว้าแก้วของตนยกขึ้นชนอย่างช่วยไม่ได้ ในขณะที่กลุ่มหนุ่มทั้งห้าจิบกันพอเป็นพิธี หญิงสาวเพียงคนเดียวในชุดกางเกงยีนเข้ารูปคู่กับเสื้อครอปสายเดี่ยวเล็กจิ๋วกลับเหยียดยิ้มดูแคลนแล้วกระดกแก้วเหล้าตนเองจนเกลี้ยง
“เชรดดดดดด ไอ้แอลแม่งแข็งฉิบหาย!” เขมหัวเราะ เอื้อมไปตบไหล่เพื่อนสาวถูกอกถูกใจในความห้าว แสบ ซ่า ของเธอ
“ให้มันรู้! ว่านี่ใคร! พวกมึงอย่ามาอ่อน แดก ๆ ให้หมดซะ!”
เจ้าของใบหน้าสวยจัดแสยะยิ้มกว้าง คว่ำแก้วเปล่าของตัวเองโชว์ พร้อมชี้นิ้วจี้กดดันให้เพื่อนคนอื่นจัดการเหล้าตัวเองให้หมดบ้าง ซึ่งเต้ย หนุ่มไทบ้านผิวเข้มก็มีสีหน้าย่ำแย่ทันที
“พอเถอะ! กูไหว้ละ ให้กูแดกมากกว่านี้มึงได้มาเช็ดอ้วกกูแน่ไอ้แอล!”
“โห่ ~ เด็กน้อย ไม่ไหวก็กลับไปดูดนมเมียแล้วนอนเนอะ!” สาวคนเดิมยังคงจิกกัดด้วยประโยคหยาบโลนดูรุนแรง แต่กลับเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนคนอื่น
“เออกูมันเด็กน้อย! กูยังดูดนมเมียครับ กูยอมรับ แต่กูไม่แดกแล้ว!”
“ไอ้สัด กากฉิบหาย มึงยอมให้ไอ้แอลมันด่าได้ไงวะ!” บอมส่ายหัวพยายามยุยง
“อย่าดีแต่ปากไอ้บอม เมื่อกี้มึงเหลือแค่ก้นแก้ว อย่าคิดว่ากูไม่เห็น!”
“อ้าว ๆ ไอ้บอม ตีเนียนเหรอ” จีโน่ เพื่อนหน้าหล่อนิสัยเถื่อน ๆ อีกคนร้องโวยวายขึ้นมาบ้าง เล่นเอาคนที่กำลังยิ้มร่าหน้าเจื่อนลงทันที
“พูดมากฉิบหายไอ้เต้ย!”
“อย่าบ่น ๆ หรือมึงจะยอมรับว่าอ่อนเหมือนไอ้เต้ยก็ได้นะไอ้บอม” แอลลี่คว้าแก้วของเพื่อนไปรินแอลกอฮอล์สีเข้มให้แบบจัดหนักจัดเต็ม ก่อนจะกระแทกลงตรงหน้าบอมเช่นเดิม
“ไม่อ่อนโว้ย!” คนถูกกดดันรีบปฏิเสธ เหลือบมองแก้วเหล้าสีน้ำตาลตรงหน้าด้วยความลังเล แล้วเปลี่ยนมาส่งยิ้มแห้งให้เพื่อนทุกคนที่ยืนกดดัน “แต่ขอพักแป๊บครับเพื่อน”
“โห่วววววว ~”
“ไอ้กาก ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ จับมือไปดูดนมเมียพร้อมไอ้เต้ยเลยมึง!”
ทุกคนอยู่ในอาการเมากริ่ม หัวเราะเสียงดังสนุกสนาน แม้ว่าจะด่ากันดูรุนแรงไปบ้างแต่ก็ไม่มีใครนึกโกรธเนื่องจากทุกคนสนิทกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง
แอลลี่หญิงสาวเพียงคนตัวในกลุ่มระบายยิ้มกว้าง หลับตาโยกกายไปตามบีตมัน ๆ ของเพลง ปล่อยให้เรือนผมสีดำสนิทคลอเคลียไปตามแผ่นหลัง ใบหน้าที่สวยโดดเด่นไม่ต่างจากดารานางแบบของสาวลูกเสี้ยวสะกดใจชายหนุ่มหลายคนให้หันมองตั้งแต่เดินเข้าผับมาแล้ว อีกทั้งรูปร่างเย้ายวนที่ทำหลายคนตาเยิ้ม ผิวของเธอขาวเนียนละเอียด หน้าอกคัพซีเบียดแน่นอยู่ภายใต้เสื้อตัวเล็ก เผยเอวบางคอดน่าสัมผัส ส่วนกางเกงยีนเข้ารูปก็ยิ่งขับเน้นสะโพกและเรียวขาเพรียวยาวให้ชายแทบทุกคนต้องลอบกลืนน้ำลาย อยากเข้าไปทำความรู้จักใจจะขาด แต่ก็ติดที่เกรงใจกลุ่มผู้ชายทั้งฝูงที่มาพร้อมเธอ
แสงไฟสปอตไลต์วิบวับสลับเปลี่ยนสีสาดส่องไปทั่วพื้นที่ผับ แม้มันจะมืดสลัวมากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจกลบออร่าความสวยของแอลลี่ได้เลย
“เบาได้เบาไอ้แอล นี่มึงเมาหรือยังเนี่ย” จีโน่ขมวดคิ้วหันไปถามเพื่อนสาวที่กำลังหลับตาบดร่อนสะโพกยั่วเย้า แบบไม่เกรงใจสายตาผู้ชายรอบข้างเลย
“ยังโว้ย! กูมันระดับไหนแล้ว!” แอลลี่รีบเถียงกลับ แต่ก็มีซวนเซไปบ้างจนเขมที่อยู่ข้าง ๆ ต้องมาช่วยพยุง
“ไอ้ห่า! ยืนดี ๆ สูงเป็นเปรตแล้วยังจะใส่ส้นสูง! มึงนี่แม่งขยันทำให้กูดูแย่!” หนุ่มร่างผอมสวมแว่นบ่นออกมา เพราะพอมายืนเทียบกับเพื่อนสาวที่สูงถึง 172 เซ็นต์บวกส้นสูงอีก 4 นิ้ว ทำให้ความสูง 170 ของเขาดูเป็นไอ้แคระทันตา
“นาน ๆ เจอกันที มันต้องเต็มที่สิวะ!” แอลลี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้าง พยายามกลับมาทรงตัวให้ตรง
“เออจริง! แอบใจหายเหมือนกันนะที่พวกเราแม่งเรียนจบแล้ว” บอมเองก็ระบายยิ้มเศร้าออกมา ปั้นหน้าเก๊กกำลังจะหยิบแก้วเหล้ามาดื่ม แต่ก็เปลี่ยนใจกลางคันกับสีที่เข้มปี๋ของมัน
“ตอนแรกกูก็เบื่อขี้หน้าพวกมึงนะ แต่พอไม่ได้เจอกันทุกวันแม่งก็เหงาจริง ๆ แหละ” กันต์พูดขึ้นบ้าง มองหน้าเพื่อนที่เคยตบตี นั่งด่า ทะเลาะกัน ช่วยเหลือกันมาตลอดสี่ปีเต็ม
“อย่าทำหน้าเศร้ากันสิวะ พวกเราทุกคนก็ต้องโตขึ้นโว้ย! ใจคอมึงอยากจะอยู่ให้ไอ้แอลมันทุบตีไปตลอดชีวิตเหรอ”
“ถุ้ยไอ้จี กูเนี่ยจะทุบมึงคนแรก!”
“ดู! พวกมึงดูความร้ายมันเถอะ! กูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงหน้าสวยแต่สันดานเสียแบบมึงถึงครองโสดมาได้จนเรียนจบ!”
“ปากเสีย กูเนี่ยน่ารักเรียบร้อยที่สุดในสาขาแล้วโว้ย!” ว่าจบแอลลี่ก็เชิดหน้าสะบัดเรือนผมสีดำสวย ๆ แบบไม่เกรงใจสายตาระอาจากทุกคน
“โอ๊ย! มึงก็ยังกล้าพูด! กูว่าไอ้เขมมันยังเรียบร้อยกว่ามึงอีก! ตลอดสี่ปีที่รู้จักมึงมานะ นอกจากความสวยของมึง กูยังหาข้อดีอื่นไม่ได้เลย!” เต้ยได้โอกาสก็รีบร่วมวงจิกกัดเพื่อนสาวเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่ม
“ไหน ๆ ก็พูดแล้ว สารภาพเลยนะโว้ยว่าตอนปีหนึ่งกูแม่งเคยหลงผิดแอบมองไอ้แอลด้วย กะตีสนิทคิดจะจีบสักหน่อย...พอรู้จักเท่านั้นแหละ กูบายยยยยย!”
“มึงโชคดีแล้วไอ้บอมที่แค่คิด ฮ่า ๆ ๆ ๆ ขืนไอ้แอลมันหน้ามืดเอามึงเป็นผัวจริง ๆ ชีวิตที่เหลือมึงคงเหมือนตกนรก!” กันต์ตบไหล่เพื่อนปลอบใจ
“หาเรื่องตีกับชาวบ้านเก่ง!”
“เรื่องหาตีนให้พวกกูไม่มีใครเกิน!”
“ขยันสรรหาแต่เรื่อง!”
“ขี้เมา ปากเสีย หัวร้อนง่าย”
“สรุปง่าย ๆ หาข้อดีไม่เจอ!”
เพื่อนทั้งห้าได้ทีก็มารุมด่าแอลลี่กันคนละประโยค เล่นเอาสาวหน้าสวยเริ่มเคืองขึ้นมาบ้างแล้ว หรี่ตากดดันชี้นิ้วคาดโทษเรียงตัว
“มึง มึง มึง มึง แล้วก็โดยเฉพาะมึงไอ้จี! เตรียมโดนกูอัดได้เลย!”
ว่าจบแอลลี่ก็ส่งหมัดหนัก ๆ กระแทกใส่แขน ใส่อก พวกเพื่อนปากเสียกันไปคนละทีด้วยความหมั่นไส้ แม้บางคนจะยกมือปัดป้องได้บ้าง แต่สาวห้าวก็แทรกตัวมายกขาถีบใส่ก้นได้อยู่ดี ซึ่งแน่นอนเหตุการณ์เช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติของพวกเขาไปแล้ว
“มึงนี่แม่งผู้หญิงป่าเถื่อนฉิบหาย!” กันต์โอดครวญ ลูบก้นตัวเองป้อย ๆ ไม่ต่างจากจีโน่ก็นิ่วหน้ายกมือลูบแขนแน่น ๆ ของตน
“ระวังได้ขึ้นคานแน่! โอ๊ย! แขนกูจะเขียวไหมเนี่ย”
“สตรอว์นักแต่ละคน ระดับกูถ้าจะหาจริงแค่กระดิกนิ้วผู้ชายก็พร้อมคลานเข้ามาหาแล้วโว้ย!” แอลลี่จิ๊ปาก แก้ต่างให้ตัวเองน้ำขุ่น ๆ ไม่อยากจะยอมรับว่าสิ่งที่ทุกคนพูดมันคือเรื่องจริง
“เขาคลานเข้ามาเพราะมึงไปกระทืบหรือเปล่า!”
“จะเหลือเหรอวะ!!!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”
ทั้งกลุ่มยังคงหัวเราะเฮฮาสนุกสนานกับการได้แกล้งเพื่อนสาวให้หัวร้อนเล่น ก่อนที่หนุ่มแว่นร่างเล็กจะสะกิดเพื่อนในกลุ่มให้มองไปยังโต๊ะใกล้ ๆ
“กูว่าคืนนี้เรามีเรื่องสนุกให้ดูกันอีกแล้วว่ะ!”
เขมยกยิ้มพยักพเยิดหน้าไปทางด้านหลังแอลลี่ ซึ่งคนอื่น ๆ ก็พยายามตีเนียนหันมองตามด้วยความอยากรู้ รวมถึงหญิงสาวเพียงคนเดียวของกลุ่มด้วย ก่อนจะพบกลุ่มวัยรุ่นชายดูโตกว่าสี่คนอยู่โต๊ะไม่ไกลกัน ทันทีที่หนึ่งในนั้นเห็นสาวสวยหันมา เขาก็คลี่ยิ้มกว้าง ยกแก้วในมือเป็นการทักทายเธอทันที เล่นเอาสาวห้าวกลอกตาระอา มองเมินสายตากรุ้มกริ่มแล้วหันกลับมายกแก้วขึ้นดื่มต่ออย่างไม่สนใจ
“พบคนตาบอดหนึ่งอัตรา!” จีโน่เพื่อนหน้าหล่อ แต่ปากเสียขั้นสุดหัวเราะออกมา
“เฮ้ย! แต่หน้าตาก็ไม่แย่นะโว้ย มึงไม่ลองคุยหน่อยล่ะ แถมดูมีตังค์ด้วย”
“กูมีก็ตังค์! อีกอย่างหน้าดื้อสบู่แบบนั้น ไม่ใช่ทางว่ะ” แอลลี่เบะปากสวนกลับเพื่อนไปด้วยคำจิกกัดรุนแรง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ปากมึงนี่มันน่าโดนส้นตีนจริง ๆ”
“เลิกสนใจแม่ง! กินเหล้าต่อ เอ้า! อย่าช้าดิ๊ ชน พวกมึงนี่แม่งตีเนียนฉิบหาย!”
แอลลี่หันไปบ่นกลุ่มเพื่อนที่นาน ๆ จะได้มารวมตัวกันที พยายามไม่ใส่ใจสายตาวิบวับจากหนุ่มแปลกหน้า แต่อีกฝ่ายที่เฝ้าจับตาสาวสวยสุดฮอตมาตลอดคืนจนแน่ใจว่าเหล่าชายหนุ่มร่วมโต๊ะเป็นเพียงแค่เพื่อน ได้จังหวะจึงไม่รอช้าแทรกกายผ่านฝูงชนเข้าไปหวังทำความรู้จัก
“สวัสดีครับ...ผมขอชนแก้วด้วยได้ไหม” เสียงทุ้มจากแขกไม่ได้รับเชิญดังขึ้นจากเบื้องหลังแอลลี่ เรียกรอยยิ้มและสายตาล้อเลียนจากเพื่อนคนอื่นได้ทันที
“มึงว่าวันนี้เราจะได้กลับบ้านกันดี ๆ ปะวะไอ้จี”
“เคยมีวันแบบนั้นด้วยเหรอ หึหึ กูนี่รอดูเรื่องสนุกเลย” จีโน่และกันต์หันไปกระซิบกระซาบกัน ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็รีบหยิบแก้วเหล้าของตัวเองมาถือรอเอาไว้ ราวเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกเมื่อ
