บท
ตั้งค่า

บทที่ 5

แสงไฟสีอุ่นจากโคมระย้าส่องลงบนโต๊ะจีนที่จัดอย่างเป็นระเบียบ เสียงช้อนกระทบจานดังแผ่ว ๆ สลับกับเสียงสนทนาระดับพอดีหูไม่มีเสียงหัวเราะลั่นมีแต่รอยยิ้มที่เลือกใช้ในเวลาที่เหมาะสม

แขกในงานแต่งกายเรียบร้อยนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการนักการเมืองท้องถิ่นและบุคคลที่แม้ไม่มีตำแหน่งทางการ แต่ทุกคนรู้ว่าน้ำหนักคำพูดของเขาไม่ธรรมดา บนโต๊ะประธานนายอำเภอโยนั่งอย่างสงบ ปลัดโจคอยประสานบทสนทนาให้ลื่นไหลบรรยากาศดูราบรื่นแต่ใต้โต๊ะทุกสายตากำลังจับจังหวะกันอยู่

สารวัตรโมนั่งหลังตรง ท่าทางสุภาพ เรียบง่าย พูดน้อย แต่ทุกครั้งที่เอ่ยปากคนรอบโต๊ะจะเงียบลงโดยไม่รู้ตัวเป็นความนิ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาตั้งใจฟังในมุมหนึ่งของกำนันโขงนั่งเอนหลังสีหน้ายิ้มบาง ๆ แบบคนผ่านเกมมาเยอะ เขาไม่ได้พูดมากแต่แค่ยกแก้วขึ้นเล็กน้อยหลายโต๊ะก็พร้อมจะตอบรับ

ทั้งงานเต็มไปด้วยคำพูดที่พูดได้และคำพูดที่เลือกเก็บไว้ ไม่มีการเผชิญหน้า ไม่มีการท้าทายตรง ๆ แต่ทุกคนรู้ดีว่างานเลี้ยงต้อนรับคืนนั้นไม่ใช่แค่การต้อนรับมันคือการประเมินการหยั่งเชิงและการจดจำว่าใครยืนอยู่ฝั่งไหน

เวลาดึกมากแล้วในงานเลี้ยงต้อนรับคืนนั้นท่ามกลางคนในเครื่องแบบและบทสนทนาที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง มีชายคนหนึ่งที่ดูไม่เข้าพวกอยู่เงียบ ๆ หาญ ไอ้หนุ่มเสื้อปุ๋ยเสื้อเชิ้ตผ้าหยาบสีหม่นที่เขาใส่ ไม่ใช่เสื้อแบรนด์ ไม่ใช่เสื้อพิธี เป็นเสื้อที่คนทำงานกลางแดดใส่จริง ใช้จริงยืนอยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงหรู ๆ อย่างไม่คิดจะกลมกลืน

เขายืนพิงเสาอยู่ด้านหลัง ใกล้ตำแหน่งของกำนันโขงท่าทางสบาย ๆ แขนกอดอกแต่สายตาคมดุคู่นั้นไม่ได้ดุอย่างที่ใครคิดสายตาของหาญหยุดอยู่ที่สารวัตรโมอีกครั้ง ชายในเครื่องแบบสีกากี พูดจาสุภาพ รับคำทักทายจากผู้ใหญ่ทีละคน ไม่ถ่อม ไม่โอ้อวด ไม่ใช้ความเป็น น้องนายอำเภอนำหน้ามีแต่ความตั้งใจจริงที่ฉายออกมาจากท่าทีหาญมองอยู่เงียบ ๆ นานกว่าที่ตัวเองคิด สารวัตร…ใจถึงว่ะ หุ่นก็ดีน่าจับทำเมียว่ะ เขาคิดในใจไม่ใช่เพราะคำพูดแต่เพราะท่าทาง

มุมปากของหาญยกขึ้นนิดเดียวรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็นไม่ใช่รอยยิ้มท้าทายไม่ใช่รอยยิ้มเยาะ แต่เป็นรอยยิ้มของคนน้องที่มองคนพี่ว่าเด็กดื้อ ๆ ด้วยความดื้อดึงแบบน่าเอ็นดู

“จะทำใหเผมหลงคุณไปถึงไหนสารวัตร” หาญ

หาญพึมพำเบา ๆ กับตัวเองในสายตาของคนทั้งงาน เขาคือเงาคือมือขวาของกำนันคืออันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ แต่ในวินาทีนั้นหาญเป็นแค่ไอ้หนุ่มเสื้อปุ๋ยที่ยืนมองสารวัตรหนุ่มไฟแรง ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยนัก เอ็นดูปนสนใจและแฝงคำเตือนเงียบ ๆ ว่าถ้าเดินทางนี้…ก็ขอให้ใจแข็งพอแล้วกันนะ

ค่ำคืนนั้นหลังงานเลี้ยงต้อนรับเลิกไปแล้ว สารวัตรโมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองดื่มเกินกว่าที่คิด แก้วแรกดื่มเป็นมารยาท แก้วที่สองดื่มให้เกียรติแก่ผู้ใหญ่ แก้วที่สามปฏิเสธไม่ทันและหลังจากนั้นเขาก็เริ่มนับไม่ถูก

โมนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเล็กด้านข้างอาคารรับรองเสื้อเครื่องแบปลดกระดุมบนออกหนึ่งเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอกแก้มขึ้นสีจาง ๆ ไม่แดงจัด แต่สายตานิ่ง ๆ นั้นเริ่มช้าลงกว่าปกติ

“ผม…ไม่ได้เมานะครับ” โม

เขาพูดเสียงเรียบ แต่ปลายเสียงยานนิดเดียว ราวกับต้องใช้สมาธิคิดก่อนพูดทุกประโยค ปลัดโจหัวเราะเบา ๆ

“เออ ๆ ไม่เมา แต่เมื่อกี้เรียกพี่ว่าท่านผู้พิพากษาแล้วนะ” โจ

โมขมวดคิ้วทันที

“เหรอครับ…อ้าว ขอโทษครับ” โม

พูดจบก็ยกมือไหว้จริงจังเกินเหตุ จนคนรอบโต๊ะต้องกลั้นขำ

สารวัตรเมา ไม่ได้เสียงดัง ไม่โวยวาย ไม่เสียมาด เขาแค่พูดช้าลงจริงใจขึ้นและตรงไปตรงมาจนเกินไป

“ผมตั้งใจมาทำงานที่นี่นะครับ” โม

โมพูดกับอากาศเหมือนสารภาพกับตัวเอง

“ไม่ได้อยากมีเรื่องกับใครแต่ถ้ามันจำเป็น…ผมก็ไม่ถอย” โม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel