บทที่ 2
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน รถประจำตำแหน่งของนายอำเภอโยแล่นเข้ามาจอดหน้าสถานี โยลงจากรถด้วยสีหน้าสงบนิ่งตามแบบฉบับ สายตาคมของผู้บริหารปกครองสบเข้ากับน้องชายคนเล็ก ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่สื่อสารกันได้มากกว่าคำใด
“ตั้งใจทำงาน” โย
“ครับพี่” โม
ปลัดโจที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพียงยิ้มอ่อน
“ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอก ถึงงานเราจะอยู่คนละหน้าที่ พี่ก็ยินดีช่วยเสมอ” โจ
โมพยักหน้าเขาเข้าใจดีตั้งแต่เลือกก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว อำเภอพรรณนา ที่ซึ่งพี่ชายทั้งสองดูแลด้วยอำนาจฝ่ายปกครองและเขาจะดูแลด้วยกฎหมายและความยุติธรรม นับจากวันนั้น ไม่ใช่แค่น้องชายของนายอำเภอแต่คือ พันตำรวจโทมนภาส บุญมาลา สารวัตรแห่งอำเภอพรรณนา อย่างแท้จริง
ความหล่อของ สารวัตรโม พันตำรวจโทมนภาส บุญมาลา ไม่ใช่หล่อแบบฉูดฉาด หรือหล่อที่ต้องพยายามอวดแต่มันคือความหล่อที่อยู่เฉย ๆ ก็รับรู้ได้ รูปร่างสูง 183 เซนติเมตร ไหล่กว้างพอดี ลำตัวโปร่งแข็งแรงแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ล่ำจนดูดุดัน แต่แน่นพอให้รู้ว่าเจ้าตัวพร้อมลุยทุกสถานการณ์ การยืนตรงของเขาไม่ต้องเก๊กเป็นความสง่าที่มาจากวินัยทหารตำรวจฝังอยู่ในตัว
ใบหน้าคมเข้ม กรามชัด จมูกสันตรง ดวงตาเรียวยาวมีแววสุขุมเฉียบคมสายตาของโมคือจุดที่ทำให้หลายคนเผลอหยุดมอง นิ่ง ลึก และเหมือนมองทะลุความคิดคนตรงหน้าได้ แต่พอเขายิ้มมุมปากยกขึ้นเพียงนิดเดียว ความเข้มทั้งหมดกลับอ่อนลง กลายเป็นเสน่ห์อบอุ่นแบบผู้ชายที่พึ่งพาได้ เวลาอยู่ในเครื่องแบบสีกากี อินทรธนูบนบ่าขับให้บุคลิกดูโดดเด่น เสื้อเชิ้ตพอดีตัว เนี๊ยบทุกกระดุม เข็มขัด หนังรองเท้า ทุกอย่างสะอาดเรียบเป็นความหล่อที่มากับคำว่า เรียบร้อย แต่ทรงพลัง ที่สำคัญที่สุดความหล่อของสารวัตรโม ไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปลักษณ์
มันอยู่ในท่าทางเวลาฟังลูกน้องรายงานคดีอย่างตั้งใจ อยู่ในน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่นเวลาออกคำสั่ง อยู่ในความเด็ดขาดที่ไม่ต้องตะโกนและอยู่ในความนิ่งที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกปลอดภัย
จนใครหลายคนในอำเภอพรรณนาเริ่มพูดเหมือนกันว่า สารวัตรโมนี่ไม่ได้แค่หล่อ แต่หล่อแบบน่าเชื่อถือ หล่อพอจะทำให้คนเกรง และหล่อพอจะทำให้คนเผลอใจ
เช้าวันที่สองของการทำงานในอำเภอพรรณนา สารวัตรโมมาถึงสถานีก่อนเวลาเหมือนเดิมกาแฟแก้วแรกยังไม่ทันหมด ก็มีรายงานเสียงดังมาจากหน้าโรงพัก
“มีเรื่องทะเลาะกันหน้าตลาดครับสารวัตร คนของฝั่งกำนันโขงครับ”
ชื่อกำนันโขงทำให้โมชะงักไปเสี้ยววินาที กำนันโขงเขารู้จักดีเพราะกำนันที่ใคร ๆ เกรงกลัวเป็นพี่เขยเขาเง เขาหยิบแฟ้มพยักหน้าแล้วเดินออกไปทันที
ลานหน้าตลาดเช้าคนมุงกันเป็นวงตรงกลางคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง ผิวเข้ม หน้าคมดิบ สวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ดวงตาแข็งกร้าวมองกลับมาอย่างไม่เกรงใจใคร
หาญ หลานชายกำนันโขงชื่อเสียงเรื่องปากจัด ใจร้อน และไม่กลัวกฎหมายเป็นที่รู้กันทั้งอำเภอ โมก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าสายตานิ่งสนิท แต่กดดันโดยไม่ต้องขึ้นเสียง
“เกิดอะไรขึ้น” โม
โมถามสั้น ๆ หาญหัวเราะในลำคอ
“ถามผมเหรอสารวัตร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่คุยกับพ่อค้าเสียงดังไปหน่อย” หาญ
“เสียงดังจนคนแตกตื่น ถือว่าเป็นเหตุรบกวนความสงบ” โม
โมตอบเรียบ ๆ
“เชิญไปคุยกันที่สถานี” โม
หาญเลิกคิ้วมองสารวัตรหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า
“คุณนี่หน้าใหม่สินะ ไม่รู้จักผมหรือไง” หาญ
“รู้” โม
โมตอบทันที
“หลานกำนันโขง พี่เขยผมเอง” โม
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบหาญยิ้มมุมปาก
“งั้นก็น่าจะรู้ว่า เรื่องบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องถึงโรงพัก” หาญ
โมขยับเข้าไปอีกก้าวระยะห่างใกล้พอให้คนรอบข้างรู้สึกถึงแรงกดดัน
“กฎหมายไม่สนว่าใครเป็นหลานใคร” โม
น้ำเสียงเขานิ่ง แต่หนัก
“ในพื้นที่นี้ ผมดูแล” โม
ดวงตาหาญแข็งขึ้น
“อำเภอนี้ พี่ชายคุณเป็นนายอำเภอ อีกคนเป็นปลัด จะบอกว่าไม่มีเส้น…ผมไม่เชื่อหรอกสารวัตร” หาญ
โมหัวเราะเบา ๆ ครั้งเดียวไม่ใช่หัวเราะขำ แต่เป็นการตัดบท
“ถ้าผมใช้เส้น” โม
เขาพูดช้า ชัดทุกคำ
“คุณคงไม่ต้องมายืนเถียงผมตรงนี้” โม
คำพูดนั้นแทงตรงจุดหาญสบตาโมนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจแรง ๆ
“ก็ได้…ไปโรงพักกันครับสารวัตร” หาญ
