บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ใกล้อีกนิด

เช้าวันต่อมา

คนตัวเล็กออกจากคอนโดในเวลาเดิมทุกเช้าเพราะไม่อยากถูกตำหนิเรื่องไปสายอีก

ใจบัวในชุดเดรสสีขาวมีเสื้อสูทคลุมไหล่กับรองเท้าส้นสูงปลายเข็มก้าวออกจากห้องพัก ทว่าปะทะเข้ากับร่างสูงข้างห้องที่มายืนรอหน้าประตูจนเธอไม่สามารถก้าวต่อได้

“จะไปทำงานแล้วเหรอครับ” ไนท์ถามเสียงนุ่ม เขาอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนักเพราะมีแค่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียว “พอดีผมตื่นมาทำแซนวิช เลยทำมาเผื่อครับ”

เขายื่นแซนวิชให้คนตัวเล็ก ใจบัวไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธจึงยื่นมือไปรับอย่างน้อยก็ผูกมิตรไว้ดีกว่า เพราะตอนนี้เธอไม่มีปากมีเสียงกับที่บ้านพอจะย้ายคอนโดได้ตามใจชอบ ลำพังแค่คอนโดนี้ก็ถูกผู้เป็น ‘แม่เลี้ยง’ เกลียดจนออกนอกหน้า ขืนทำตัวมีปัญหาเพิ่มอีกก็อาจจะสร้างเรื่องเพิ่มขึ้นได้

“ขอบคุณนะคะ”

“ยินดีครับ ปกติไม่ทานข้าวเช้าเหรอ ผมจะได้เตรียมให้คุณทุกเช้า”

“เอ่อ...อย่าเลยค่ะ ปกติบัวดื่มแค่กาแฟก็พอแล้วค่ะ”

“ได้ไงครับ ทำงานก็ต้องอิ่มท้องไว้ก่อน แล้วก็ไม่รบกวนเลย ผมตื่นมาทำทุกเช้าอยู่แล้ว ทำเผื่อคุณบัวอีกคนไม่เหลือบ่ากว่าแรงผมไปหรอกครับ”

“...” ใจบัวมองหน้าร่างสูงนิ่ง บุคลิกเขาไม่น่าจะใช่คนตื่นเช้ามาทำอาหาร

“ไม่เชื่อเหรอ...ฮึ!” ร่างสูงก็หัวเราะออกมาทันทีที่เห็นสายตาจับผิดคู่นั้น

“แล้วคุณไม่ไปทำงานเหรอคะ” ใจบัวเปลี่ยนเป็นถามแทน

“แค่มีมือถือเครื่องเดียวผมก็ทำงานได้แล้วครับ งานของผมค่อนข้างอิสระ” เขาบอกแค่นั้น แต่ไม่ได้อธิบายว่าเป็นงานด้านไหน

“…” ใจบัวส่งยิ้มไม่กล้าถามต่อ ไม่อยากละลาบละล้วงเพราะไม่ได้สนิทขนาดนั้น ซึ่งยุคนี้เป็นยุคหาเงินทางออนไลน์อย่างที่ร่างสูงพูดจริง ๆ มีอีกหลายงานที่อิสระและใช้เพียงโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียวก็ทำเงินได้มหาศาล

คนตัวเล็กได้แต่ส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้แล้วสายตาก็กลับไปสะดุดกับสีผมควันบุหรี่ที่ทำให้เธอเผลอพยักหน้าอนุญาตให้ร่วมโต๊ะในคืนนั้นที่ร้านเหล้า

มีเสน่ห์ตรงไหนนะถึงได้ยังดึงดูดความสนใจกับเธออยู่ได้ แม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังอยากมอง อยากสัมผัส เหมือนตอนร่วมเตียงกัน ในจังหวะคลอเคลียซุกไซ้นิ้วเรียวของเธอก็ขยุ้มกับเส้นผมสีควันบุหรี่ที่นุ่มมือทุกครั้งที่เธอขยุ้มลูบไล้

“คุณใจบัว!”

“คะ...!?” คนตัวเล็กตกใจที่อยู่ ๆ อีกฝ่ายเรียกชื่อเธอเสียงดัง ทั้งที่ยืนอยู่ใกล้แค่นี้

“เป็นอะไรไปครับ ผมเรียกตั้งนาน” ไนท์เฉลยทันทีเพราะเดาจากสายตาคู่นั้นได้ว่าทำไมต้องเรียกเธอเสียงดัง

“อ้อ...เหรอคะ” รู้ดีว่าจังหวะนี้บุคลิกของเธอนั่นขาดความมั่นใจ แต่มันยากจะควบคุม

“คิดอะไรอยู่ครับ ทำไมเหม่อแต่เช้า แล้วแบบนี้จะขับรถไหวไหม!?” ไนท์ยังถามต่อ

“หะ...ไหวค่ะ” ใจบัวพยักหน้ายืนยันเป็นพัลวัน เริ่มหยุดความคิดบ้า ๆ ที่อาจจะส่งผลต่อปฏิกิริยาบางอย่าง

“ร้อนเหรอครับ หน้าแดงจัง” แล้วร่างสูงก็ทักทันทีเช่นกันเมื่อเห็นแก้มนวลแดงระเรื่อแถมยังเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบา ทำเอาคนตัวเล็กตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้างกับสัมผัสอ่อนโยน

โดยเฉพาะจังหวะสบตากัน มันส่งผลบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ร่างกายของเธอตอนนี้มันเหมือนจะวูบอยู่ตลอดเวลา

รู้ตัวอีกทีก็ถูกมือหนาทั้งสองข้างเข้ามาประคองแล้ว

“คุณไนท์...ขอโทษค่ะ พอดี...คือ” ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงดี ยิ่งใบหน้าหล่อร้าย ๆ ซึ่งตรงข้ามกับการแสดงออกที่อ่อนโยนเอามาก ๆ ยื่นหน้ามาใกล้ ๆ ลมหายใจเผลอสัมผัสกันในระยะประชิดก็ยิ่งพูดไม่ออก

“ท่าทางคุณบัวจะไม่ไหวนะครับ เข้าไปพักในห้องก่อนไหม เดี๋ยวผมประคองเข้าไป”

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ขอบคุณสำหรับแซนวิชนะคะ” ใจบัวสลัดตัวเองออกจากอ้อมแขนแข็งแรง รีบก้าวเท้าไปยังลิฟต์ก่อนที่เธอจะเผลอแสดงความบ้าออกไปมากกว่านี้

ขนาดเคยมีแฟนมาแล้ว เคยใกล้ชิดผู้ชายไม่ว่าจะสถานะแฟนหรือเพื่อนก็ไม่เคยรู้สึกใจสั่นแบบนี้มาก่อน

“เลิกงานกี่โมงครับ” เสียงทุ้มต่ำยังคงไม่ปล่อยคนตัวเล็กไปง่าย ๆ

“...!?” ใจบัวหมุนตัวมาหา เลิกคิ้วเป็นคำถาม

“ตอนเย็นกลับมาทานข้าวด้วยกันนะครับ”

 

@บริษัทรามิล

“คุณบัวคะ”

“คะ...พี่ปลา”

“คุณรามิลให้คุณบัวไปพบที่ห้องค่ะ”

“โอเคค่ะ” ใจบัวยิ้มหวาน ก้าวเท้าเปลี่ยนทิศไปฝั่งห้องทำงานพี่ชาย

“คุณบัวรับอะไรดีคะ เดี๋ยวพี่ยกเข้าตามไปให้” พี่ปลาเลขาของพี่รามิลถามตามหลังมา

“ชามะนาวก็ได้ค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกง่าย ๆ เสร็จแล้วจึงเดินหน้าต่อ

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพี่ชาย เธอเคาะประตูรออีกฝ่ายตอบกลับมาแล้วค่อยเข้าไป

“นั่งก่อนบัว พี่ขอเคลียร์งานตรงนี้แป๊บหนึ่งก่อน”

“ตามสบายเลยค่ะ” ใจบัวส่งยิ้มกว้างให้พี่ชาย อย่างน้อยก็มีพี่ชายคนหนึ่งที่ยังแสดงท่าทีเหมือนเดิม ไม่เคยรังเกียจเธอ แต่เธอก็เจียมตัวพอที่จะไม่ปีนเกลียวเสมอพี่ชาย

“ขอคุยงานก่อนนะ” รามิลลุกมานั่งด้วยกันหลังจากเลขาเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มเรียบร้อย ชายหนุ่มมาดเข้มผิวแทนซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานบริษัทนั่งลงด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้วางมาดอย่างตอนที่คุยกับพนักงานคนอื่น ๆ บุคลิกนี้คงจะเห็นแค่คนในบ้านเท่านั้น

“ค่ะ” พอพี่ชายพูดจบ ก็พอจะเดาออกว่าวันนี้ต้องคุยเรื่องอะไรกับพี่รามิลบ้าง

“พี่กำลังทำโครงการใหม่ บัวมาดูงานนี้กับพี่เต็มตัวได้เลยนะ” เขาเลื่อนไอแพดให้น้องสาวดูรายละเอียดคร่าว ๆ

“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอคะ บัวเพิ่งเรียนรู้งานแค่อาทิตย์เดียวเอง” ใจบัวแย้ง กลัวว่าจะมีปัญหากับคุณแม่ขึ้นมาอีก แถมรู้มาว่าโครงการใหญ่แต่ละปีสร้างกำไรมหาศาลซึ่งโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ทางบริษัทคิดไว้นานแล้วด้วย ถึงเวลาที่จะหยิบออกมาเฉิดฉายในปีนี้

“ทำงานใหญ่เลยพี่ว่าก็ดีนะ จะได้เรียนรู้งานไว อุปสรรคเยอะกว่า ได้ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” รามิลมั่นใจในตัวน้องสาว ระดับเกียรตินิยมเหรียญทองงานแค่นี้คงไม่ยากเกินตำราเรียนหรอก แล้วใจบัวก็เป็นคนที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอด

“แต่...” ใจบัวยังขัดอยู่ดี

“เรื่องนี้ผ่านการตัดสินใจของพี่คนเดียว เราฟังคำสั่งแค่พี่คนเดียว ใครจะว่ายังไงก็ปล่อยผ่านไป”

“ไม่ใช่แค่เรื่องคุณแม่น่ะสิคะ งานใหญ่ถ้าพลาดขึ้นมาบัวเละแน่”

“เราเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เจ้าของโปรเจกต์คนเดียว ยังไงงานก็ผ่านมือหลายคน ทำงานเป็นทีมจะมาโทษคนเดียวได้ไง” รามิลเอ่ยเสียงดุและสอนไปในตัว อยากให้น้องสาวกล้าหาญเหมือนตอนที่ไม่รู้เรื่องราวในครอบครัว

ตอนนั้นใจบัวเป็นเด็กมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เหมือนน้องสาวของเขาจะย้ำคิดย้ำทำ จนบางครั้งเขากลัวว่าจะพลาดโอกาสดี ๆ หลุดมือ

แล้วเขามั่นใจในโปรเจกต์เพราะเตรียมการไว้หมดแล้ว ยังไงก็เริ่มโครงการได้ไม่เกินสามเดือนหลังจากปิดดีลกับเจ้าของที่ดินแปลงนี้

“ขอโทษนะคะพี่รามิล บัวจะไม่คิดแบบนี้อีกแล้ว”

“...” รามิลพยักหน้ารับ ใจหนึ่งก็อยากสอนมากกว่านี้ แต่อีกใจก็รู้ดีว่าน้องสาวเป็นคนเก่งแค่ไหน เดี๋ยวพอปรับตัวได้ เขาเชื่อว่าศักยภาพในตัวใจบัวจะแสดงออกให้ทุกคนได้เห็นเองจึงเปลี่ยนเรื่องคุยแทน “อยู่คอนโดคนเดียว โอเคไหม ถ้าไม่ไหวกลับบ้านเรานะ”

“ไหวค่ะ” ถึงจะเหงาในช่วงแรก แต่เธอก็พร้อมปรับตัว ยิ่งตอนนี้เหมือนจะมีเพื่อนข้างห้องที่อยากทำความรู้จักกับเธอและในอนาคตเธอไม่รู้ว่าเขาจะมาเป็นเพื่อนบ้านแบบไหนกันแน่

“เราไม่เคยอยู่ข้างนอก” แววตาของรามิลฉายความเป็นห่วงไม่น้อย

“มันก็ต้องมีครั้งแรกกันก่อนสิคะถึงจะชินได้”

“เอาเถอะ อย่างน้อยที่นั้นก็โครงการของพรรคพวกพี่ ความปลอดภัยหายห่วง”

“...” ใจบัวยิ้มกว้างขึ้น มองพี่ชายที่เป็นความสุขเดียวที่เหลืออยู่ “ขอบคุณนะคะที่พี่รามิลไม่เคยรังเกียจบัว”

รามิลจึงยื่นมือมาโครกศีรษะน้องสาวโยกไปมา

“เป็นพี่น้องกัน จะรังเกียจได้ไง”

“...” ใจบัวอยากจะเบะปากร้อง แต่ก็กลั้นไว้ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอมากกว่านี้ เธอบอกตัวเองแล้วว่าจะร้องแค่คืนเดียวคือคืนที่ผ่านมาเท่านั้น

“พี่ว่าคิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน ได้อยู่คนเดียว อยากใช้ชีวิตแบบไหน เต็มที่เลย แต่ก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง พี่ห่วงความปลอดภัยน่ะ”

“ค่ะ บัวจะดูแลตัวเองให้ดี แล้วก็จะตั้งใจทำงาน โปรเจกต์นี้บัวจะทำให้เต็มที่ให้สมกับที่พี่รามิลไว้ใจ” เสียงหวานออกมาตามที่คิดแล้วจึงโน้มตัวไปหาพี่ชายออดอ้อนเพื่อหาความอบอุ่นเดียวที่มี ณ ตอนนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel