บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 กาฝาก

“...อยู่ข้างนอกค่ะ”

(พี่รู้เรื่องแล้ว อย่าใส่ใจคำพูดคุณแม่เลย วันนี้เราต้องรายงานตัวที่บริษัทไม่ใช่เหรอ)

“แต่คุณแม่ไม่อยาก...” ใจบัวพูดสะดุดไปทันที แค่นึกถึงสถานะตัวเองที่จะเหยียบย่างเข้าไปในรังสิมันต์ก็พาลให้อ่อนแอขึ้นมาดื้อๆ

(พี่คุยให้เอง เรามาทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก็พอ)

“...” ใจบัวก็เงียบ เพราะไม่แน่ใจกับสถานการณ์จริง ๆ ที่ผ่านมาถึงเธอจะไม่เป็นปัญหากับใคร แต่ก็น้อยครั้งจะเข้าหน้าคุณแม่ติด มาตอนนี้ที่ได้รู้ความจริง มันเลยมีแต่คำถามมากมายเต็มไปหมด

(ใจบัว ฟังอยู่หรือเปล่า)

“ที่ผ่านมาพี่รามิลรู้มาตลอดเหรอคะว่าบัว...ไม่ใช่น้องสาวของพี่” เสียงสั่นเครือตัดสินใจถาม

(ใครบอก เราเป็นน้องสาวของพี่ เป็นมาตลอด เอาเถอะ! อย่าเพิ่งพูด มาทำหน้าที่ตัวเองให้เสร็จก่อน)

อีกฝ่ายกดวางสายไปแล้ว แต่ใจบัวยังคงนั่งบนรถไม่มีท่าทีว่าจะขับออกไปจากสถานบันเทิงที่เมื่อคืนเธอเผลอมีความสัมพันธ์คืนเดียว

คนตัวเล็กไม่เคยมาเที่ยวร้านนี้มาก่อน มาครั้งแรกก็กลับรู้เลยว่าร้านนี้มีห้องรับรองชั้นบนด้วย แบ่งเป็นโซนหรู มีการ์ดเฝ้าหน้าลิฟต์ก่อนจะขึ้นหรือลงอย่างดี

“อย่าคิดมาก” เสียงหวานเตือนตัวเองไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว

“เราไม่ได้ทำผิด”

ครืดดด ครืดดด!

แต่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้คนที่ซบหน้ากับพวงมาลัยรถต้องเหลือบมามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ

‘กาย’

ใจบัวเอื้อมมือไปปิดเสียงทันที จากนั้นก็คว่ำหน้าจอแล้วขับรถออกจากร้านเหล้า ไม่สนใจอีกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะผิดต่ออดีตแฟนหนุ่มหรือไม่ เพราะสุดท้ายคนที่ทรยศก่อนนั้นไม่ใช่เธอ!!

@ห้องพัก

“ได้ข่าวว่าออกจากห้องเช้าเลยเหรอวะ!?” เจ้าของผับถามด้วยเสียงหยอกล้อ รู้จากลูกน้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าเพื่อนสนิทหิ้วสาวเปิดห้อง แต่ก็ไม่คิดว่าจะลากยาวถึงขนาดออกจากห้องในเช้าวันใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน

“...” เจ้าของใบหน้านิ่งที่ปกติไม่ค่อยแสดงสีหน้ามีแววตาบางอย่างที่คนมองเดาไม่ออก สายตาที่ต่างจากเมื่อคืนและตอนเช้าที่เขาต้องแสดงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ใช่ตัวเอง

“อ้าว ไม่ถูกใจแล้วทำไมออกมาซะเช้าวะ” เจ้าของผับยังคงถามต่อ ปกติของเพื่อนไม่ใช่แบบนี้ เพราะไม่เคยกินโจ่งแจ้งเปิดห้องที่ผับมาก่อน แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยขาดเรื่องพวกนี้

“ที่กูขอดู ไหนวะ” ไนท์พูดไปอีกเรื่อง

“โรงรถผับกูมีไรให้มึงสนใจ?”

สุดท้ายเฟยก็ยอมเปลี่ยนเรื่องมาคุยด้วย แต่ถึงถามไปอย่างนั้น หนุ่มหล่อมาดนิ่งแต่นิ่งเงียบน้อยกว่าไนท์ก็ยอมยื่นโทรศัพท์มือถือให้

พร้อมกับโปรแกรมกล้องวงจรปิดตำแหน่งที่ต้องการ

“...” หนุ่มลูกเสี้ยวฟิลิปปินส์กระตุกยิ้มมุมปากที่ยังคงเห็นรถสาวที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยยังคงจอดอยู่ที่เดิม

“ไม่ขอเบอร์ขอไลน์ไว้ล่ะวะ นั่งดูรถเขาอย่างนี้จะสานต่อยังไง” เฟยถามต่อ

“อะไรที่กูอยากได้ มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยพลาด”

“เออเชื่อ มึงเพิ่งได้ไปเมื่อคืน” เฟยหัวเราะผ่านลำคอส่ายหน้าให้กับมาดของเพื่อน “ขับคาเยนน์ซะด้วย...ลูกสาวใครวะเนี่ย!?”

คราวนี้ความน่าสนใจของเฟยก็เปลี่ยนไป ราคารถหลักสิบล้านใช่ว่าใครจะมีกันง่าย ๆ

ไม่ได้สนใจความรวย แค่อยากรู้ว่าสาวที่เพื่อนลากขึ้นห้องเป็นใคร เพราะอาจจะเคยรู้จักผ่านหน้าผ่านตากันมาบ้าง

“ลูกสาวคนเดียวของเจ้าพ่ออสังหาฯ” ไนท์เฉลยพร้อมส่งโทรศัพท์มือถือคืน

“แล้วไง” เฟยไม่เข้าใจว่าเพื่อนจะสื่อถึงอะไร สถานะทางสังคมระดับมันก็รวยติดอันดับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะธุรกิจฝั่งแม่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทำกำไรแต่ละปีได้มหาศาล ซึ่งตรงนี้ก็ยกให้พี่ชายฝาแฝดอย่างเดย์เป็นคนบริหาร แค่ถือหุ้นรับปันผลเท่านั้น

ส่วนตัวไนท์เองสนใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์เลยเลือกที่จะบริหารสิ่งที่ชอบ ในตอนแรกตอนที่เริ่มทำกิจการนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่มากนักเพราะพ่อของไนท์ก็บริหารอสังหาริมทรัพย์มาบ้าง แต่ไม่ได้ขยายใหญ่โต จนกระทั่งไนท์มาหยิบจับมุ่งมั่นเป็นจริงเป็นจังเลยทำให้ภายใน 5 ปีก็พาบริษัทเทียบเท่าบริษัทยักษ์ใหญ่ได้สำเร็จ

เพราะงั้นไม่มีเหตุผลจำเป็นจะต้องเข้าไปพัวพันกับพวกคู่แข่ง ต่างก็รู้ว่าไนท์เป็นคนที่แข่งอย่างขาวสะอาดมาโดยตลอด ยิ่งเข้าหาผู้หญิงแบบนี้ยิ่งไม่ใช่นิสัยของไนท์

“หรืออยากดองขยายกิจการ” เจ้าของผับตั้งคำถาม ทั้งที่รู้ว่า ‘เสือ’ อย่างมัน ยังไม่ถึงเวลาถอดเขี้ยว

“หึ” ไนท์หัวเราะเบา ๆ กวนประสาททันที

“...” เฟยแบมือรอคำตอบ

“แล้วแต่มึงจะคิด” เอ่ยจบ ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเท้าออกจากห้องพักของเฟย

ปล่อยให้เจ้าของผับส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ แต่ก็ชินพอจะไม่เซ้าซี้ หากไม่ถึงเวลาอย่าหวังว่าจะรู้เรื่องในใจของเพื่อนคนนี้

เฟย : คืนนี้มีนัดทานข้าวที่บ้านกู อย่าลืม

ร่างสูงล้วงกระเป๋ากางเกงขึ้นมาอ่านข้อความจากเฟย มันคงลืมที่จะเตือนเขาเรื่องนี้เลยส่งข้อความตามหลังมา

อ่านเสร็จไนท์จึงเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ในกางเกงยีนสีโปรดแล้วตวัดขาขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบก์คู่ใจ ขับออกจากผับเพื่อกลับที่พักของตัวเอง ได้เวลาทำหน้าที่อย่างอื่นต่อ

เพราะภารกิจแรกสำเร็จแล้ว!!

คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานพี่ชายด้วยเวลาที่สายกว่าที่กำหนดไว้ ถึงแม้สภาพจิตใจยังไม่พร้อม แต่ตอนนี้เธออยู่ตรงนี้แล้วจะหนีปัญหาก็คงไม่ใช่นิสัยที่ดีเท่าไหร่ แม้รู้ว่าด้านในจะมีใครอยู่บ้าง ทว่าเธอก็หนีไม่พ้นอยู่ดีและทันทีที่เปิดประตูก็เผชิญหน้ากับแม่...แม่เลี้ยง

ถึงในใจจะไม่ยินดีกับคำนี้ อยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่แท้ ๆ มากกว่า แต่ผู้หญิงวัยกลางคนที่เชิดหน้าชูตาคงไม่คิดเช่นนั้นเพราะเมื่อใจบัวเข้ามาในห้องก็ถูกสายตาดูแคลนเหลือบมองด้วยหางตาอย่างรังเกียจ

“นี่เหรอ คนที่ลูกจะให้ทำตำแหน่งผู้ช่วย แค่วันแรกก็สายซะแล้ว งามหน้านัก!!” ขวัญทิพย์เบะปากอย่างไม่ปกปิดอาการ

“คุณแม่ ไหนเราคุยกันแล้วไงครับ” คนตัวสูงหล่อเข้มที่นั่งโซฟาอีกตัวของห้องทำงานรีบพูดปราม

“ใครเต็มใจรับมันก็รับไป แต่แม่บอกตรง ๆ ว่าฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว ยี่สิบกว่าปีที่แม่ต้องเลี้ยงมันก็เกินพอ”

“คุณแม่เป็นคนเลี้ยงใจบัวมาเอง คุณแม่ไม่เอ็นดูน้องบ้างเลยเหรอครับ”

“...” คุณเดชายกมือนวดระหว่างคิ้ว ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อหันไปมองลูกสาวที่ยืนก้มหน้าก็หนักใจกว่าเดิม

คนหนึ่งก็เมีย คนหนึ่งก็ลูก เขาเลือกไม่ได้อยู่แล้ว

“ไม่!! รามิลรู้ไหมว่าแม่เห็นหน้านังเด็กนี้ทีไรก็อดนึกถึงอีผู้หญิงแพศยานั่นไม่ได้ทุกที แล้วแบบนี้จะเอาตรงไหนมาเอ็นดู”

“...” ใจบัวสูดน้ำมูกที่ไหลไม่ต่างจากน้ำตา เข้าใจแล้วว่าทำไมแม่เธอถึงไม่เคยเข้ามากอด เข้ามาหอม เธอก่อนสักครั้ง

เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงสอนเธอไม่เหมือนลูกคนอื่น...

‘มีแฟนหรือยัง’

วันหนึ่งหลังจากกลับมาจากโรงเรียนขวัญทิพย์ก็เปิดคำถามแรกของวันกับลูกสาว

‘คุณแม่ถามเรื่องนี้อีกแล้ว’ ใจบัวย่นจมูกอ้อน ๆ ส่ายหน้าไปมาจนเปียผมทั้งสองข้างเคลื่อนไหวตามแรง

‘ถ้าจะมีแฟนแม่ไม่ว่านะ’

‘โอ้ หนูยังเรียนม.4 อยู่เลย หนูไม่รีบหรอกค่ะ’

‘ก็เผื่อเราชอบใครอยู่ แม่อนุญาตินะ ไม่บอกเรื่องนี้กับคุณพ่อเราหรอก’

และทุก ๆ ครั้งที่มีบทสนทนาระหว่างแม่ลูกคุยกันก็หนีไม่พ้นเรื่องการถามไถ่การคบหากับเพื่อนผู้ชาย แต่ใจบัวก็ยังไม่รู้สึกอยากมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับใคร

จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยใจบัวจึงพาเพื่อนสนิทอย่างไอซ์และกายพามาแนะนำให้ขวัญทิพย์รู้จัก สองคนนี้มาเที่ยวที่บ้านใจบัวบ่อยเข้า ขวัญทิพย์จึงเริ่มสนิทหน้ามากขึ้น

‘แม่ว่าเพื่อนเราที่ชื่อกายนี่ดูเข้าท่านะ ดูเหมือนจะชอบเราด้วย’

‘เพื่อนกันค่ะคุณแม่’ ใจบัวตอบอย่างไม่คิดอะไร

‘มีคนมารักมาชอบก็ดีแล้ว ไม่ลองเปิดใจหน่อยเหรอ’ ขวัญทิพย์คะยั้นคะยอไม่เลิก

ทว่าใจบัวก็ยังใจแข็งเหมือนเดิม จวบจนเรียนปี.4 ปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยก็เริ่มจะเคลิ้มตามความดีความเอาใจใส่ที่เสมอต้นเสมอปลายของกาย ทำให้ใจบัวลองเปิดใจดู เดินเข้าสู่ดินแดนความสัมพันธ์ความรักครั้งแรก ความสัมพันธ์ไปได้สวยกว่าที่คิดบวกกับการเป็นเพื่อนกันมาก่อนทำให้รู้ใจกันพอสมควรและขวัญทิพย์ก็เปิดทางแบบสุด ๆ

แต่แล้วยังไงล่ะ...ความดีความเอาใจใส่ มันก็เป็นแค่ฉากหลอกลวงเธอเข้าสู่ประตูความสัมพันธ์ต่างหาก

เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของเธอและที่บ้าน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตัวเองก็ถูกหลอกลวงให้เพ้อฝันคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่เฟอร์เฟค

“คุณแม่ พอเถอะครับ” รามิลปรามอีกครั้ง คำพูดของมารดาเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“รามิล! แม่ขอล่ะนะ เรื่องนี้แม่ยอมไม่ได้จริง ๆ จะให้พูดดีเหมือนเมื่อก่อนแม่ทำไม่ได้ แค่ที่แม่ยอมให้ทำงานเป็นผู้ช่วยเรา เสนอหน้าเข้าไปเหยียบในบ้านเราเหมือนเดิม แม่ก็พะอืดพะอมเต็มกลืน!!”

“บัวย้ายออกไปอยู่ข้างนอกก็ได้ค่ะ ถ้าจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้น” ในที่สุดใจบัวก็กล้าจะเปิดปากหลังจากยืนเงียบอยู่นาน

“ไม่ต้อง กลับไปนอนบ้านนั่นแหละ” รามิลบอกน้องสาว

“ไปอยู่ข้างนอกก็ดีเหมือนกัน” ทว่าต่างจากเดชาที่โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“...” และเป็นประโยคที่ถูกใจขวัญทิพย์ที่สุดแต่แทงใจคนฟังอีกคน

“น้องเป็นผู้หญิง” รามิลค้าน

“เดี๋ยวพ่อยกคอนโดให้”

“ไม่ได้! ฉันไม่ยอม” คราวนี้ขวัญทิพย์หุบยิ้มและแผดเสียงจนเสียงดังลั่นห้อง

“คุณทิพย์”

“คอนโดในโครงการของเราฉันไม่ยกให้นะ”

“โอเค! เดี๋ยวผมซื้อคอนโดโครงการข้างนอกก็ได้” เดชายอมแพ้เพราะไม่อยากมีปัญหาให้ภรรยารื้อฟื้นความหลังอีก

“...” รามิลกุมขมับเหนื่อยใจไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ...” เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะอยากแสดงท่าทีอ่อนแอให้น่าสงสาร แต่เธอไม่อยากให้คนที่ได้ชื่อว่าเลี้ยงเธอจนโตและเป็นคนที่เธอเรียกว่าแม่ โวยวายเหมือนตอนนี้ ที่ยังไม่ยอมแพ้ แม้คุณพ่อยอมไปซื้อโครงการอื่นให้ก็ตาม

“เอาตามนี้แหละ อย่างน้อยก็รักษาหน้าครอบครัวเราด้วย ใคร ๆ ก็รู้ว่าใจบัวนามสกุลอะไร” จบคำพูดของผู้เป็นพ่อ ไม่ได้ช่วยให้จิตใจใจบัวรู้สึกดีขึ้นเลย ยังไงเธอก็มีสถานะเป็นแค่...

“สุดท้ายแกก็ยังเป็นกาฝากครอบครัวฉันไม่จบไม่สิ้น!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel