บทที่ 4 ปลาติดเบ็ด
วีรดาปิดบังเรื่องที่คีรีมาที่ห้องของเธอไม่ให้วรวิทย์รู้ เพราะคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เกรงว่าถ้าพี่ชายรู้ว่าเธออนุญาตให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักไปมาหาสู่ถึงที่ห้อง พี่ชายต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน
เด็กสาวกลับมาถึงห้องในช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆเห็นรถของตัวเองจอดอยู่ที่ลานจอดรถของคอนโดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเห็นโน้ตใบเล็กจากพี่ชายแปะอยู่หน้าตู้เย็น
‘บะหมี่เป็ดย่างอยู่ในตู้เย็น อย่าลืมเอาออกมาอุ่นกินด้วย’
นอกจากของโปรดของเธอที่พี่ชายซื้อมาเก็บไว้ที่ตู้เย็นให้แล้ว ยังมีเงินอีกปึกหนึ่งที่วางไว้อยู่บนหัวเตียง พี่ชายของเธอยังน่ารักอยู่เสมอ ทั้ง ๆที่บางวันงานที่อู่ก็ล้นมือ แต่ก็ยังอุตส่าห์หาเวลาปลีกตัวแวะมาหาน้องสาวที่ห้อง
‘ขอบคุณนะคะป๋า วุ้นจะกินบะหมี่เป็ดย่างให้เกลี้ยงเลยค่ะ’
วีรดาส่งข้อความไปหาผู้เป็นพี่ วรวิทย์ยังไม่ได้เปิดอ่านคาดว่าตอนนี้พี่ชายคงกำลังยุ่งอยู่กับงานที่อู่ เด็กสาวหยิบกล่องบะหมี่เป็ดย่างออกมาแล้วเปิดฝาใส่เข้าไปในไมโครเวฟ รอเพียงไม่กี่นาที กลิ่นบะหมี่หอม ๆก็คละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง วีรดาถือกล่องบะหมี่เดินไปนั่งที่โซฟาเบดกลางห้องรับแขก เปิดทีวีดูไปกินไปอย่างมีความสุขพลันก็คิดถึงใครบางคนที่คอยแวะเวียนมาทำให้หัวใจของเธอชุ่มฉ่ำ
คิดถึงคีรีขึ้นมา วีรดาก็หยิบมือถือ พิมพ์ข้อความส่งไปหาชายหนุ่ม ก่อนจะเก็บมือถือวางไว้ข้างตัวรอให้คนที่อยู่ปลายทางตอบข้อความกลับมา
ใบหน้าคมเข้มแสยะยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นน้อย ๆ ข้อความจากวีรดาทำให้เขารู้สึกสมเพชและเวทนาในเวลาเดียวกัน แค่เพียงถูกเขาหยอดวันละนิดละน้อย หล่อนก็ติดกับ จนแทบจะเอาตัวใส่พานถวายให้เขาเสียแล้ว คีรีเก็บโทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง ไม่แม้แต่จะคิดอยากจะพิมพ์ข้อความใด ๆตอบกลับไป คิดไว้ว่าไม่เกินสิบนาที วีรดาจะต้องร้อนรนและเป็นฝ่ายโทรกลับมาหาเขา
ไม่ผิดอย่างที่คิด เมื่อปลาที่วางเบ็ดล่อเอาไว้กำลังโทรสายเข้ามา
‘สวัสดีครับน้องวุ้น’
‘พี่คียุ่งอยู่หรือเปล่าคะ วุ้นโทรมารบกวนเวลาของพี่คีหรือเปล่าคะ’
ยิ่งได้ฟังน้ำเสียงร้อนรนของวีรดา คีรียิ่งชอบใจ ใบหน้าของชายหนุ่มฉาบด้วยรอยยิ้มร้าย
‘นิดหน่อยครับ น้องวุ้นโทรมาหาพี่ มีอะไรด่วนไหมครับ’
‘เปล่าค่ะ วุ้นจะโทรมาถามว่าเย็นนี้พีคีจะแวะมาทานข้าวที่ห้องของวุ้นไหมคะ วุ้นจะได้สั่งอาหารมารอ’
‘วันนี่พี่น่าจะกลับค่ำ มีงานที่ทำค้างไว้อยู่ครับ น้องวุ้นกินก่อนได้เลยนะครับ พี่เกรงใจไม่อยากให้วุ้นหิ้วท้องรอ’ ไม่มีงานอะไรที่ทำค้างไว้ทั้งนั้น มีแต่คำโป้ปดที่จงใจพูดเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากเด็กใจแตก เขารู้ดีว่าจะใช้วิธีไหนที่จะสามารถทำให้วีรดาหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
‘วุ้นรอกินพร้อมพี่คีนะคะ ดึกแค่ไหนก็จะรอค่ะ เดี๋ยววุ้นอ่านหนังสือรอ’
‘จะดีหรือครับ ถ้าอย่างนั้นพี่จะรีบเคลียร์งาน จะได้กลับไปกินข้าวกับน้องวุ้นไว ๆ’
‘วุ้นไม่กวนพี่คีแล้วค่ะ แล้วเจอกันนะคะ’
สายสนทนาของวีรดาถูกตัดไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจของคีรี
“แผนมึงใกล้สำเร็จแล้วสินะ”
ดวงตาคมดุเสมองไปยังเพื่อนสนิทที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของเขา ณดลลากเก้าอี้ออกแล้วทรุดกายลงนั่งไขว่ห้าง ยกแขนข้างหนึ่งเท้าไปที่พนักวางแขน มือจับที่ปลายคางของตัวเอง
“มึงมีธุระอะไรถึงมาที่นี่ได้” คีรีถามกลับโดยที่ตายังคงจับจ้องไปยังมือถือ
“กูมารอรับนิดเลยแวะมารอที่บริษัทมึงฆ่าเวลา”
“นิดกลับมาแล้วเหรอ”
“เออ มาถึงวันนี้แหละ”
นิดหรือนิดาที่เอ่ยถึงก็คือน้องสาวเพียงคนเดียวของ ณดล คีรีจำได้ว่าเขาเคยเจอน้องสาวของเพื่อนแค่ไม่กี่ครั้ง ก่อนที่เด็กสาวจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
“ไม่รู้กลับมาครั้งนี้ จะหิ้วฝรั่งกลับมาเป็นน้องเขยกูหรือเปล่า” นิดาไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยแบบกุลสตรีไทย น้องสาวของเขาออกแนวผู้หญิงกล้าได้กล้าเสียเสียด้วยซ้ำ ยังจำได้ว่าตอนที่น้องสาวได้เจอกับคีรีครั้งแรก ยังเคยเอ่ยปากขอให้เขาช่วยเป็นพ่อสื่อจีบคีรีให้ ไม่รู้ว่าหนนี้กลับมาอยู่ที่ไทยแล้ว จะกลับมาสร้างความลำบากใจให้ทั้งเขากับคีรีหรือเปล่า
“ไอ้คี มึงรู้ใช่ไหมว่าน้องกูชอบมึง นิดกลับมาครั้งนี้ กูไม่รู้ว่าน้องกูจะมายุ่งวุ่นวายกับมึงอีกไหม มึงหาวิธีจัดการเองได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจกู”
คีรีช้อนตาขึ้นมามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจของเพื่อนสนิท ชายหนุ่มรู้ว่านิดาคิดกับเขามากกว่าพี่ชาย แต่เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา บางทีอาจจะได้ยืมมือของนิดาเพื่อมาช่วยจัดการบางอย่างให้ง่ายขึ้นก็ได้
“ไม่ต้องห่วง กูมีวิธีรับมือน้องมึง”
“เออ แต่อย่ารุนแรงมากล่ะ นิดมันยิ่งบ้า ๆบอ ๆอยู่”
นิดาขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ร้ายและเอาแต่ใจที่สุด ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่พ่อกับแม่เลี้ยงแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยมีใครขัดใจ เลยทำให้นิดากลายเป็นเด็กนิสัยเสียและเอาแต่ใจจนติดเป็นสันดานไปแล้ว
คนที่นั่งอ่านหนังสือเหลือบตามองนาฬิกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือเป็นระยะ ๆ เกือบสองทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าคีรีจะกลับมาถึงคอนโด มือขาวบางหยิบมือถือขึ้นมาดูน่าจะรอบที่ร้อย เฝ้ารอว่าเผื่อจะมีข้อความถูกส่งมาจากคนที่อยู่ในความคิดของเธอ แต่ก็ว่างเปล่า วีรดาวางมือถือลงแล้วฟุบหน้าทับหนังสือเรียน ก่อนที่จะรีบเงยหน้าขึ้นเมื่อมีสายของคีรีโทรเข้ามา
‘พี่อยู่หน้าห้องแล้วครับ’
เด็กสาวตาลีตาเหลือกวิ่งไปที่ประตูพร้อมกับเปิดออก ใบหน้าอิดโรยและท่าทางเหนื่อยอ่อนของชายหนุ่ม อดที่จะทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้
“งานยุ่งมากเลยหรือคะพี่คี”
คีรีพยักหน้า เดินเข้ามาในห้อง วางสัมภาระทุกอย่างไว้ที่โต๊ะกลมเตี้ยกลางห้องรับแขกแล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟา เอนตัวแหงนหน้าพิงพนักโซฟาแล้วหลับตาลง
ดวงตาคมเข็มพลันลืมขึ้นมาเมื่อใบหน้าสัมผัสได้ถึงผ้าเย็นนุ่ม ๆที่เช็ดอยู่ตามกรอบหน้า เขาเบนหน้า มองด้วยเด็กสาวสายตานิ่งลึก
“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมคะ ผ้าชุบน้ำเย็น ๆน่าจะทำให้พี่คีสดชื่นขึ้น” สุ้มเสียงใส่แจ๋วพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานของวีรดามีส่วนที่ทำให้คีรีเกิดความรู้สึกสับสน วีรดาเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน ขี้อ้อน คนที่ได้อยู่ใกล้เจ้าหล่อนคงตกหลุมรักได้ไม่ยาก แต่ไม่ใช่ผู้ชายอย่างเขา ต่อให้เด็กสาวคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดใจ คีรีก็มอบความรู้สึกดี ๆให้เธอไม่ได้อยู่ดี
มีเพียงแต่ความรู้สึกเกลียดชังเท่านั้น ที่วีรดาจะได้รับจากเขา
“พี่คีหิวหรือยังคะ หรือว่าจะอาบน้ำให้สบายตัวก่อน”
ท่าทีเงียบนิ่งของคีรี ทำให้วีรดารู้สึกตกประหม่า เธอเดาไม่ถูกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ สายตาที่เกินคาดเดาที่จับจ้องมายังเธอมันคล้ายชื่นชมและเดียดฉันท์ไปในทางเดียวกัน
หรือเพราะว่าชายหนุ่มอาจจะเครียดจากงานเลยทำให้มีปฏิกิริยาแบบนี้
