บทที่ 1.6
นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจหลังพบว่าเขาว่าง่ายจนนางพูดไม่ออก แต่ต่อมาเขากลับทำให้นางโมโหขึ้นทันทีที่ได้ยิน
“หากข้าตายรบกวนเจ้านำป้ายหยกบนตัวข้าไปส่งข่าวที่จวนผู้บัญชาการเสิ่น บอกเขาว่า...”
หลิงอวิ๋นจิ้มเข็มทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขาพล่ามจนจบ นางถลึงตาให้เขาก่อนลงมือรักษาเขาด้วยท่าทีโกรธกรุ่น
“เห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีหรอกนะตี๋น้อย ข้าน่ะศิษย์รักของอาจารย์หลิงหนานเชียวนะ!”
ดังนั้นแม้เปลืองเรี่ยวแรงไปมาก แต่จนแล้วจนรอดคนไข้ที่เป็น...มนุษย์คนแรกของหลิงอวิ๋นก็ยังไม่ตาย แม้เขายังไม่รู้สึกตัวตอนที่นางจากมา แต่นางมั่นใจว่าในวันรุ่งเช้าหากนางกลับไป เขาจะยังคงมีลมหายใจอยู่
...นางไม่นับรวมกระต่ายครานั้น กวางน้อยในวันโน้น ยังมี...สัตว์ป้าตัวเล็กๆ ที่นางเคยช่วยในอดีต...
บิดาของนางโกรธมาก... หลังเห็นสภาพของนางที่ทั้งเปียกปอนและมอมแมมไปด้วยโคลน แม้นางปลอดภัยและกลับมาพร้อมสมุนไพรบางส่วน แต่นับจากนั้นหลิงอวิ๋นก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเขาอีกเลย ก่อนหน้านี้นางไม่เคยขัดคำสั่งบิดาแต่เพราะคนเจ็บรออยู่ นางจึงแอบขึ้นเขาไปในช่วงสายวันถัดมา
เขายังไม่รู้สึกตัวและยังมีไข้สูงมากอย่างที่นางคาด หลิงอวิ๋นนำอาหาร น้ำดื่ม รวมไปถึงยาที่นางเคี่ยวเอาไว้ ยังมีเสื้อผ้าของบิดา ผ้าสะอาดที่นางต้องใช้สำหรับพันแผลให้เขา
บาดแผลทั่วตัวยังไม่น่ากังวลเท่าเส้นเอ็นที่ขา ยังดีที่เขาพบนางเข้าไม่นานหลังจากได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งนางยังเย็บเส้นเอ็น ใส่ยา รวมไปถึงฝังเข็มห้ามเลือด หาไม่ชีวิตนี้ก็อย่าหวังได้รอดออกไปจากหลงซานเลย
กลางยามอู่ ในที่สุดตี๋น้อยของนางก็รู้สึกตัว เขามองนางคล้ายยังคงงุนงง นางพยุงเขาขึ้นและให้เขาจิบยาที่นางเคี่ยวมา “ดื่มหน่อย จิบแทนน้ำ ข้าต้มยามาหม้อหนึ่งจะตั้งอุ่นเอาไว้ให้ ข้าอยู่นานไม่ได้ต้องรีบกลับ ข้านำโจ๊กมาด้วยหากหิวก็กินเสีย แต่อย่ากินมากหากต้องการขับของเสียจะลำบากเพราะท่านยังขยับตัวมากไม่ได้”
ได้ยินดังนั้นเขาก็มีท่าทีขัดเขิน ดังนั้นจึงแสร้งมองไปรอบๆ
หลิงอวิ๋นอมยิ้มรู้สึกภูมิใจในความรอบคอบของตัวเอง นางเห็นร่องรอยยุงและแมลงบนตัวเขา ดังนั้นจึงก่อไฟนำสมุนไพรมารมเพื่อไล่แมลง นางออกไปหักสมุนไพรไล่แมลงบางส่วนมาวางรอบๆ ก่อกองไฟสองกองเอาไว้หน้าชะง่อนหิน เตาหนึ่งตั้งกาอุ่นยาและวางหม้อโจ๊กเล็กๆ เอาไว้
“อย่าตายเสียเล่า” นางเก็บของลุกขึ้นยืน “เจ้าเป็นคนไข้คนแรกของข้า ทางที่ดีอย่าขยับให้วุ่นวาย นอนให้หลับไม่ว่าจะอยากนอนหรือไม่ หากเหงื่อออกมากไม่สบายตัวก็เปลี่ยนกางเกง ข้าเตรียมมาให้สองสามชุด ห้ามให้แผลโดนน้ำโดยเด็ดขาด นั่นคือชันแห้งเคี้ยวเฉพาะเวลาปวดมากจนทนไม่ไหว”
“ขอบใจเจ้ามาก”
นางหันกลับมาพยักหน้าให้เขา
“แม่นางน้อย ข้า...”
“เรียกข้าว่าอวิ๋นอวิ๋น”
“ข้ามีความจำเป็นต้องส่งข่าว”
“เป็นคนของจวนแม่ทัพเสิ่นหรือ” นางจำได้ว่าครั้งก่อนเขากล่าวถึงจวนผู้บัญชาการเสิ่น
“ใช่”
นางขมวดคิ้วมองเขาจากนั้นครุ่นคิด “ที่นี่หลงซานด้านหลังหอโอสถ”
“ข้ารู้”
“หอโอสถมีคนของจวนผู้บัญชา ส่งข่าวผ่านเขาไปท่านจะว่าอย่างไร”
เขาเงียบไปย่อมหมายถึงไม่อาจทำเช่นนั้น “ข้ายังไม่เคยออกจากหอโอสถ เรื่องด่วนมากหรือไม่”
“มีผู้คุ้มกันของคุณชายสวีที่เพิ่งเข้าเรียนในหอโอสถ” เขามีท่าทีครุ่นคิด “เขามีนามว่ากุ่ยเหอ”
“กุ่ยเหอ ?!” ชื่อคนหรือนั่น
“เขาเป็นสหายของข้า บอกเขาเพียงว่าข้าปลอมตัวเป็นท่านผู้นั้นและได้รับบาดเจ็บ ส่วนท่านผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ฝั่งตะวันตก”
“อ้อ...แล้วมีสิ่งยืนยันตัวตนท่านหรือไม่ เผื่อบางทีเขาอาจไม่เชื่อข้า”
เขาส่งป้ายหยกที่คราแรกกล่าวถึงเพื่อให้นางส่งข่าวกลับไปยังจวนผู้บัญชาการเสิ่น
“ข้าจะพยายาม แต่ไม่รับปากว่าจะหาเขาพบในเร็ววัน”
“ข้าเข้าใจแล้ว ได้แต่รบกวนเจ้า”
“ท่านชื่ออะไร” นางถามเขา
“เหยียนซี เรียกข้าว่าเหยียนซี” นางพยักหน้าจากนั้นออกมาจากใต้ชะง่อนหิน