บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 ยั่วยวน

ตอนที่ 4 ยั่วยวน

เรือนฝั่งซ้าย

เมิ่งชิงหย่ายืนเฝ้าคอยท่านอ๋องอย่างเคยทุกวัน เมื่อวานนี้เขาไปนอนที่เรือนฝั่งขวาเพราะพระชายาเอกไม่สบาย วันนี้เป็นวันที่เขาต้องมาที่นี่ นางจึงให้สาวใช้จัดสำรับอาหารไว้รอ ยามนั้นเองสายตาของนางมองไปเห็นหานหยางองครักษ์ข้างกายของท่านอ๋อง ใบหน้าของนางคลี่ยิ้มออกมาทันที

“ท่านอ๋องมาแล้วหรือ ? แล้วอยู่ที่ใดเล่าเหตุใดเจ้าถึงมาเพียงลำพัง”

“ทูลพระชายารอง ท่านอ๋องให้กระหม่อมมาแจ้งว่าคืนนี้จะเสวยอาหารกับพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเสวยอาหารเสร็จแล้วจะมาหาพระชายารองที่นี่พ่ะย่ะค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบยิ้มเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด มือของนางกำกันบีบแน่น

‘พระชายาเอกนะหรือต้องการเสวยอาหารกับท่านอ๋อง หรือว่างนางมีแผนการอันใด’ เมิ่งชิงหย่าคิดในใจสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยังเชื่อมั่นว่าท่านอ๋องนั่นรักนางมากเพียงใด เพียงแค่เสวยอาหารไม่นานก็คงมาหานางที่นี่

“ข้าจะคอยท่านอ๋องเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เฟยเยี่ยกลับเข้าเรือนกัน” เมิ่งชิงหย่าทำราวกับว่าตนเองเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเพราะนางเป็นเพียงพระชายารองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในตัวของท่านอ๋อง ก่อนจะเรียกสาวใช้คนสนิทเดินเข้าไปในห้องเพื่อกินอาหารอย่างใจเย็นเฝ้ารอการมาหาของท่านอ๋อง ตามคำบอกของหานหยาง

ทว่าเวลาล่วงเลยไปถึงยามไฮ่(22.00) ท่านอ๋องยังไม่มาเสียที จนเฟยเยี่ยเดินนำผ้าคุมกายมาคุมกายนายหญิงและชักชวนนายหญิงเข้าบรรทมเพราะยามน้ำค้างเริ่มลง

“พระชายารองเพคะ เข้าบรรทมกันเถอะเพคะป่านนี้ท่านอ๋องคงไม่เสด็จมาที่นี่เป็นแน่”

“ท่านพี่บอกจะมาหาข้า เขาต้องมาท่านพี่ไม่เคยโกหกและให้ข้าคอย”

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะนำน้ำชาอุ่น ๆ มาให้ดื่มนะเพคะ หากอีกครึ่งชั่วยามท่านอ๋องไม่เสด็จมา พระชายาต้องเข้าไปบรรทมนะเพคะ” เฟยเยี่ยบอกนายหญิงด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินจากไปเพื่อไปนำน้ำชาอุ่น ๆ มาให้แก่พระชายารอง

“ท่านพี่ ท่านคงไม่ให้ข้าเฝ้าคอยเช่นนี้หรอกใช่มั้ยเพคะ ท่านพี่ไม่เคยโกหกข้า ข้าเชื่อมั่นในตัวของท่าน หวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” เมิ่งชิงหย่าพูดเบา ๆ สายตาจ้องมองไปยังทางเดินหน้าเรือนของตนอย่างเฝ้าคอย

ฝั่งด้านเรือนฝั่งขวา

เปลวเทียนสั่นไหววูบหนึ่ง เมื่อเสวี่ยหลิงเอ๋อยื่นมือออกไปดึงชายเสื้อของเขาเข้าหาตัวครานี้มิใช่เขาที่เป็นฝ่ายโน้มเข้าหานาง แต่เป็นนางต่างหากที่ก้าวเข้าไปหา

พระชายาเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมตรงหน้า ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มบาง ๆ ที่ทั้งงดงามและยากจะหยั่งถึง กลิ่นกำยานอบอวลอยู่รอบกาย คล้ายม่านหมอกบางที่ทำให้ค่ำคืนนี้เลือนรางลงทุกขณะ

“เหตุใดท่านอ๋องจึงเงียบไปเล่า?”

น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ทว่าแฝงความท้าทาย

ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขึ้นแตะสาบเสื้อของเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดตรงลำคอ นางมิได้หลบสายตาแม้แต่น้อย กลับจงใจมองเขาราวกับต้องการให้คนตรงหน้ารู้ว่า ผู้ที่กำลังเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะในคืนนี้คือใคร

ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ ทว่านางกลับยกมือขึ้นแตะอกเขาไว้

“อย่าเพิ่ง” เพียงสองคำสั้น ๆ กลับทำให้เขาหยุดนิ่ง นางคลี่ยิ้มแล้วเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้าขึ้นแตะจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะถอยออกมาเพียงน้อยนิด ราวกับจงใจหยอกล้อ แววตาของเขาเข้มขึ้นทันที ทว่าในครานี้ นางกลับหัวเราะเบา ๆ อย่างพึงใจ

“ดูเหมือนคืนนี้...” นางกระซิบ พลางใช้นิ้วเกี่ยวชายเสื้อเขาไว้อีกครั้ง “ผู้ที่ควรร้อนใจกว่ากลับไม่ใช่หม่อมฉันเสียแล้ว” ร้อนกายของฝานเหวินหยูร้อนวูบวาบเมื่อฤทธิ์ยากำหนัดที่เสวี่ยหลิงเอ๋อสั่งให้เสี่ยวอิงใส่ลงไปในสุราไร้รสไร้กลิ่นไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าเขานั้นได้กินยาเข้าไป ทำให้เขาร้อนผ่าวไปทั้งร่างกายส่วนล่างระหว่างกายร้อนระอุคล้ายจะระเบิดออกมา อยากจะฉีกกระชากสิ่งที่บดบังเรือนร่างนั้น อยากทำให้สีหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยแรงราคะเรือนร่างยั่วกำหนัดจนยากจะเยียวยา อยากจะฟาดมือบนก้อนเนื้อนั้นสร้างริ้วลายฝากรอยจ้ำรักไว้บนลำคอร่างระหงที่ยั่วยวนเขาอยู่ตรงหน้า

“พระชายาช่างทำให้เปิ่นหวางแปลกใจและตื่นเต้นยิ่งนัก นี่ใช่พระชายาเอกเสวี่ยหลิงเอ๋อผู้ที่ข้าเคยรู้จักหรือไม่?”

“เหตุใดจะไม่ใช่ละเพคะ ในเมื่อท่านอ๋องชอบสิ่งใดหม่อมฉันในฐานะพระชายาก็อยากปรนนิบัติให้ท่านอ๋องพึงพอใจ” นางส่งสายตาเย้ายวนพลางเดินไปที่เตียง

ม่านเตียงสีแดงพลิ้วไหวตามแรงลม แสงเทียนทอดเงาของคนทั้งสองลงบนฉากกั้น เสียงกระดิ่งหยกนอกหน้าต่างดังแผ่วเบาเป็นระยะ

นางเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังทีละก้าว ขณะที่ยังคงจับมือเขาไว้ แล้วจึงหันกลับไปนั่งลงข้างเตียงอย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามยังคงจับจ้องเขาไม่วาง คืนนี้นางไม่คิดจะเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อน นางจะเป็นผู้ล่าด้วยตนเอง

และจะปล่อยให้ท่านอ๋องเป็นฝ่ายค้นพบทีละน้อยว่า ภายใต้ท่าทีอ่อนหวานของพระชายาผู้นี้ มีเปลวไฟที่ร้อนแรงเพียงใดซ่อนอยู่

ยกมือขึ้นสอดคล้องคอของเขาให้โน้มกายมาหานางก่อนที่จะบดจูบริมฝีปากอย่างอ่อนหวาน ค่อย ๆ หนักหน่วงเร่าร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ราคะ เสวี่ยหลิงเอ๋อคราแรกแทบเสียการควบคุมเมื่ออีกฝ่ายรุกนางมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายของนางร้อนวูบวาบ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะดันกายของเขาออก หากเป็นเช่นนี้จะเป็นนางเองที่พ่ายแพ้

พรึบ !!

“อย่าหนีสิ ไหนพระชายาบอกว่าจะปรนนิบัติเปิ่นหวางเพียงแค่จูบก็ถอยหนีแล้วหรือ?”

“ผู้ใดบอกเช่นนั้นเพคะ ” นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นดันกายของท่านอ๋องนอนราบลงบนเตียง ลูบมือลงไปด้านร่างที่ร้อนระอุ คลึงเคล้นอย่างหยอกล้อจนสีหน้าของท่านอ๋องเหยเก นางค่อย ๆ ถอดอาภรณ์ของตนเองจนไม่เหลือสักชิ้นเผยให้เห็นเรือนร่างที่ขาวราวหิมะ เนินภูเขาที่อยู่ภายใต้ตู้โตวยามนี้ไร้สิ้นสิ่งบดบังช่างมหึมา ยอดปทุมถันสีชมพูทำให้ร่างกายของท่านอ๋องแทบจะเสียสติ ร่างกายนี้เขาไม่เห็นมาเนินนานช่างยั่วยวนยิ่งนัก

“นี่ต่างหากละเพคะเรียกว่าปรนนิบัติที่แท้จริง” เสวี่ยหลิงเอ๋อไม่รีรอถอดอาภรณ์ของอีกฝ่าย ขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างก่อนจะขยับกายลงต่ำ สองมือเรียวจับควงอยู่กับแท่งเอ็นที่ขยายใหญ่มากกว่าเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel