บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ปรนนิบัติ

ตอนที่ 5 ปรนนิบัติ

มือนุ่ม ๆ ลูบค่อย ๆ ก่อนจะก้มศีรษะลงไปด้านล่าง ลิ้นชุ่มไปด้วยน้ำลายอุ่นแตะลงที่ปลายแท่งร้อน ร่างใหญ่สั่นสะท้านวูบวาบ เหยียดเกร็งอย่างลืมตัว ในหัวพร่าเบลอกระจัดกระจายแผดเผาทุกตารางนิ้วนิ้วที่ถูกสัมผัส เพียงไม่นานปากเล็ก ๆ ของนางก็กลืนกินของเขาจนหมดสิ้น ค่อย ๆ ดูดเม้มราวกับว่ามันคือขนมหวาน นางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ เร่งจังหวะอย่างสันลมหายใจถี่กระชั้น ฝานเหวินหยูเงยหน้าขึ้นสูงหลับตารับความเสียวซ่านที่พระชายาเอกกำลังปรนนิบัติ จิกเกร็งปลายเท้า เมื่อร่างเล็กขบเม้มละเลงลิ้นอย่างชำนาญ แถมยังไม่ผ่อนแรงลงสักนิด จนเขาครวญครางกระเส่าอย่างชื่นชอบ

“อ๊า อ๊า เสียว เสียวเหลือเกิน พระชายาเปิ่นหวางจะไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยา หรือเพราะว่านางทำให้เขาอดทนไม่ไหว น้ำขุ่นกระฉูดเข้าไปในลำคออย่างทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อมิได้คายมันทิ้ง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายยิ้มกริ่มและกลืนกินมันลงคอ ค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างใหญ่ของเขา

“เหตุใดถึงเสร็จเร็วเช่นนี้ละเพคะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ข้าจะปรนนิบัติเท่านั้น ราตรีนี้ยังอีกยาวนานท่านอ๋องยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นให้ท่านเล่นไปทั้งคืน” นางค่อย ๆ จับแท่งเอ็นที่พึ่งพ่นน้ำรักเหนียวเหนอะออกมาเมื่อครู่ ๆ ค่อย ๆ ถูกที่ร่องกลีบกุหลาบที่หวานเยิ้มของนาง อ้าเรียวขากว้างเผยให้เห็นกลีบกุหลาบสีชมพูอย่างชัดเจน เห็นท่าทีแบบนั้นส่วนล่างก็แข็งตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็วตั้งชันกลางกาย เมื่อปลายได้สัมผัสช่องทางเปียกลื่นที่พร้อมรับแท่งร้อนของเขา

“อื้อ ..พระชายาหากเจ้ากล่าวมาเช่นนี้เจ้าจงรู้ตัวดีใช่หรือว่า ว่าวันนี้เปิ่นหวางจะไม่ยอมให้เจ้าหลับทั้งคืน”

“ข้าไม่เคยเกรงกลัวเพคะ”

อึก!! เอ่ยไม่เอ่ยเปล่าแต่จัดแท่งเอ็นเข้าไปในช่องรัก แท่งเอ็นขนาดใหญ่ที่นางไม่ค่อยได้สัมผัสบัดนี้กำลังเลื่อนฝ่าความคับแน่นเข้ามา เสียวปลาบราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง

“อื้อ.. อ๊า ” นางส่งเสียงร้องเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ขย่มแผ่วเบาจนยามนี้ร่างกายทั้งสองสอดประสานเข้ากันอย่างเต็มที่ นางเคลื่อนเอวว่องไวมากกว่าเดิม

ในห้องบรรทมบัดนี้มีเพียงเสียงหายใจหอบเหนื่อยเสียงครางกระเส่ากลิ่นอายราคะคละคลุ้ง เพลิงราคะโหมกระพือไร้ท่าทีจะมอดดับ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ร่างของทั้งสองยังคงกอดรัดฟัดเหวี่ยงแม้ว่าเตียงนอนจะเต็มไปด้วยน้ำรักของท่านอ๋องฝานเหวินหยูเหนียวเหนอะ แสงแดดส่องสว่างเข้ามาในห้องบรรทมแต่คนทั้งสองยังคงเร่าร้อนไม่สนใจดวงอตะวัน เสี่ยวอิงที่คอยอยู่หน้าห้องไม่ให้สาวใช้เข้าไปรบกวนทั้งสองจนกว่าทั้งสองจะออกมาหรือเรียกใช้

ยามเว่ย (13.00) ฝานเหวินหยูยาในร่างกายของเขาหมดฤทธิ์ หมดแรงนอนหลับบนเตียงอ้อมแขนไม่ยอมปล่อยเสวี่ยหลิงเอ๋อให้จากไปที่ใด จนเขาตื่นขึ้นมาหลังจากพักผ่อนเต็มที่

“อื้ม ..นี่ยามใดกันแล้วนะ”

“ท่านพี่ตื่นแล้วหรือเพคะ ข้าอยากจะลุกไปล้างกายแต่ถูกท่านพี่โอบกอดเอาไว้ ข้าเกรงจะทำให้ท่านพี่ตื่นจึงไม่กล้าลุก” เสียงพระชายาเอกออดอ้อนเสียงหวาน ฝานเหวินหยูยิ้มกว้างอย่างพอใจ เมื่อคืนนี้เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่านางมอบความสุขให้เขามากเพียงใด ร่างกายของขาวนวลของนางบัดนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำที่เขาเป็นคนฝากเอาไว้ แถมช่วงล่างของนางก็บวมแดงจากการกระแทกครั้งแล้วครั้งเล่า กลิ่นราคะคาวคละคลุ้งเป็นการย้ำเตือนว่าเขาชื่นชอบร่างกายอวบอิ่มของพระชายาเอกมากเพียงใด

“เปิ่นหวางพอใจยิ่งนัก พระชายานอนพักอีกสักหน่อยเถอะเมื่อคืนไม่ได้พักทั้งคืน” เขาพูดอย่างอ่อนโยนลูบศีรษะนางเบา ๆ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นสวมใส่อาภรณ์เพราะวันนี้มีงานที่เขาต้องจัดการ เสวี่ยหลิงเอ๋อพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นนอนหลับ ร่างกายของนางยามนี้เองก็ได้รับความระบมไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าท่านอ๋องจะมีความแข็งแรงมากถึงเพียงนี้และก็คงมีฤทธิ์ยาปรุงกำหนัดที่ช่วยทำให้เขาโต้รุ่งจนท้องฟ้าสว่างได้

อีกด้านของเรือนฝั่งซ้าย

บรรยากาศคล้ายมีเมฆปกคลุมดำทะมีนลอยอยู่เหนือศีรษะ อารมณ์ขุ่นขวางเห็นสิ่งใดก็ขวางหูขวางตายิ่ง สมองหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหินพันชั่ง

“พระชายารองเพคะ หม่อมฉันไปสืบดูแล้วเอ่อ…เอ่อ” เฟยเยี่ยก้มหน้าลงต่ำเอ่ยวาจาตระกุกตระกักไม่อาจจะเอ่ยต่อแม้เพียงครึ่งคำเมื่อเห็นสีหน้าและอารมณ์ของนายหญิงยามนี้

“อึกอักอยู่ได้ จะเอ่ยสิ่งใดรีบบอกมาก่อนที่ข้าจะสั่งโบยเจ้า”

“คือว่าหม่อมฉันได้ยินมาว่าท่านอ๋องไม่ออกจากห้องบรรทมของพระชายาเอกเลยเพคะ สาวใช้ของพระชายาเอกป่าวประกาศไม่อายปากว่าทั้งสองอยู่ด้วยกันทั้งคืนจนสว่าง สว่างจนเลยอาหารมื้อเที่ยง แถมยังได้ยินสาวใช้เรือนซักผ้าว่าผ้าปูเตียงของพระชายาเต็มไปด้วยคราบ..”

“กรี๊ด !!! หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ข้าไม่อยากได้ยิน ไม่จริง ข้าไม่เชื่อท่านพี่จะทิ้งข้าทั้งคืนเพื่ออยู่กับเสวี่ยหลิงเอ๋อหน้าโง่อย่างนั้นหรือไม่มีทาง ข้าจะไปหาท่านพี่”

“ยามนี้ท่านอ๋องออกไปข้างนอกแล้วเพคะ” เฟยเยี่ยกำมือตัวแน่นพูดออกไปทั้งกล้า ๆ กลัว ๆ

“เสวี่ยหลิงเอ๋อนางมีแผนการอันใดกันแน่ จู่ ๆ ถึงทำให้ท่านพี่ไปหามันได้ วันนี้ข้าต้องรู้ให้ได้” ดวงตาของเมิ่งชิงหย่าแดงก่ำด้วยความโมโห ไม่อยากจะเชื่อเรื่องราวที่เฟยเยี่ยมาเล่าให้ฟัง นางจึงไปฟังจากปากสาวใช้ด้วยตนเองและพบว่าเรื่องทั้งหมดคือความจริง เสี่ยวอิงสาวใช้ข้างกายของพระชายาเอกมาที่ห้องครัวเมื่อช่วงบ่ายสั่งให้พ่อครัวทำอาหารบำรุงร่างกาย และมีสาวใช้โรงซักผ้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย นางจึงกระซิบกระซาบเล่าให้ฟังด้วยความดีใจว่านายหญิงของนางกำลังเป็นที่โปรดปรานของท่านอ๋อง ไม่แน่อีกไม่นานคงตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นแน่ คำพูดเล่านั้นถูกพูดต่อ ๆ กันมาพร้อมแต่งเติมเรื่องรางทำให้เมิ่งชิงหย่า ดวงตาร้อนผ่าวด้วยความเดือดดาน แถมยังได้ยินว่าพระชายาเอกเปลี่ยนแปลงตนเอง สั่งตัดอาภรณ์ชุดใหม่มากมาย เมิ่งชิงหย่าหยิกมือตนเองจนเกิดรอยแดงดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel