ตอนที่ 3 ตกหลุมพราง
ตอนที่ 3 ตกหลุมพราง
ยามซวี(19.00) เสียงฝีเท้ามือกำลังวิ่งมาที่หน้าจวน เสวี่ยหลิงเอ๋อให้เสี่ยวอิงไปเฝ้ารอการกลับมาจวนของท่านอ๋อง เพื่อเชิญให้เขามาหานางที่เรือนฝั่งขวา เป็นเรือนพักอาศัยของพระชายาเอก
ฝานเหวินหยูกลับมาจากวังหลวงหลังจากเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย เขาอยากกลับเรือนมาแช่น้ำอุ่น ๆ ให้สบายตัว ในสมองหวนคิดคำนึงถึงแต่ใบหน้าของพระชายาแสนรักของเขา เมิ่งชิงหย่า เขาเดินทางไปยังเรือนฝั่งซ้ายให้เร็วที่สุด อยากคว้ากายของนางเข้ามากอดให้หายคิดถึง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าจวนเขากลับพบสาวใช้ข้างกายของชายาเอกที่ยืนราวกับว่ารอคอยการกลับมาของเขา
ฝานเหวินหยูควบม้าให้หยุดเคลื่อนไหวก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า หานหยางองครักษ์ของเขารีบเข้ามาดึงเชือกม้าไปให้บ่าวรับใช้นำม้าไปที่คอก
“เจ้ามาทำอะไรที่นี่หรือว่าพระชายาเอกประชวรอีกแล้วหรือ ?” ฝานเหวินหยูเอ่ยถามพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“มิใช่เพคะท่านอ๋อง พระชายาให้หม่อมฉันมาคอยท่านอ๋องเพื่อแจ้งให้ทราบว่าค่ำคืนนี้พระชายาต้องการกินอาหารเย็นร่วมกับท่านอ๋องเพคะ” ฝานเหวินหยูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พระชายาเอกนะหรือต้องการกินอาหารร่วมกับเขา คนเช่นนางนะหรือ ?
“เช่นนั้นข้าจะไปเรือนฝั่งขวาก่อน หานหยางเจ้าไปแจ้งพระชายารอง ข้ากินอาหารเสร็จจะไปหานางที่เรือนฝั่งซ้าย”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” หานหยางรับคำสั่งก่อนจะเดินไป ส่วนฝานเหวินหยูรีบย่างกรายไปที่เรือนฝั่งขวาไปให้พระชายาเอกเห็นหน้าแล้วค่อยขอตัวกลับ ทว่าเมื่อมาถึงเรือนฝั่งขวา ผู้ใดจะคิดว่าพระชายาที่เขาไม่เคยสนใจ พระชายาผู้จืดชืดจะงดงามขึ้นเพียงไม่ถึงวัน ร่างบางระหงสวมอาภรณ์หลวม ๆ เผยให้เห็นไหล่เมื่อนางเดินเข้ามาต้อนรับ ก้มโค้งลงเล็กน้อยจนผ้าที่คุมกายของนางเปิดออกเผยให้เห็นหน้าอกขาวนวลที่ยั่วยวนสายตาของเสือร้ายเช่นเขา จนต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง
“ท่านอ๋องข้าคิดว่าท่านจะไม่มาเยือนที่นี่เสียแล้ว นานมากแล้วนะเพคะที่ข้าไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับท่านวันนี้เป็นเกียรติเหลือเกิน วันนี้ข้าสั่งให้ท่านพ่อครัวจัดเตรียมอาหารที่ท่านอ๋องชอบไว้รอด้วยนะเพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อ เดินเข้ามาโอบกอดแขนของเขาพลางใช้หน้าอกแนบชิดเบียดไปมาที่แขนส่งยิ้มหวานระรื่นออดอ้อนจนทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นถี่ระรัว เดินตามนางไปนั่งที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย
“วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นผิดฝั่งหรือพระชายาของเปิ่นหวางถึงได้เปลี่ยนไปเช่นนี้ ไม่เหมือนพระชายาที่เปิ่นหวางเคยรู้จัก’
“นั่นสิเพคะ ดวงอาทิตย์คงขึ้นทิศตะวันตก ส่วนดวงจันทร์คงโผล่ขึ้นทิศตะวันออก ข้าเป็นเช่นนี้ท่านอ๋องไม่ชอบหรือ ?” นางไม่ว่าเปล่านั่งลงบนตักของเขา ยื่นมือลูบไล้ใบหน้าอย่างยั่วยวน
มีหรือที่ฝานเหวินหยูผู้ชอบในราคะจะไม่ชอบอะไรเช่นนี้ ที่เขาหลงใหลและรักเมิ่งชิงหย่าเพราะนางปรนนิบัติเขาเป็นอย่างดี ไม่จืดชืดไร้รสชาติเหมือนพระชายาเอก ราวกับว่าเรื่องบนเตียงของนางคือการทำภารกิจหนึ่งให้มันจบสิ้นไป ทำให้เขาเกิดความเบื่อหน่าย หากแต่ว่าวันนี้นางกลับทำให้เขาร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ ออกจากร่างกายของนาง จนเขาแทบไม่มีกระจิตกระใจอยากกินอาหารบนโต๊ะ แต่อยากอุ้มนางเข้าไปยังห้องบรรทมเสียยามนี้
“ชอบสิ แต่จะชอบมากหรือไม่ก็คงต้องดูว่าพระชายาปรนนิบัติเปิ่นหวางได้ดีเพียงใด” เสวี่ยหลิงเอ๋อแสยะยิ้มมุมปาก ชาตินี้นางรู้ทันเขาหมดว่าชอบแบบไหน นางก็จะใช้สิ่งที่เขาชอบเพื่อทำให้เขาลุ่มหลงนางจนโงหัวไม่ขึ้น นางค่อย ๆ ไล่นิ้วเรียวเลื่อนลงมือแตะที่ริมฝีปากก่อนที่จะเลื่อนลงต่ำไปยังอกแกร่งของเขา ร่างกายของเขาไม่ได้กำยำบึกบึนเท่าบุรุษที่จับดาบหรือมีวรยุทธเพราะเขาคือท่านอ๋องที่ใช้ความคิดและความเฉลียวฉลาดแกมโกง แต่โชคดีที่เขามีใบหน้าหล่อเหลา ครั้งหนึ่งนางเคยหลงกลกับใบหน้าของเขา ทว่าต่อจากนี้นางจะไม่หลงกลคนชั่วช้าอีกต่อไป ทุกอย่างต่อจากนี้นางคือผู้เดินหมาก และเขาคือหมากตัวหนึ่งของนาง
“เช่นนั้นค่ำคืนนี้ท่านอ๋องคงมีเวลาให้ข้าพิสูจน์สินะเพคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ฝานเหวินหยูยิ้มกริ่ม ยามนั้นเองเสวี่ยหลิงเอ๋อกลับปล่อยมือและลุกขึ้น ทำให้เขาคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย นี่นางเล่นอะไรกับเขาหรือต้องการเพียงยั่วยุอารมณ์เขาเท่านั้น มือหนารีบคว้าเอวของนางให้นั่งลงเช่นเดิม กอดนางเอาไว้แน่นพลางกระซิบข้างหูของนาง
“นี่เจ้ายั่วอารมณ์เปิ่นหวางแล้วจะหนีหรือ”
“มิกล้าเพคะ เพียงแค่หม่อมฉันหิวเพคะ เราค่อย ๆ ใช้เวลากินอาหารร่ำสุราแล้วค่อย ๆ พูดคุยกันนะเพคะในเมื่อท่านบอกว่ามีเวลาให้ข้าทั้งคืน คงไม่มีรีบร้อนไปที่ใดใช่หรือไม่เพคะ” เสวี่ยหลิงเอ๋อเอ่ยเบา ๆ ข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาซาบซ่า ก่อนจะใช้ริมฝีปากขบเม้มที่ใบหูของเขาเบา ๆ เพื่อให้ตื่นตัว ว่านางไม่ได้จะหนีเขาไปที่ใดในคืนนี้
ร่างใหญ่ขนลุกซู่ วูบวาบไปทั้งตัวก่อนจะปล่อยให้นางออกไปอ้อมแขน หากเขายังคงดึงดันนางเอาไว้มีหวังนางคงไม่ได้กินอาหารมื้อนี้และเขาเองก็คงทำให้นางหมดแรง เขาจึงยอมปล่อยให้นางกินอาหารเอาแรงเสียก่อน ค่ำคืนนี้ยังคงยาวนานยิ่งนัก เสวี่ยหลิงเอ๋อยิ้มกว้างในที่สุดเขาก็ตกหลุมพรางที่นางวางเอาไว้จนหมดสิ้น
ทั้งสองนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เสวี่ยหลิงเอ๋อแสร้งถามเรื่องงานของเขาบ้างเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เสี่ยวอิงนำสุราเข้ามา
“ท่านพี่คงเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ดื่มสุราด้วยกันสักจอกก่อนนะเพคะแล้วข้าจะนวดให้ท่านนอนหลับสบายทั้งคืน”
“วันนี้พระชายาช่างรู้ใจเปิ่นหวางเสียจริง แถมยังเอาใจเก่ง รินมาสิเพราะยามนี้เปิ่นหวางอยากจะให้พระชายานวดร่างกายให้แล้วล่ะ”
“เสี่ยวอิงรินสุราใส่จอกให้ท่านอ๋องแล้วก็เรียกสาวใช้มาเก็บสำรับ เมื่อนั้นพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ต่อจากนี้ข้าจะปรนนิบัติท่านอ๋องเอง”
“เพคะพระชายา” สาวใช้เก็บสำรับกันอย่างเร่งรีบคล้ายรู้ว่าต่อจากนี้ในเรือนแห่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวอิงรินสุรายื่นให้แก่ท่านอ๋อง พร้อมโค้งคำนับลง
“ขอให้ท่านอ๋องกับพระชายาพักผ่อนให้สบายนะเพคะหม่อมฉันจะเฝ้าอยู่หน้าห้องหากมีต้องการสิ่งใดเรียกได้ทุกเมื่อเพคะ”
“ดีมาก เจ้าออกไปพักเถิด” ฝานเหวินหยูอยากให้ทุกคนออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด เขาต้องการอยู่กับพระชายาเอกเพียงลำพัง
