บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 เดิมพัน

พนักงานและผู้จัดการร้านของโรงเตี๊ยมฟู่จิน ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เกิดอาการหวาดวิตก และกังวลอย่างหาที่ใดเปรียบ คุณหนูจะทำอาหารชดเชยความผิด เรื่องนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางทำอาหารเป็น อีกทั้งเหล่าองค์ชายให้เดิมพันเป็นโรงเตี๊ยม หากคุณหนูทำไม่ได้ โรงเตี๊ยมต้องถูกปิดอย่างแน่นอน สวรรค์ได้โปรดเมตตา ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ เหล่าองค์ชายจะแวะมากินอาหารที่นี่ พ่อครัวก็ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่อาหารที่ได้กลับไม่เป็นที่น่าพอใจ

“หม่อมฉันรับเดิมพันเพคะ” ฟู่จินเย่ว์ตอบออกไปอย่างหนักแน่นและมั่นใจ พร้อมกวาดสายตามองพวกเขาอย่างพิจารณา เหล่าองค์ชายมีรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหล่าสง่างาม สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ว่ามันไม่ได้ทำให้ใจของนางสั่นไหว นางพบเจอคนหล่อเหล่ามามากมาย เพราะนางมีอาชีพเป็นนักแสดง และถ้าให้นางเดาอายุของพวกเขาคงน้อยกว่านางเป็นแน่

ผู้จัดการร้านตงหานนำฟู่จินเย่ว์และองค์ชาย ลงมาที่โรงครัวของโรงเตี๊ยม ก่อนจะให้พนักงานยกโต๊ะและเก้าอี้มาให้เหล่าองค์ชายได้นั่ง ฟู่จินเย่ว์รีบคาดผ้ากันเปื้อน ก่อนจะจับผมที่ยาวแสนยาว ม้วนเป็นก้อนกลม แล้วหยิบตะเกียบไม้มาเสียบอย่างง่าย ๆ จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แล้วไปล้างมือเพื่อเตรียมลงมือทำอาหาร ห้าองค์ชายใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของนาง ที่ดูเป็นธรรมชาติแต่ก็แฝงไปด้วยความเย้ายวน

“ท่านลุงไปเอากระดาษกับหมึกมาให้ข้า”

“ขอรับ” ตงหานรีบไปหยิบกระดาษและแป้นหมึกมาให้นางอย่างรวดเร็ว ฟู่จินเย่ว์รับกระดาษมาว่างบนโต๊ะ ก่อนจะใช้พู่กันจุ่มหมึก เขียนอักษรลงไปอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นให้ท่านลุงตงหาน

“ท่านลุงเอาไปติดที่หน้าโรงเตี๊ยม แล้วก็ให้คนไปปิดประตู เราจะปิดโรงเตี๊ยมชั่วคราว”

“ขอรับคุณหนู”

แต่ก่อนที่นางจะเริ่มลงมือทำอาหาร เสียงขององค์ชายใหญ่ฉินหนิงเฉิงก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ข้าชอบอาหารที่ทำขึ้นจากปลา”

“ข้าชอบธัญพืชมากกว่าเนื้อสัตว์” องค์ชายรองห่าวอู๋เอ่ยขึ้นมาบ้าง

“ข้าชอบทานเนื้อสัตว์เป็นที่สุด” องค์ชายห้าฉินเลี่ยงรุ่ยเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมยืนยอดอกพิงขอบประตู จ้องมองนางอย่างคอยจับผิดตลอดเวลา

“ข้าเป็นคนง่าย ๆ อะไรก็ได้แต่ไม่เผ็ดจนเกินไป” องค์ชายสามฉินฮุ่ยหมิ่นกล่าวขึ้นมาเช่นกัน

“ข้าชอบดื่มน้ำแกงเป็นที่สุด ซดร้อน ๆ ทำให้ข้าคล่องคอ” องค์ชายสี่ฉินลี่หมิ่ง เอ่ยขึ้นพร้อมยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ฟู่จินเย่ว์ได้ฟังก็กำหมัดแน่นด้วยเริ่มมีโทสะ นี่พวกเขาตั้งใจจะกลั่นแกล้งนาง คิดว่าหน้าตาดีและเป็นเชื้อพระวงศ์ อย่าคิดว่าจะมากลั่นแกล้งกันได้ง่าย ๆ ไม่รู้เสียแล้วว่ายุคก่อนนางเติบโตมา กับครอบครัวขายอาหาร ร้านอาหารพุงกาง ชื่อนี้คือที่มาของความอร่อย ได้! วันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกท่านด้วยรสชาติของอาหาร ให้พวกท่านจดจำไปตลอดชีวิต

“เจ้าจุดเตาแล้วต้มน้ำ เจ้าปอกหอมกับกระเทียม ส่วนเจ้าจุดเตาเพิ่มอีกสามเตา ใครมีหน้าที่ไปจ่ายของที่ตลาด?”

“เป็นข้าขอรับ” หนึ่งในพ่อครัวเอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น เพราะยามนี้ความอยู่รอดของโรงเตี๊ยมสำคัญมาก ต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ฟู่จินเย่ว์คว้าพู่กันเขียนรายชื่อสิ่งที่ต้องการ ก่อนจะยื่นให้พ่อครัว

“ท่านไปซื้อของตามนี้ แล้วให้เขามาเก็บเงินที่ข้า รีบไปรีบมา”

ฟู่จินเย่ว์ไม่ได้ให้ความใส่ใจ กับเหล่าองค์ชายที่คอยจับตามองอยู่ เพราะนางเคยชิน กับสายตาของผู้คนสมัยเป็นนักแสดง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รังสรรค์อาหารให้ออกมาให้ดีและอร่อยที่สุด พวกเขามาได้ถูกที่ถูกเวลา หากทำผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม คำพูดของผู้คนจะพูดต่อ ๆ กันไป คราวนี้ยามที่นางเปิดให้บริการโรงเตี๊ยมอีกครั้ง ผู้คนก็จะให้ความสนใจ อยากลิ้มลองรสชาติอาหารขึ้นมาบ้าง

จินเย่วหลังจากจัดแจงหน้าที่ให้กับทุกคน ก็หันมาให้ความใส่ใจ กับอาหารที่นางตั้งใจจะทำ จะต้องให้พวกเขาได้ประทับใจไม่รู้ลืม จานแรกคืออาหารที่ทำจากปลา จินเย่ว์รีบคว้าปลา ที่พ่อครัวล้างและขอดเกล็ด เตรียมไว้ให้มาวางบนเขียง ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมา เพื่อเตรียมบั้งปลา แต่แล้วจู่ ๆ แสงบางอย่างก็สว่างขึ้นมา บนมือของนางที่จับมีด ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว

จินเย่ว์ไม่มีเวลาใส่ใจ จึงรีบบั้งปลาอย่างสวยงาม และหมักเกลือทิ้งไว้ จากนั้นก็หันมาเตรียมของที่จะผัด เอาไว้ราดบนตัวปลา เมื่อทอดปลาเสร็จ จานที่สองเป็นผัดผักรวม จานที่สามผัดเนื้อพริกไทยดำ จานที่สี่เป็นกุ้งทอดกระเทียม และสุดท้ายเป็นต้มจืดหมูสับ

จินเย่ว์มีความรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่าง ไม่ว่านางจะหยิบจับอะไร ก็ดูเหมือนจะคล่องแคล่วว่องไว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจที่สุดก็คือ เครื่องปรุงต่าง ๆ มาอยู่ตรงหน้านาง แต่ดูเหมือนพวกเขาจะมองไม่เห็น แปลกประหลาดเกินไปแล้ว จินเย่ว์เลิกให้ความใส่ใจเพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ อาหารที่ต้องทำให้ออกมาดีและอร่อยที่สุด

ระหว่างที่นางทำอาหาร กลิ่นของอาหารก็ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ยามนี้เหมือนทุกคนจะตกอยู่ในมนต์สะกดของกลิ่นอาหาร ในภวังค์ความคิดของแต่ละคน เหมือนได้ไปเยือนสถานที่ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ผีเสื้อโบยบินไปมา เสียงนกร้องอย่างสดใส อีกทั้งเสียงน้ำตกที่ดังไกลออกไป จินเย่ว์มองทุกคนด้วยความแปลกใจ ที่จู่ๆ ทุกคนก็มีอาการเหม่อลอย ก่อนนางจะปลุกทุกคนให้ตื่นด้วยการใช้ตะหลิว เคาะในกระทะอย่างแรง

“อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ หม่อมฉันจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ เชิญเสวยให้อร่อยเพคะ” ห้าองค์ชายหลุดออกมาจากภวังค์ มองอาหารที่ถูกจัดเรียงอย่างสวยงามน่าทานวางอยู่บนโต๊ะ นางทำเสร็จแล้ว เป็นไปได้อย่างไร รวดเร็วถึงเพียงนี้

พวกเขานั่งลงเพื่อลองชิมรสชาติของอาหารอย่างไม่ต้องให้มีคนบอก เพราะจู่ ๆ ความหิวที่ไม่รู้ว่า มาจากที่ใด กดดันให้พวกเขา ต้องรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารใส่ปาก ก่อนจะตกตะลึงตาค้าง นี่มัน!รสชาติดีเกินไปแล้ว อาหารรสชาติเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยลิ้มรสมาก่อนเลย ยอดเยี่ยมจริง ๆ หวังกงกงที่เห็นเหล่าองค์ชาย เริ่มลงมือเสวยอาหาร อย่างเอาเป็นเอาตายก็ตกใจ นี่นางใส่อะไรลงไปในอาหารหรือไม่?

“คุณหนูฟู่หากทำร้ายเชื้อพระวงศ์ รู้ใช่หรือไม่ว่ามีโทษสถานใด?”

“ทำร้ายเชื้อพระวงศ์! ท่านพูดเรื่องอะไรกัน องค์ชายมีความสุขและเจริญอาหารได้ขนาดนี้ จะเรียกว่าทำร้ายได้อย่างไร แต่ว่า…ท่านมานี่เจ้าค่ะ” จินเย่ว์รีบดึงแขนขันทีเฒ่า ไปที่โต๊ะที่นางทำอาหาร ก่อนจะยื่นอาหารในจานให้เขาลองชิม

“ท่านก็ลองชิมดูเถิด ข้าอยากมีความผิดเพิ่ม ข้อหาทำร้ายคนของราชสำนัก” หวังกงกงมองค้อนให้นางกับคำพูดประชดประชัน แต่ก็ยอมรับจานผัดเนื้อพริกไทยดำมา แล้วคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่แล้วก็ต้องชะงักตาค้าง รสชาติเช่นนี้!

“คุณหนูฟู่!” จินเย่ว์เห็นท่าทางของเขา ก็ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ไม่อร่อยใช่หรือไม่? ข้าจะได้ให้พนักงานที่นี่เอาไปกิน”

“หากเจ้ายกอาหารให้พนักงาน จะมีความผิดโทษฐานไม่ดูแลคนในราชสำนัก เพราะฉะนั้นจานนี้ให้ข้าไป เจ้าจะได้ไม่มีความผิด” แต่แล้วองครักษ์ข้างกายองค์ชายก็เดินเข้ามา ก่อนที่จะเอ่ยสิ่งที่หวังกงกงไม่อยากได้ยิน

“คุณหนูฟู่องค์ชายให้มาถามว่า อาหารยังพอมีเหลืออยู่อีกหรือไม่ขอรับ” ฟู่จินเย่ว์หัวใจพองโตด้วยความดีใจ เหยื่อติดกับแล้ว หวังกงกงคอตกอย่างผิดหวัง เมื่อนางดึงจานที่อยู่ในมือของเขา เอาไปยื่นให้องครักษ์ อีกทั้งหันไปหยิบส่วนที่ตักแบ่งไว้ ยื่นให้องครักษ์ นางเห็นสีหน้าของหวังกงกงก็เอ่ยปลอบใจ

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากวันใดข้าเปิดโรงเตี๊ยมอีกครั้ง ท่านก็มากินอาหารที่นี่ ข้าจะทำอาหารให้ท่านกินโดยไม่คิดเงินเลย แต่ว่ามันขึ้นอยู่กับว่า ข้าจะได้เปิดโรงเตี๊ยมอีกหรือไม่” ฟู่จินเย่ว์ตีสีเศร้าลงทันที การแสดงของนางก็ตามมา หวังกงกงที่เพิ่งได้ชิมอาหารเพียงแค่คำเดียว ก็รีบเอ่ยขึ้นมาอย่างเอาใจนางเต็มที่

“โรงเตี๊ยมตระกูลฟู่จะยังคงอยู่ตราบนานเท่านาน”

“ข้าจะปิดโรงเตี๊ยมชั่วคราวเพื่อปรับปรุง หากเสร็จพร้อมเปิดเมื่อไหร่ ข้าจะให้ท่านพ่อแจ้งท่านไป ไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไร?” ฟู่จินเย่ว์ฉีกยิ้มหวานประจบเขาทันที

“เรียกข้าหวังกงกง”

“คุณหนูฟู่องค์ชายให้มาเชิญขอรับ” องครักษ์เดินกลับมาบอกฟู่จินเย่ว์ เมื่อองค์ชายมีเรื่องจะคุยด้วย

“เจ้าทำให้ข้าแปลกใจจริง ๆ ต้องขอบใจเจ้ามากที่ทำอาหารรสชาติดีเยี่ยมเช่นนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องโรงเตี๊ยมเจ้ายังคงเปิดได้เหมือนเดิม พวกข้าพอใจอาหารที่เจ้าทำมาก พรุ่งนี้จะให้คนนำรางวัลมาให้ ได้ยินว่าเจ้าจะปรับปรุงโรงเตี๊ยม ก็เลยคิดว่าอาจช่วยเจ้าได้บ้าง” องค์ชายใหญ่กล่าวขึ้นอย่างอ่อนโยนแตกต่างจากก่อนนี้ลิบลับ

“ขอบพระทัยเพคะ”

เปิดตัว 5องค์ชาย เป็นลูกใครบ้าง

ฮองเฮา

องค์ชายใหญ่ ฉินหนิงเฉิง อายุ20ปี

องค์ชายสาม ฉินฮุ่ยหมิ่น อายุ19

องค์หญิงฉินฟางหรู อายุ17ปี

พระสนมกุ้ยเฟย

องค์ชายรอง ฉินห่าวอู๋ อายุ20ปี

องค์ชายห้า ฉินเลี่ยงรุ่ย อายุ19ปี

พระสนมเสียนเฟย

องค์ชายสี่ ฉินลี่หมิง อายุ19ปี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel