ตอนที่ 5 กับดักในชามแกง
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการตั้งครรภ์ของ ‘หยางไฉเหริน’ ก็แพร่สะพัดไปทั่ววังหลัง สร้างความยินดีแก่ฮ่องเต้เป็นอย่างมาก ทว่าท่ามกลางความยินดีนั้น กลับมีคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากซ่อนอยู่
ซินอี๋นั่งจดบันทึกรายชื่อสมุนไพรในตำหนักเหมยฮวาอย่างเงียบเชียบ นางรู้ดีว่าหลังจากนี้ไม่เกินสามวัน เสิ่นกุ้ยเฟยจะเริ่ม ‘ประทาน’ ของกำนัลเพื่อแสดงความยินดี แต่ในของเหล่านั้นมักจะมีสิ่งแปลกปลอมซ่อนอยู่เสมอ
“คุณหนูเจ้าคะ! มีนางกำนัลจากตำหนักใหญ่มาเจ้าค่ะ” ชุ่ยเอ๋อร์เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล “นางบอกว่านำ ‘น้ำแกงตุ๋นรังนก’ ที่เหลือจากการพระราชทานให้หยางไฉเหริน มาแบ่งให้สนมคนอื่นๆ ตามพระเมตตาของกุ้ยเฟยเจ้าค่ะ”
ซินอี๋ยกยิ้มเย็นชา “มาเร็วแกว่งเท้าเร็วกว่าที่คิด... เชิญนางเข้ามา”
นางกำนัลผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร กลิ่นหอมของรังนกโชยเตะจมูกดูน่ารับประทานยิ่งนัก
“สนมหลินถงจื้อ กุ้ยเฟยทรงเห็นว่าท่านร่างกายอ่อนแอจากอาการป่วย จึงทรงมีเมตตาแบ่งน้ำแกงชั้นเลิศนี้มาให้ โปรดดื่มในขณะที่ยังร้อนนะเพคะ” นางกำนัลกล่าวพร้อมจ้องมองซินอี๋อย่างไม่วางตา
ซินอี๋รับชามแกงมาถือไว้ ความร้อนจากถ้วยกระเบื้องแผ่ซ่านสู่ปลายนิ้ว นางใช้ช้อนคนเบาๆ กลิ่นรังนกนั้นหอมบริสุทธิ์ แต่ซินอี๋ที่คลุกคลีกับยามาสองชาติกลับได้กลิ่นจางๆ ของ ‘รากหญ้าคืนวิญญาณ’
‘หญ้าคืนวิญญาณ... หากกินเพียงน้อยจะช่วยให้สดชื่น แต่หากกินติดต่อกันเจ็ดวันพร้อมกับสูดดมกลิ่นดอกโบตั๋น จะกลายเป็นยาพิษที่ทำให้เลือดลมแปรปรวนจนแท้งลูกได้แยบยลที่สุด’
ซินอี๋แสร้งทำท่าจะตักกิน แต่นางกลับหยุดชะงักแล้วไอออกมาอย่างรุนแรง
“ค่อก! แค่กๆ!”
“คุณหนู!” ชุ่ยเอ๋อร์รีบเข้ามาลูบหลัง
“ขออภัย... ข้าคงจะระคายคอเกินไปหน่อย” ซินอี๋เงยหน้าขึ้น แววตาดูเศร้าสร้อย “น้ำแกงนี้ช่างล้ำค่านัก ข้าเป็นเพียงสนมชั้นต่ำ หน้าตาก็อัปลักษณ์ หากดื่มของดีเช่นนี้เข้าไปคนเดียวคงจะเสียของเปล่า... ชุ่ยเอ๋อร์ ไปเอาชามใบเล็กมา ข้าจะแบ่งน้ำแกงนี้ครึ่งหนึ่งใส่โถไว้ พรุ่งนี้ข้าจะนำไปถวายพระพรหยางไฉเหริน เพื่อแสดงความยินดีกับนางที่ตั้งครรภ์”
นางกำนัลจากตำหนักใหญ่หน้าถอดสีทันที “สนมหลิน... นี่เป็นของประทานส่วนตัวนะเพคะ ท่านควรดื่มให้หมดจะดีกว่า”
“เจ้าจะบอกว่าเจตนาดีของข้าที่มีต่อหยางไฉเหรินนั้นมิควรหรือ?” ซินอี๋จ้องหน้านางกำนัลด้วยสายตาที่คมกริบจนนางกำนัลผู้นั้นต้องก้มหน้าหลบ “หรือว่าน้ำแกงนี้มีอะไร ‘พิเศษ’ ที่ข้าดื่มได้คนเดียว แต่หยางไฉเหรินดื่มไม่ได้?”
“หามิได้เพคะ! หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้น”
“ถ้าเช่นนั้นก็กลับไปรายงานกุ้ยเฟยเถิดว่าข้าซาบซึ้งในพระกรุณา และจะใช้ ‘ของดี’ นี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด”
เมื่อนางกำนัลผู้นั้นรีบเดินจากไปราวกับหนีภัย ซินอี๋ก็วางชามแกงลงทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“ชุ่ยเอ๋อร์ นำน้ำแกงนี้ไปเททิ้งในกระถางต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวที่สุด แต่อย่าเทหมด เก็บไว้ในขวดเล็กๆ สักสามสี่หยด”
“คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ?”
“ข้าจะเริ่มสร้าง ‘หลักฐาน’ ” ซินอี๋ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง “เสิ่นกุ้ยเฟยคิดจะวางยาข้าเพื่อทดสอบว่าข้าแกล้งป่วยหรือไม่ และคิดจะวางยาหยางไฉเหรินเพื่อกำจัดเด็กในท้อง... ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้ใครต้องตายพร่ำเพรื่อ”
ในคืนนั้นเอง ซินอี๋แอบเขียนจดหมายลับโดยไม่ลงชื่อ ส่งผ่านขันทีที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ในชาติก่อน (ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงคนสวนในวัง) ข้อความในจดหมายระบุสั้นๆ ว่า:
“ระวังกลิ่นดอกโบตั๋นในตำหนัก และน้ำแกงรังนกที่ดูบริสุทธิ์เกินไป... หากอยากรักษาลูกไว้ จงแสร้งทำเป็นอาเจียนทุกครั้งที่ดื่มมัน”
จดหมายถูกส่งไปถึงมือหยางไฉเหรินอย่างลับๆ
ซินอี๋ยืนมองพระจันทร์ที่ถูกเมฆบดบัง 'เสิ่นกุ้ยเฟย... เจ้าเล่นกับชีวิตคนมานานเกินไปแล้ว เกมนี้ข้าจะเป็นคนกำหนดเองว่าใครจะอยู่หรือจะไป'
วันรุ่งขึ้น ข่าวเรื่องหยางไฉเหรินมีอาการแพ้ท้องอย่างหนักจนดื่มน้ำแกงรังนกไม่ได้ก็ดังไปถึงหูเสิ่นกุ้ยเฟย ทำให้นางหัวเสียเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ซินอี๋ก็เริ่มใช้ยาแก้พิษกับใบหน้าของตัวเองทีละน้อย ผื่นแดงเริ่มจางลงเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้... แต่ยังไม่ถึงเวลาที่นางจะเผยโฉม
นางต้องรอ... รอวันที่เสิ่นกุ้ยเฟยตกต่ำที่สุด และวันนั้นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางจะเป็นดาบเล่มสุดท้ายที่ปลิดชีพศัตรู!
ชาติก่อนเธอเคยยอม แต่นี้เธอคือผู้คุมเกม!
