2
“ออกไป” เสียงเขาเรียบเย็น เสี่ยวอวี่รีบถอยออกไปทันที ประตูปิดลง เหลือเพียงสองคนในห้อง เหยียนหลินค่อย ๆ ยกผ้าคลุมหน้าออกด้วยตนเอง ดวงตาสองคู่สบกัน นางมองเขาอย่างเปิดเผย เขามองนางอย่างประเมิน ความเงียบกินเวลาหลายอึดใจ สุดท้าย เย่ฉวนจึงพูดขึ้น
“เจ้าคงรู้แล้วว่าทำไมเราถึงแต่งงานกัน”
เหยียนหลินยิ้มบาง ๆ
“เพราะพระราชโองการ”
เย่ฉวนเดินเข้าใกล้
“และเพราะพี่ชายของข้าต้องการส่งคนมาจับตาดูข้า” เขาหยุดยืนตรงหน้า สายตาเย็นเฉียบ
“ไม่ว่าจะเป็นสายลับหรือเหยื่อการเมือง ข้าไม่สน”
เสียงเขาต่ำและหนักแน่น
“แต่จำไว้ ในจวนนี้…อย่าก้าวล้ำเส้นของข้า”
เหยียนหลินเลิกคิ้วเล็กน้อย
“แล้วเส้นของท่านอยู่ตรงไหนล่ะ” คำถามตรง ๆ ทำให้เย่ฉวนหรี่ตา เขาไม่คิดว่าเจ้าสาวคนนี้จะกล้าตอบแบบนั้น เหยียนหลินยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ถ้าท่านไม่บอก ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
เย่ฉวนจ้องนางครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหยันเบา ๆ
“เจ้ากล้าดี” เขาหันหลังเดินไปทางประตู ก่อนจะพูดทิ้งท้าย
“คืนนี้ข้าจะไม่อยู่ที่นี่ และต่อจากนี้ อย่าคาดหวังอะไรจากข้า” เขาหยุดเล็กน้อย ประตูปิดลง ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง เหยียนหลินถอนหายใจ
“ดีเลย” นางล้มตัวลงบนเตียง
“อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอหน้าเขาทั้งคืน” แต่ที่นางไม่รู้คือ ด้านนอกห้อง เย่ฉวนยังยืนอยู่ครู่หนึ่ง ลูกน้องคนสนิท คือหลินเฟิง กระซิบถาม
“ท่านอ๋อง…พระชายาดูไม่เหมือนหญิงอ่อนแอเลย”
เย่ฉวนมองประตูห้องหอ แววตาเย็นเฉียบ
“หญิงที่ไม่กลัวข้า มักมีเหตุผลบางอย่าง” เขาพูดช้า ๆ แล้วเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงโคมแดงที่ส่องแสงสลัว ราวกับเป็นสัญญาณว่า ชีวิตของซูเหยียนหลินในจวนอ๋องเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
แสงเช้าสาดผ่านหน้าต่างห้องหอ ซูเหยียนหลินลืมตาขึ้นช้า ๆ เมื่อคืน อ๋องเย่ฉวนไม่กลับมาเลย นางนั่งพิงหัวเตียงอย่างสบายใจ
“ดีจริง…เตียงใหญ่ขนาดนี้นอนคนเดียวสบายกว่า” เสียงประตูเปิดเบา ๆ เสี่ยวอวี่ เดินเข้ามาพร้อมน้ำล้างหน้า
“คุณหนู…เอ่อ…พระชายาเจ้าคะ”
เหยียนหลินหัวเราะ
“เรียกคุณหนูเหมือนเดิมเถอะ ฟังคำว่าพระชายาแล้วรู้สึกแก่”
เสี่ยวอวี่กระซิบ
“บ่าวในจวน ดูเหมือนไม่ค่อยเกรงใจท่านเลยเจ้าค่ะ”
เหยียนหลินยิ้มมุมปาก
“ข้ารู้” นางเพิ่งเข้าจวนเพียงคืนเดียว แต่สายตาของคนในจวนบอกชัดว่า ไม่มีใครคิดว่านางจะอยู่ได้นาน ไม่นานแม่บ้านใหญ่หลี่หรูอวี้ ก็พาบ่าวหลายคนเข้ามา
“พระชายา วันนี้ท่านต้องไปคารวะท่านอ๋องตามธรรมเนียม” น้ำเสียงสุภาพ แต่ท่าทางแข็งกระด้าง
เหยียนหลินถามทันที
“ท่านอ๋องอยู่ที่ไหน”
“ลานฝึกทหาร”
หลี่หรูอวี้มองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แต่ถ้าท่านอ๋องไม่อยากพบ…พระชายาก็ไม่ควรรบกวน” คำพูดนั้นเหมือนเตือนกลาย ๆ เหยียนหลินยิ้ม
“ไม่เป็นไร ข้าแค่ไปทักทาย”
ลานฝึกของจวนอ๋องกว้างใหญ่ ทหารกำลังฝึกดาบกันอย่างดุเดือด เสียงโลหะกระทบกันดังต่อเนื่อง กลางลาน ชายในชุดดำกำลังประลองดาบกับทหาร ทุกกระบวนท่ารวดเร็วและเฉียบคม เขาคืออ๋องเย่ฉวน เหยียนหลินหยุดดูเงียบ ๆ ต้องยอมรับว่า ชายคนนี้สมกับเป็นแม่ทัพจริง ๆ ทันใดนั้นเสียงหวานแหลมก็ดังขึ้นข้างหลัง
“โอ้ นี่คือพระชายาคนใหม่หรือ”
เหยียนหลินหันไป หญิงสาวในชุดสีม่วงกำลังเดินเข้ามา ใบหน้างดงาม แต่สายตาเย็นเฉียบ สาวใช้กระซิบเบา ๆ
“นั่นคือหลิ่วเม่ย เจ้าค่ะ นางเป็นคนโปรดของท่านอ๋อง”
หลิ่วเม่ยยิ้มเยาะ
“ข้าได้ยินว่าพระชายามาจากตระกูลตกอับ ไม่คิดเลยว่าจะได้เป็นเจ้าของจวนอ๋อง”
บ่าวรอบ ๆ หัวเราะคิกคัก เสี่ยวอวี่หน้าแดงด้วยความโกรธ แต่เหยียนหลินยังคงยิ้ม
“เจ้าพูดถูก ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ที่นี่” หลิ่วเม่ยชะงัก เหยียนหลินพูดต่ออย่างสบาย ๆ
“แต่ดูเหมือนฟ้าจะเลือกข้า ไม่ใช่เจ้า” นางมองหลิ่วเม่ยตรง ๆ
บ่าวรอบ ๆ เงียบทันที หลิ่วเม่ยหน้าแข็ง
“เจ้า!”
ทันใดนั้น เสียงดาบฟาดอากาศดังขึ้น ทุกคนหันไปเย่ฉวนหยุดการประลองแล้ว สายตาคมมองมาทางพวกเขา หลิ่วเม่ยรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนหวาน
“ท่านอ๋อง วันนี้ท่านฝึกหนักแล้ว ให้ข้าชงชานะเพคะ” นางเดินเข้าไปใกล้ แต่เย่ฉวนไม่มองนาง สายตาเขาหยุดอยู่ที่อีกคน ซูเหยียนหลิน หญิงสาวที่ยืนอยู่เงียบ ๆ เขาจำได้ เมื่อคืนนางคือเจ้าสาวที่กล้าพูดกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว เย่ฉวนเดินเข้ามา ทหารรอบ ๆ รีบคุกเข่า เหยียนหลินโค้งคำนับเล็กน้อย
“ถวายบังคมท่านอ๋อง”
เย่ฉวนถามเรียบ ๆ
“เจ้ามาที่นี่ทำไม”
“ตามธรรมเนียม พระชายาต้องมาคารวะสามี” คำตอบตรงไปตรงมา ทำให้เย่ฉวนหรี่ตา
“แล้วเจ้าคารวะเสร็จหรือยัง”
เหยียนหลินยิ้ม
“ยัง”
ก่อนที่ใครจะทันคิด นางหยิบดาบจากชั้นอาวุธใกล้ ๆ แล้วโยนให้เขา ทุกคนตกตะลึง เย่ฉวนรับดาบโดยสัญชาตญาณ เหยียนหลินยิ้มท้าทาย
“ท่านอ๋อง ลองประลองกับข้าสักกระบวนท่าไหม”
ลานฝึกทั้งลานเงียบกริบ หลิ่วเม่ยแทบกรีดร้อง
“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” แต่เหยียนหลินไม่สนใจ นางจ้องเย่ฉวนตรง ๆ เย่ฉวนมองหญิงสาวตรงหน้า ครู่หนึ่ง เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงต่ำเย็น
