3
“เจ้าคิดว่าตัวเองสู้ข้าได้หรือ”
เหยียนหลินยักไหล่
“ไม่รู้สิ แต่ถ้าไม่ลอง จะรู้ได้อย่างไร”
สายลมพัดผ่านลานฝึก ดวงตาของแม่ทัพผู้โหดเหี้ยม เริ่มมีประกายสนใจเป็นครั้งแรกที่อ๋องเย่ฉวน รู้สึกว่าเจ้าสาวคนนี้ อาจจะไม่ธรรมดาอย่างที่เขาคิด และในจวนอ๋องแห่งนี้ เรื่องวุ่นวายเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นลานฝึก
“เคร้ง!” ดาบในมือของซูเหยียนหลินหลุดจากมือ หญิงสาวถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“แพ้แล้ว” ตรงหน้าเธอคืออ๋องเย่ฉวน ร่างสูงยืนถือดาบอย่างสงบนิ่ง แม้จะใช้เพียงสามกระบวนท่า เขาก็สามารถปลดดาบของนางได้อย่างง่ายดาย ทหารรอบลานฝึกต่างมองกันด้วยความตกใจ ไม่มีใครคาดคิดว่า พระชายาคนใหม่จะกล้าประลองกับแม่ทัพแห่งต้าหลิง
เย่ฉวนโยนดาบคืนให้นาง
“ฝีมือพอใช้” คำชมสั้น ๆ ทำให้หลายคนตกใจ เหยียนหลินรับดาบ
“พอใช้สำหรับคนที่ไม่ใช่แม่ทัพก็พอแล้ว” คำตอบของนางทำให้หลินเฟิง ลูกน้องคนสนิทของเย่ฉวนแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เย่ฉวนมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากลานฝึก
“พอแล้ว วันนี้แค่นี้” หลังจากการฝึก เย่ฉวนกลับไปยังตำหนักหลัก หลินเฟิงตามมารายงานงานราชการ ไม่นาน บ่าวรับใช้ก็ยกถาดชามา
“ท่านอ๋อง ชาร้อนพ่ะย่ะค่ะ” เย่ฉวนกำลังจะยกถ้วยขึ้น ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“เดี๋ยวก่อน” ทุกคนหันไป ซูเหยียนหลิน เดินเข้ามา ทำให้หลินเฟิงเลิกคิ้ว
“พระชายา?”
เหยียนหลินมองถ้วยชา ก่อนจะถามบ่าว
“ใครเป็นคนชงชา”
บ่าวคนนั้นก้มหน้า
“ขะ…ข้าน้อยเจ้าค่ะ”
เหยียนหลินหยิบถ้วยชา ดมเบา ๆ แล้วขมวดคิ้ว
“แปลก”
หลินเฟิงถามทันที
“มีอะไรหรือพระชายา”
เหยียนหลินวางถ้วยชา
“กลิ่นชาแปลก”
บ่าวเริ่มหน้าซีด เย่ฉวนจ้องนาง
“เจ้าจะบอกว่าชานี้มีปัญหา”
เหยียนหลินหยิบเข็มเงินจากปิ่นปักผม จุ่มลงในชา ไม่กี่อึดใจ ปลายเข็มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ทั้งห้องเงียบกริบ ภาพนั้นทำให้หลินเฟิงตาโต
“ยาพิษ!”
บ่าวคนนั้นทรุดลงทันที
“ไม่ใช่ข้า ข้าไม่ได้ทำ”
เย่ฉวนวางถ้วยชาลงช้า ๆ ดวงตาคมเย็นเฉียบ
“ใครสั่งเจ้า”
บ่าวตัวสั่น
“ข้า…ข้าไม่รู้จริง ๆ เจ้าค่ะ”
เหยียนหลินมองบ่าวอย่างพิจารณา ก่อนจะพูดเบา ๆ
“นางไม่ได้โกหก”
ทุกคนหันมองนาง เหยียนหลินอธิบาย
“ยาพิษนี้ไม่มีกลิ่น คนธรรมดาไม่รู้หรอก คนที่วางยา ต้องเป็นคนที่รู้เรื่องพิษ”
เย่ฉวนหรี่ตา
“เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร”
เหยียนหลินยิ้ม
“ตอนเด็ก ๆ ข้าชอบอ่านตำรายา”
หลินเฟิงพึมพำ
“พระชายาน่าทึ่งมาก”
เย่ฉวนจ้องนางครู่หนึ่ง สายตาที่เคยเย็นชากลับมีความสนใจแฝงอยู่
“วันนี้เจ้าช่วยชีวิตข้า”
เหยียนหลินยักไหล่
“ถ้าท่านตาย ข้าก็ลำบากน่ะสิ” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้หลินเฟิงหลุดหัวเราะ แต่เย่ฉวนกลับไม่โกรธ เขามองถ้วยชา เสียงของเขาต่ำลง
“ดูเหมือน ในจวนของข้า จะมีหนูสกปรกตัวหนึ่งซ่อนอยู่”
สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่าง เหยียนหลินมองออกไปนอกตำหนัก ในใจของนางเริ่มเข้าใจบางอย่าง การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่จวนอ๋องแห่งนี้ กำลังซ่อนอันตรายเอาไว้ และบางทีคนที่พยายามฆ่าอ๋องเย่ฉวนอาจไม่ได้อยู่ไกลเลย
ค่ำคืนในจวนอ๋องเงียบสงัด แสงโคมสีทองส่องสลัวตามระเบียงยาว ภายในตำหนักพระชายาซูเหยียนหลิน นางกำลังนั่งดูของบางอย่างบนโต๊ะ มันคือซองผงยาพิษที่เหลือจากถ้วยชา ข้าง ๆ กันคือเสี่ยวอวี่ นางกำลังนั่งหน้าซีด
“คุณหนู ท่านจะเก็บของอันตรายแบบนี้ไว้จริง ๆ หรือเจ้าคะ” เหยียนหลินเปิดซองผงเล็กน้อย
“กลิ่นนี้ไม่ใช่พิษธรรมดา มันชื่อว่าซินหลัวซ่าน”
เสี่ยวอวี่ตาโต
“ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ”
เหยียนหลินยิ้มบาง ๆ
“เพราะพิษชนิดนี้…ไม่ได้มีขายทั่วไป”
นางวางซองยาลง เสียงเบาลงเล็กน้อย
“มันใช้กันในราชสำนัก”
เสี่ยวอวี่ตัวแข็งทันที
“หมายความว่า…”
เหยียนหลินพยักหน้า
“คนที่ต้องการฆ่ อ๋องเย่ฉวน อาจไม่ใช่แค่คนในจวน แต่เป็นคนจากในวัง”
ในห้องเงียบกริบ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“พระชายา” เสียงของหลินเฟิงดังขึ้น
เหยียนหลินเปิดประตู หลินเฟิงคำนับเล็กน้อย
“ท่านอ๋องเชิญพระชายาไปที่ตำหนักหลัก” ไม่นาน เหยียนหลินก็มาถึงห้องทำงานของท่านอ๋อง ภายในห้อง เย่ฉวนกำลังอ่านรายงานศึก แสงโคมส่องใบหน้าคมเข้มของเขา เมื่อเห็นนาง เขาก็วางม้วนกระดาษลง
“เจ้าบอกว่าพิษนั้นไม่ธรรมดา”
เหยียนหลินหยิบซองยาวางบนโต๊ะ
“พิษนี้เรียกว่าซินหลัวซ่าน”
เย่ฉวนหรี่ตา
“ข้ารู้จักมัน เป็นพิษที่ราชสำนักใช้กับนักโทษสำคัญ”
หลินเฟิงหน้าเครียดทันที
“ถ้าอย่างนั้น คนที่ต้องการฆ่าข้า อาจมาจากในวัง” เย่ฉวนพูดช้า ๆ
ในห้องเงียบลง เหยียนหลินถามเบา ๆ
“ท่านอ๋องมีศัตรูในราชสำนักมากไหม”
หลินเฟิงหัวเราะแห้ง ๆ
“ถ้านับจริง ๆ คงครึ่งราชสำนัก”
เย่ฉวนลุกขึ้น เดินไปยืนริมหน้าต่าง สายลมกลางคืนพัดผ้าม่านไหว เสียงเขาเย็นลง
“ข้าคุมกองทัพครึ่งแผ่นดิน ย่อมมีคนกลัว”
เหยียนหลินมองเขาเงียบ ๆ ก่อนจะพูด
