ติดหนี้บุญคุณ2
"ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือ
นี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ
"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนีไปฝึกยุทธ์ด้วยความสนุกสนานมากกว่าการนั่งคัดตำราเป็นไหนๆ
"เอาเถอะ ข้ายังไม่สามารถออกจากห้องทดลองเสื้อไปในยามนี้ได้ ส่วนเจ้าเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว"
ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบแต่สายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้างามหวานซึ้งเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าหันหลังไปทีสิ" ชางฉีออกคำสั่ง องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอง
จึงต้องทำตามโดยไม่มีทางเลี่ยง
เวลาผ่านไปได้สักพัก ชางฉีก็ยังแต่งกายไม่เสร็จเสียที เหตุใดเสื้อผ้าของคนแคว้นซ่งจึงได้ดูรัดรูปมากขนาดนี้กันนะ? หน้าอกหน้าใจของนางถูกเนื้อผ้าบีบรัดจนล้นทะลักออกมามากขนาดนี้แล้ว นางจะทำเช่นไรต่อไปดี
ให้คนโง่มาวิเคราะห์ก็ยังคิดได้ว่านางมิสามารถใส่ชุดนี้เดินออกไปภายนอกได้จริงๆ
"พี่ชายเจ้าคะ" ชางฉีไม่มีทางเลือกแล้วในยามนี้จึงต้องเอ่ยขอร้องบุรุษตรงหน้าขึ้นมาแทน
"มีอันใดอีกเช่นนั้นรึ?"
องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงหันพระพักตร์กลับมาอย่างช้าๆพร้อมทั้งหรี่ตา
มองท่าทีของชางฉีด้วยความประหลาดใจ
"คือว่าข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านเจ้าค่ะ"
ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นไหว
"ขอร้องในเรื่องใดกัน?"
"พี่ชายท่านช่วยไปเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ข้าเปลี่ยนได้หรือไม่
เจ้าคะ ชุดนี้มันดูรัดรูปยิ่งนัก ข้าสวมใส่แล้วดูไม่สบายตาเลยแม้แต่น้อย
เจ้าค่ะ" ชางฉีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง
"รัดรูปเช่นใด ไม่สบายเช่นใด เจ้าต้องให้ข้าให้ข้าได้พิจารณาดูเสียก่อนเถอะ" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นอย่างไม่ยอมลดละ
"หากท่านดูแล้ว ท่านจะยอมช่วยเหลือข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
ชางฉีถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
"ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น ข้าพูดแล้วย่อมมิคืนคำ"
ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงนำเสื้อผ้าชุดเดิมที่ตนนำมากอดปิดบังหน้าอกเอาไว้ออกและหมุนตัวให้บุรุษตรงหน้าดูความรัดรูปของเสื้อผ้าชุดนี้อยู่อีกหนึ่งรอบ จึงได้หยิบเสื้อผ้าของตนขึ้นมาปิดบังหน้าอกเอาไว้อีกครา
"หากข้ายอมช่วยเหลือเจ้าแล้ว หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมบุญคุณของข้าในครั้งนี้ และหวังว่าเจ้าจะตอบแทนบุญคุณของข้าในอนาคตข้างหน้าด้วยใช่หรือไม่?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสหยั่งเชิง
"ข้าชางฉีย่อมต้องตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างแน่นอน"
ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงขึงขัง ในชั่วพริบตาเดียวบุรุษผู้นั้นจึงได้ใช้วิชาตัวเบาโผทะยานออกนอกหน้าต่างไปในทันที
ด้านชางฉีเองก็เฝ้าสวดมนต์อ้อนวอนขอให้ตนผ่านพ้นสถานการณ์
อันน่าอึดอัดลำบากใจนี้ไปให้ได้โดยไว
เวลาผ่านไปได้อีกสักพัก เสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีลวดลายเดียวกันและแบบเดียวกันกับของฮ่องเต้จูอี้เหลียงก็ถูกยื่นส่งมาให้ตรงหน้าของชางฉี
นางหยิบเสื้อผ้าชุดนั้นมาไว้กับตัวพร้อมทั้งระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาด้วยความดีใจ แต่ยังไม่วายเอ่ยกำชับขึ้นมาว่า
"ขอบคุณมากนะเจ้าคะที่ช่วยเหลือข้า และรบกวนท่านหันหลังกลับไปด้วยนะเจ้าคะ"
ฮ่องเต้จูอี้เหลียงได้ยินดังนั้นจึงหันหลังกลับไปอย่างง่ายดาย
เมื่อชางฉีแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางจึงสังเกตเห็นว่าชุดที่ตนสวมใส่อยู่เป็นลวดลายเดียวกัน และแบบเดียวกันกับที่บุรุษตรงหน้าสวมใส่แล้ก็อดที่จะแปลกใจขึ้นมาไม่ได้ คิ้วเรียวเล็กเริ่มขมวดมุ่นด้วยความสงสัย พร้อมทั้งพูดโพล่งออกไปว่า
"เหตุใดเจ้าจึงต้องใส่ชุดแต่งกายเลียนแบบข้าด้วยหรือเจ้าคะ?"
ฮ่องเต้จูอี้เหลียงได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะดังลั่นออกมาด้วยความชอบพอใจ ร้อนถึงชางฉีที่ต้องรีบเขย่งปลายเท้าเอื้อมมือขึ้นไปจนสุดแขนปิดปากบุรุษตรงหน้าเอาไว้มิให้ส่งเสียงหัวเราะดังลั่นให้เป็นที่น่าอับอายขายขี้หน้าอีก
"เงียบเดี๋ยวนี้นะ!! หากผู้อื่นมาได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าเข้าแล้วจะเป็นเช่นไร?"
นางเอ็ดเขาขึ้นมาเสียงเขียวก่อนจะยอมปล่อยมือของตนลงมาได้
"ข้าคงต้องรีบไปแล้ว ขอบคุณเจ้ามากนะที่ช่วยเหลือข้าเอาไว้"
ชางฉีพูดพลางหยิบเงินถุงหนึ่งยื่นส่งไปให้บุรุษตรงหน้า แต่เขากลับ
ส่ายศีรษะไปมาเบาๆเท่านั้นมิยอมรับถุงเงินของนางแต่อย่างใด
"ข้ามิเคยพูดว่าเจ้าต้องให้เงินเป็นการตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ของข้าเสียหน่อย" เขากล่าวขึ้นมาอย่างมีเลศนัย
"แล้วเจ้าต้องการอะไรกันล่ะ?" ชางฉีเลิกคิ้วถาม
"เจ้าจุมพิตข้าก่อนสิ บุญคุณครั้งนี้ของเราจะได้หายขาดกัน"
เขาว่าพลางยืนกอดอกด้วยท่วงท่าสบายใจยิ่ง
ทางด้านชางฉีเองก็ตอบกลับมาด้วยความรวดเร็วว่องไวยิ่งว่า
"เช่นนั้นข้าขอติดหนี้บุญคุณท่านเอาไว้ก่อนนะเจ้าคะ แล้วข้าจะ
หาทางตอบแทนท่านใหม่ ข้าไปล่ะ"
หลังกล่าวจบร่างเล็กก็รีบวิ่งปรู๊ดออกมาจากห้องทดลองเสื้อ จ่ายเงินให้กับเถ้าแก่เจ้าของร้าน และลากจูงเสี่ยวจูที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วพอดีออกไปขึ้นรถม้าโดยฉับพลันทันด่วน
สร้างความแปลกประหลาดใจให้เกิดขึ้นกับเสี่ยวจูเป็นอย่างมากว่าคุณหนูของตนหลบหนีอันใดมาอีก ถึงได้มีทีท่าร้อนรนเอาเช่นนี้ด้วย
