บท
ตั้งค่า

ติดหนี้บุญคุณ1

ชางฉีรีบเดินมาที่รถม้าของตน และพยักหน้าลงน้อยๆให้เสี่ยวจูช่วยประคองตนเองขึ้นรถม้า ก่อนจะร้องบอกให้ติงเกอกับเหอจิ้งเดินทางต่อไปได้

สายลมเย็นอันอ่อนโยนพัดเข้ามาในรถม้าอยู่เป็นระยะ กลีบดอกเหมยดอกหนึ่งได้ถูกสายลมพัดเข้ามาข้างในรถม้าตกลงบนตักของชางฉีเข้าพอดี นางจึงให้เสี่ยวจูช่วยประดับดอกเหมยนี้ไว้บนมวยผม

"วันนี้บ่าวสังเกตพบว่าดอกเหมยร่วงหล่นลงมามากกว่าปกติเลยนะเจ้าคะ ราวกับว่ากำลังให้การต้อนรับคุณหนูอยู่อย่างไรอย่างนั้น"

เสี่ยวจูพูดพลางจัดตกแต่งประดับดอกเหมยลงบนมวยผมให้คุณหนูของตนอย่างเบามือ

"ดอกเหมยร่วงโรยโปรยปราย แต่ภายในใจกลับอบอุ่นยิ่ง"

ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ใบหน้างามหวานซึ้งมีริ้วสีแดงปรากฏขึ้นจางๆ

"คุณชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันหรือเจ้าคะคุณหนู?"

เสี่ยวจูอดถามขึ้นด้วยความสงสัยมิได้

"เขาบอกเขาชื่อเฉินลู่"

ชางฉีตอบไปเพียงเท่านั้น ติงเกอก็ส่งเสียงร้องบอกอยู่ข้างนอก

รถม้าว่าตอนนี้ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นซ่งแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาเดินทางอีกเพียงหนึ่งเค่อก็จะถึงจวนของท่านราชครูเหวินเฉียนแล้ว

ชางฉีได้ยินแล้วจึงส่งเสียงตอบออกไปว่า

"ติงเกอ เหอจิ้ง พวกเจ้าช่วยแวะร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้ข้าด้วยนะ"

"ขอรับคุณหนู" ติงเกอรับคำเสียงเบาด้วยความสงสัย ส่วนเหอจิ้งกลับแอบลอบอมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

"เจ้ายิ้มอันใดกัน?" ติงเกอเลิกคิ้วถาม

"ก็เจ้ามิคิดบางหรือว่าเหตุใดคุณหนูของเราถึงต้องแวะไปหาซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่ หากมิใช่เพราะว่า"

เหอจิ้งพูดพลางถูฝ่ามือสองข้างไปมาเบาๆ

"เพราะอันใดกันจงเร่งกล่าวมา?" ติงเกอเค้นเสียงถาม

แต่ก่อนที่เหอจิ้งจะตอบคำถามออกไปนั้น เสี่ยวจูก็ได้เปิดประตู

รถม้าออกมาเสียก่อน และชี้มือชี้ไม้ไปยังร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับอันใหญ่โตตรงหัวมุมถนนพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจว่า

"คุณหนูเจ้าคะ พวกเราพบเจอเข้ากับร้านขายเสื้อผ้าและ

เครื่องประดับกันแล้วเจ้าค่ะ พวกเจ้ารีบบังคับรถม้าไปจอดที่หน้าร้านนั้นเร็วเข้า" เสี่ยวจูกล่าวกำชับ

เวลาผ่านไปอีกเพียงชั่วอึดใจเดียว รถม้าก็มาจอดเทียบท่าอยู่ตรงหน้าร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแล้ว

คราวนี้ชางฉีเลือกที่จะใส่หมวกปีกกว้างมีชายผ้าขาวบางยาว

ลงมาปกคลุมใบหน้าด้วยว่าไม่อยากให้ผู้อื่นให้ความสนใจในรูปร่างหน้าตาของตนนัก

เสี่ยวจูช่วยประคองคุณหนูของนางให้ลงจากรถม้าและเดินตาม

ชางฉีเข้าไปในร้านติดๆ

วันนี้ทั่วทั้งร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับมีบรรยากาศครึกครื้นมากเป็นพิเศษ ชางฉีได้ยินผู้คนพูดกันไปทั่วว่าใกล้จะถึงเทศกาลโคมไฟของแคว้นซ่งแล้ว เหล่าผู้คนจึงได้พากันมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่เอาไว้ใส่ร่วมงานที่กำลังจะมาถึงนี้

นางเลือกชุดสีฟ้าอ่อนปักลายผีเสื้อชมดอกไม้ พร้อมทั้งรองเท้า

ที่ปักลายเข้าชุดกัน ส่วนเครื่องประดับนางเลือกปิ่นปักผมที่มีลวดลายเมฆมงคลลงสีก้อนเมฆอย่างสวยงามโดดเด่นดึงดูดสายตาหนึ่งอัน และเดิน

มุ่งหน้ามายังห้องทดลองเสื้อที่เถ้าแก่ร้านชี้บอก

ในขณะที่นางกำลังลงมือเปลื้องชุดที่ตนใส่เดินทางมาด้วยในห้องทดลองเสื้ออยู่นั้น บุรุษผู้หนึ่งก็ได้เข้ามายืนอยู่ตรงหน้านางโดยมิได้คาดคิดมาก่อน

"ช่วย"

ชางฉีร้องออกมาได้เพียงเท่านั้น ก็ถูกเขาจับใบหน้าเล็กๆของนาง

เอาไว้มั่น และก้มหน้าลงมาจุมพิตริมฝีปากเล็กของนางเอาไว้โดยทันที

กลิ่นอำพันทะเลที่โชยออกมาจากกายของเขาทำให้ชางฉีรู้สึก

ผ่อนคลายและง่วงงุนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด บวกกับความเหนื่อยล้า

จากการเดินทางและความตกใจจนเกินขนาด ทำให้ชางฉีเป็นลมล้มพับไปในอ้อมแขนของเขาในทันที

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แม่นางน้อยผู้นี้เป็นใครกัน นางอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรืออย่างไร จึงได้เข้ามาลองชุดในห้องทดลองเสื้อที่เขียนป้ายกำกับไว้อย่างชัดเจนว่า “องค์จักรพรรดิ”

'หรือว่านางอาจจะเดินทางมาจากที่อื่นกระมัง ดูจากการแต่งกายของนางแล้ว'

หลังจากพระองค์ทรงลอบทอดพระเนตรพิจารณาเรือนร่างอวบอิ่มขาวผ่องที่นอนหนุนตักตนอยู่ด้วยความทรมานใจแล้ว ก็ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นใดนางถึงจะตื่นขึ้นมาได้เสียที จึงตัดสินใจตบลงบนข้างแก้มของชางฉีไปมาเบาๆ และเอ่ยเรียกขึ้นมาว่า "แม่นาง แม่นาง"

ได้ผลครั้งนี้ชางฉีค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรีบดึงชุดที่นางเลือกมาเปลี่ยนด้วยขึ้นมาปิดบังหน้าอกของตนเอาไว้อย่างรวดเร็ว

'ช่างน่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก นางใส่เพียงเอี๊ยมตัวเดียวบางๆ

ต่อหน้าบุรุษอื่นที่ไม่ใช่สามีได้อย่างไร?' ชางฉีนึกตำหนิตนเองขึ้นมาในใจพร้อมกับขบริมฝีปากล่างเอาไว้แน่นด้วยนึกโมโหตัวเองนัก

"จะ เจ้าเข้ามาอยู่ในห้องที่ข้าทดลองเสื้อได้อย่างไรกัน?"

ชางฉีเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel