บท
ตั้งค่า

ชางฉีน้อยโดนรังแก

เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอก

เดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที

"อาฉี  อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด  พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว"  เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ

'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด' 

ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ  ก็ในเมื่อนางสู้อุตส่าห์แสร้งเป็นลมเป็นแล้ง

ได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้ก็ด้วยเพราะไม่อยากพบเจอกับบุรุษแปลกหน้า

ถึงสองคนนี้อย่างไรกันเล่า!

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงได้ทรุดตัวลงไปนั่ง

บนตั่งกุ้ยเฟยข้างกายชางฉี  และยกข้อมือขาวผ่องขึ้นมาวางบนหน้าขา

ตนเองอย่างช้าๆ  ก่อนจะเริ่มทำการตรวจดูชีพจรของชางฉีโดยทันที 

หลังจากนั้นไม่นานก็ทรงอมยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้าด้วยอาการรู้เท่าทัน

"เห็นทีว่าข้าคงต้องให้คนไปตามหมอมาดูอาการของนางสักหน่อยแล้ว"  เหวินเฉียนพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"เจ้ามิต้องกระทำการถึงเพียงนั้นหรอกอาเฉียน  ข้าคนนี้มีวิธีดีๆในการรักษานางแล้ว" 

อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางโน้มใบหน้าของตนให้เข้าไปใกล้กับใบหน้าของชางฉีมากขึ้น  จนกระแสลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่ปะทะเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วในตอนนี้

ชางฉีหรี่ตามองดูสัมผัสแปลกๆ นั่นด้วยความสงสัยก่อนจะรีบผลักอกอีกฝ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว

'ให้ตายเถอะ!!  บุรุษพวกนี้นี่ชายหญิงมิควรใกล้ชิดกันจนเกินงาม 

เรื่องแค่นี้ก็มิรู้หรือ?'  ชางฉีนึกตำหนิค่อนขอดขึ้นมาในใจ

"เจ้าฟื้นแล้วหรือ?"  เหวินเฉียนพูดขึ้นน้ำเสียงดีใจ

"ขะ ข้าอยากพักผ่อนแล้ว พี่เฉียนเจ้าคะข้าเดินทางมาเหนื่อยๆ 

ข้าอยากจะขอตัวไปพักผ่อนก่อนจะได้หรือไม่เจ้าคะ" 

ชางฉีพูดขึ้นน้ำเสียงเบา  มิยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผู้ใดทั้งสิ้น

"เช่นนั้น  อาฉีไปพักผ่อนที่เรือนน้อยจวี๋ฮวา  (ดอกเบญจมาศ)  ก่อนก็ย่อมได้  ช่วงเย็นยามโหย่ว (เวลา 18.00น.)  เราค่อยมาร่วมกินอาหารเย็นด้วยกัน  แล้วเราจึงปรึกษาหารือเรื่องการเล่าเรียนของเจ้าต่อดีหรือไม่?" 

เหวินเฉียนกล่าวรับคำอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย  และเข้าใจในสถานการณ์ทุกอย่างตรงหน้าเป็นอย่างดี

"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ อ้อ พี่เฉียนเจ้าคะ  ข้าอยากจะขอให้ผู้ติดตามของข้าพักผ่อนอยู่ที่นี่สักสองสามวันก่อนเดินทางกลับเมืองลั่วหลางได้หรือไม่เจ้าคะ  พวกเขาจะได้พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนเริ่มเดินทางกลับไป" 

ชางฉีพูดขึ้นน้ำเสียงอ่อนเจือความออดอ้อนนิดๆ  ทำเอาหัวใจของคนฟังแทบจะหลอมละลายไปกับน้ำเสียงหวานชวนฟังนั้นอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่

"เช่นนั้นให้ผู้ติดตามของเจ้าพักที่เรือนอิงฮวาก็แล้วกันนะ" 

เหวินเฉียนตอบรับด้วยความเต็มใจ

'คำก็พี่เฉียนอย่างนั้น  สองคำก็พี่เฉียนอย่างนี้ หึ! ที่ข้าเดินทาง

มาหาเจ้าถึงจวนในวันนี้  มิได้มาเพื่อให้พวกเจ้าออดอ้อนกันหรอกนะ' 

องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงคิดขึ้นมาในใจ  แต่หากจะให้ปล่อยดรุณีน้อยรูปงามในดวงใจจากไปอย่างง่ายดายนัก  นั่นมิเท่ากับว่าเขาเป็นฮ่องเต้ที่

ไม่มีชั้นเชิงหรืออย่างไร?

"ชุดที่แม่นางสวมใส่ช่างงดงามนัก  มิทราบว่านำมาจากที่ใดกันหรือ?" 

ขณะที่ชางฉีกำลังจะก้าวขาเดินผ่านหน้าตนเองไปนั้นฮ่องเต้

จูอี้เหลียงก็เอ่ยทักขึ้นมาเสียก่อน

เหวินเฉียนเห็นดังนั้น  จึงต้องกล่าวแนะนำตัวให้ทั้งสามคนรู้จักกันอย่างเสียมิได้ว่า

"อาฉี  สองคนนี้คือเพื่อนสนิทของข้า ผู้นี้ชื่อ เอ่อ ชื่อ" 

เหวินเฉียน กล่าวอ้ำๆ อึ้งๆ พร้อมทั้งแอบลอบสบสายตากับฮ่องเต้

จู้อี้เหลียงด้วยความหนักใจ  มิกล้าเอ่ยถึงสรรพนามเต็มขององค์ฮ่องเต้

แต่อย่างใด

"ข้าจะมีชื่อแซ่อันใดไม่สำคัญ  พวกเจ้าเรียกข้าว่าอาเหลียงก็พอแล้ว"  องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเรียบง่าย

"ส่วนข้าชื่อเฉินลู่  เป็นสหายสนิทของท่านราชครูเหวินเฉียน  ตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมเยือนเขาพร้อมทั้งจะเข้าศึกษาหาความรู้ในสถานศึกษาของท่านราชครูด้วย  อย่างไรก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวกับพวกเจ้าทุกคนด้วยนะ"  อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางยกมือขึ้นมาคำนับทุกคนไปจนทั่ว

ชางฉีเองจึงกล่าวแนะนำตัวเองขึ้นมาเช่นกันว่า 

"ข้าชื่อชางฉีเดินทางมาจากเมืองลั่วหลาง  ตั้งใจมาเข้าศึกษาที่สำนักศึกษาของท่านราชครูเหวินเฉียนเจ้าค่ะ  ส่วนเสื้อผ้าชุดนี้ข้าได้ผลัดเปลี่ยนที่ร้านลองชุดแห่งหนึ่งตรงหัวมุมโค้งถนนเจ้าค่ะ" 

หลังกล่าวจบชางฉีก็พลันกำหมัดแน่นขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ  บุรุษผู้นี้จงใจจะกลั่นแกล้งฉีกหน้านางชัดๆ  จึงได้เอ่ยปากถามขึ้นมาเช่นนี้  หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเห็นนางเดินทางมาจากต่างถิ่นกระมังจึงคิดจะข่มเหงรังแกนางยังไงก็ได้

"ชุดนี้ช่างงดงามนัก  ดูเหมือนชุดที่ข้าสวมใส่มิมีผิดเพี้ยน  เห็นทีว่าเราคงมีชะตาต้องกัน  จึงได้สวมใส่ชุดที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้" 

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ  แต่เมื่อสังเกตพบหยาดน้ำตาที่ไหลซึมอยู่ปลายหางตาของชางฉีแล้วจึงได้เงียบเสียงของตนไปในทันที

"ตัวข้าพอจะรู้จักเส้นทางที่ตั้งของเรือนน้อยจวี๋ฮวาอยู่บ้าง  หาก

แม่นางชางฉีมิรังเกียจ  ให้ข้าช่วยนำทางเจ้าไปได้หรือไม่  แลดูแล้วท่านราชครูเหวินเฉียนอาจจะมีเรื่องพูดคุยกับสหายสนิทต่อไปอยู่บ้าง

สักเล็กน้อยกระมัง" 

อ๋องน้อยเฉินลู่รีบกล่าวแก้ไขสถานการณ์อึมครึมตรงหน้า

"ขอบคุณมากนะเจ้าคะที่เมตตาข้า  ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ

พี่เฉียน"  ชางฉีพูดพลางค้อมตัวเดินจากไปโดยมิได้ปรายสายตามามองดูองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเลยแม้แต่น้อย

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel