ชางฉีน้อยโดนรังแก
เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอก
เดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที
"อาฉี อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว" เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ
'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด'
ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ ก็ในเมื่อนางสู้อุตส่าห์แสร้งเป็นลมเป็นแล้ง
ได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้ก็ด้วยเพราะไม่อยากพบเจอกับบุรุษแปลกหน้า
ถึงสองคนนี้อย่างไรกันเล่า!
ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงได้ทรุดตัวลงไปนั่ง
บนตั่งกุ้ยเฟยข้างกายชางฉี และยกข้อมือขาวผ่องขึ้นมาวางบนหน้าขา
ตนเองอย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มทำการตรวจดูชีพจรของชางฉีโดยทันที
หลังจากนั้นไม่นานก็ทรงอมยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้าด้วยอาการรู้เท่าทัน
"เห็นทีว่าข้าคงต้องให้คนไปตามหมอมาดูอาการของนางสักหน่อยแล้ว" เหวินเฉียนพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"เจ้ามิต้องกระทำการถึงเพียงนั้นหรอกอาเฉียน ข้าคนนี้มีวิธีดีๆในการรักษานางแล้ว"
อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางโน้มใบหน้าของตนให้เข้าไปใกล้กับใบหน้าของชางฉีมากขึ้น จนกระแสลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่ปะทะเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วในตอนนี้
ชางฉีหรี่ตามองดูสัมผัสแปลกๆ นั่นด้วยความสงสัยก่อนจะรีบผลักอกอีกฝ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว
'ให้ตายเถอะ!! บุรุษพวกนี้นี่ชายหญิงมิควรใกล้ชิดกันจนเกินงาม
เรื่องแค่นี้ก็มิรู้หรือ?' ชางฉีนึกตำหนิค่อนขอดขึ้นมาในใจ
"เจ้าฟื้นแล้วหรือ?" เหวินเฉียนพูดขึ้นน้ำเสียงดีใจ
"ขะ ข้าอยากพักผ่อนแล้ว พี่เฉียนเจ้าคะข้าเดินทางมาเหนื่อยๆ
ข้าอยากจะขอตัวไปพักผ่อนก่อนจะได้หรือไม่เจ้าคะ"
ชางฉีพูดขึ้นน้ำเสียงเบา มิยอมเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับผู้ใดทั้งสิ้น
"เช่นนั้น อาฉีไปพักผ่อนที่เรือนน้อยจวี๋ฮวา (ดอกเบญจมาศ) ก่อนก็ย่อมได้ ช่วงเย็นยามโหย่ว (เวลา 18.00น.) เราค่อยมาร่วมกินอาหารเย็นด้วยกัน แล้วเราจึงปรึกษาหารือเรื่องการเล่าเรียนของเจ้าต่อดีหรือไม่?"
เหวินเฉียนกล่าวรับคำอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย และเข้าใจในสถานการณ์ทุกอย่างตรงหน้าเป็นอย่างดี
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ อ้อ พี่เฉียนเจ้าคะ ข้าอยากจะขอให้ผู้ติดตามของข้าพักผ่อนอยู่ที่นี่สักสองสามวันก่อนเดินทางกลับเมืองลั่วหลางได้หรือไม่เจ้าคะ พวกเขาจะได้พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนเริ่มเดินทางกลับไป"
ชางฉีพูดขึ้นน้ำเสียงอ่อนเจือความออดอ้อนนิดๆ ทำเอาหัวใจของคนฟังแทบจะหลอมละลายไปกับน้ำเสียงหวานชวนฟังนั้นอย่างห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่
"เช่นนั้นให้ผู้ติดตามของเจ้าพักที่เรือนอิงฮวาก็แล้วกันนะ"
เหวินเฉียนตอบรับด้วยความเต็มใจ
'คำก็พี่เฉียนอย่างนั้น สองคำก็พี่เฉียนอย่างนี้ หึ! ที่ข้าเดินทาง
มาหาเจ้าถึงจวนในวันนี้ มิได้มาเพื่อให้พวกเจ้าออดอ้อนกันหรอกนะ'
องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงคิดขึ้นมาในใจ แต่หากจะให้ปล่อยดรุณีน้อยรูปงามในดวงใจจากไปอย่างง่ายดายนัก นั่นมิเท่ากับว่าเขาเป็นฮ่องเต้ที่
ไม่มีชั้นเชิงหรืออย่างไร?
"ชุดที่แม่นางสวมใส่ช่างงดงามนัก มิทราบว่านำมาจากที่ใดกันหรือ?"
ขณะที่ชางฉีกำลังจะก้าวขาเดินผ่านหน้าตนเองไปนั้นฮ่องเต้
จูอี้เหลียงก็เอ่ยทักขึ้นมาเสียก่อน
เหวินเฉียนเห็นดังนั้น จึงต้องกล่าวแนะนำตัวให้ทั้งสามคนรู้จักกันอย่างเสียมิได้ว่า
"อาฉี สองคนนี้คือเพื่อนสนิทของข้า ผู้นี้ชื่อ เอ่อ ชื่อ"
เหวินเฉียน กล่าวอ้ำๆ อึ้งๆ พร้อมทั้งแอบลอบสบสายตากับฮ่องเต้
จู้อี้เหลียงด้วยความหนักใจ มิกล้าเอ่ยถึงสรรพนามเต็มขององค์ฮ่องเต้
แต่อย่างใด
"ข้าจะมีชื่อแซ่อันใดไม่สำคัญ พวกเจ้าเรียกข้าว่าอาเหลียงก็พอแล้ว" องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเรียบง่าย
"ส่วนข้าชื่อเฉินลู่ เป็นสหายสนิทของท่านราชครูเหวินเฉียน ตั้งใจเดินทางมาเยี่ยมเยือนเขาพร้อมทั้งจะเข้าศึกษาหาความรู้ในสถานศึกษาของท่านราชครูด้วย อย่างไรก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวกับพวกเจ้าทุกคนด้วยนะ" อ๋องน้อยเฉินลู่พูดพลางยกมือขึ้นมาคำนับทุกคนไปจนทั่ว
ชางฉีเองจึงกล่าวแนะนำตัวเองขึ้นมาเช่นกันว่า
"ข้าชื่อชางฉีเดินทางมาจากเมืองลั่วหลาง ตั้งใจมาเข้าศึกษาที่สำนักศึกษาของท่านราชครูเหวินเฉียนเจ้าค่ะ ส่วนเสื้อผ้าชุดนี้ข้าได้ผลัดเปลี่ยนที่ร้านลองชุดแห่งหนึ่งตรงหัวมุมโค้งถนนเจ้าค่ะ"
หลังกล่าวจบชางฉีก็พลันกำหมัดแน่นขึ้นมาด้วยความคับแค้นใจ บุรุษผู้นี้จงใจจะกลั่นแกล้งฉีกหน้านางชัดๆ จึงได้เอ่ยปากถามขึ้นมาเช่นนี้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเห็นนางเดินทางมาจากต่างถิ่นกระมังจึงคิดจะข่มเหงรังแกนางยังไงก็ได้
"ชุดนี้ช่างงดงามนัก ดูเหมือนชุดที่ข้าสวมใส่มิมีผิดเพี้ยน เห็นทีว่าเราคงมีชะตาต้องกัน จึงได้สวมใส่ชุดที่คล้ายคลึงกันเช่นนี้"
ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ แต่เมื่อสังเกตพบหยาดน้ำตาที่ไหลซึมอยู่ปลายหางตาของชางฉีแล้วจึงได้เงียบเสียงของตนไปในทันที
"ตัวข้าพอจะรู้จักเส้นทางที่ตั้งของเรือนน้อยจวี๋ฮวาอยู่บ้าง หาก
แม่นางชางฉีมิรังเกียจ ให้ข้าช่วยนำทางเจ้าไปได้หรือไม่ แลดูแล้วท่านราชครูเหวินเฉียนอาจจะมีเรื่องพูดคุยกับสหายสนิทต่อไปอยู่บ้าง
สักเล็กน้อยกระมัง"
อ๋องน้อยเฉินลู่รีบกล่าวแก้ไขสถานการณ์อึมครึมตรงหน้า
"ขอบคุณมากนะเจ้าคะที่เมตตาข้า ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ
พี่เฉียน" ชางฉีพูดพลางค้อมตัวเดินจากไปโดยมิได้ปรายสายตามามองดูองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเลยแม้แต่น้อย
