บท
ตั้งค่า

บทที่3 ถูกวางยาพิษ

ท่านหมอตู้เป็นเพียงหมอชาวบ้านผู้หนึ่ง มีชื่อเสียงในหมู่ชาวบ้านยากไร้เท่านั้น เป็นเพียง คนธรรมดา หาใช่หมอที่มีชื่อเสียงที่เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงให้ความเชื่อถือ

แต่หลังจากที่คุณหนูของนางล้มป่วย หมอมีชื่อเสียงมากหน้าหลายตา หรือแม้กระทั่งหมอหลวงที่นายท่านเชิญมา กลับไม่มีผู้ใดสามารถรักษาอาการของคุณหนูให้ฟื้นคืนสติได้เลย

ฉิงหว่านไม่เชื่อสักนิดว่าอาการของคุณหนูจะรักษาไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่หมอถูกเชิญมาล้วนมีฮูหยินแซ่เซิ่งผู้นั้นคอยกำกับดูแลไม่ใช่หรือ จะให้นางเชื่อคำพูดของหมอเหล่านั้นได้อย่างไร

นั่นจึงเป็นเหตุให้ฉิงหว่านตัดสินใจลอบออกจากจวนไปเสาะหาหมอด้วยตนเอง หวังเพียงว่าแม้จะเป็นหมอที่ไม่มีชื่อเสียง แต่หากมีฝีมือก็ยังดีกว่าให้คุณหนูของนางนอนรอความตาย

และนางก็ได้พบกับท่านหมอตู้ แต่การจะเชิญหมอไร้ชื่อให้มาดูอาการของคุณหนูที่ไร้สติย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย นางจึงทำได้แค่บอกถึงอาการของคุณหนูจนได้เทียบยามา จากนั้นก็นำกลับมาปรุงและป้อนให้คุณหนูด้วยมือตนเอง

และผลก็เป็นดั่งปาฏิหาริย์ คุณหนูของนางฟื้นขึ้นมาจริงๆ

ตอนนี้คุณหนูฟื้นคืนสติแล้ว นางจึงฉวยโอกาสนี้ เชิญท่านหมอตู้เข้ามาตรวจดูอาการ

อวี้หลันสบตากับฉิงหว่าน ราวกับกำลังอ่านทะลุถึงสิ่งที่อีกฝ่ายคิดอยู่ในใจ นางมองออกถึงเจตนาที่อีกฝ่ายกำลังสื่อ

การที่บ่าวผู้หนึ่งกล้ากระทำการอุกอาจ ลอบออกไปพาหมอชาวบ้านมารักษาเจ้านายตนเช่นนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้คงเลวร้ายจนไร้หนทางจริงๆ

"เชิญท่านหมอเจ้าค่ะ"

อวี้หลันไม่ได้คิดสิ่งใดอีก นางยื่นมือให้อีกฝ่ายโดยไม่อิดออด จากนี้คงต้องดูความสามารถของหมอตู้ผู้นี้แล้ว

ในขณะเดียวกันนั้น เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้ที่ถูกสั่งให้จับตามองความเคลื่อนไหวในเรือนฮวาหง ก็วิ่งผ่านทางเดินไม้ในเรือนข้าง กลับไปรายงานผู้เป็นนาย ทันที ข่าว "คุณหนูรองฟื้นขึ้นมาแล้ว" กระจายไปทั่วจวน นายท่านใหญ่แห่งสกุลอวี้ที่พึ่งกลับมาถึงจวนและฮูหยินเอกที่พึ่งได้รับการแต่งตั้งได้ไม่นาน ก็มาถึง เรือนฮวาหง อันเงียบสงบนี้เช่นกัน

ภายในจวนดูเหมือนจะเกิดคลื่นลมบางอย่างขึ้น

ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กสาวที่ร่อแร่ใกล้ตายผู้นั้นจะสามารถลืมตาตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง

และคงไม่มีใครคาดคิดอีกเช่นกัน ว่าผู้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาและพวกเขาต้องเผชิญต่อจากนี้จะไม่ใช่อวี้หลันคนเดิมอีกต่อไป

หมอชรายื่นมือออกไปจับชีพจรบนข้อมือบอบบาง ปลายนิ้วจับนิ่งอยู่ครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

คุณหนูผู้นี้ถูกวางยาพิษจริงๆ

สีหน้าของท่านหมอตู้ไม่ได้มีความประหลาดใจมากนัก เขาคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรก หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าถึงอาการจากสาวใช้ เทียบยาที่มอบให้ไปในครั้งนั้นจึงเป็นยาล้างพิษตามหลักการที่ควรจะเป็น

เพียงแค่คิดว่า ใครกันที่อำมหิตถึงกับต้องการเอาชีวิตดรุณีน้อยนางหนึ่ง

ชีวิตของผู้คนในวังวนชนชั้นสูง ไม่เคยง่ายเลยจริงๆ ทุกย่างก้าวที่เดินล้วนต้องคิดให้รอบคอบ เพราะอาจหมายถึงความเป็นหรือตายเพียงชั่วพริบตาเดียว คำพูดหนึ่งคำ สายตาหนึ่งคู่ หรือแม้แต่รอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัย ก็อาจเป็นดาบที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ

ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี แม้แต่ลมหายใจก็ยังต้องแลกมาด้วยการระแวดระวังและความอดทน

ช่างแตกต่างกับชีวิตของชาวบ้านธรรมดาเสียเหลือเกิน พวกเขาเหล่านั้นไม่ต้องพะวงว่าจะถูกลอบทำร้ายจากคนที่ดูเหมือนหวังดี ไม่ต้องวางแผนรับมือกับผู้คนรอบตัว ที่ไม่รู้ว่ามาดีหรือมาร้าย ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น

แต่ละวัน แค่ได้กินอิ่มท้อง ได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว แม้จะยากจนสักเพียงใดก็ยังมีรอยยิ้มให้เห็น

ต่างกับโลกของชนชั้นสูง ที่แม้จะกินของดี อยู่ในเรือนงาม กลับไร้ความสุขที่แท้จริง

ดวงตาฝ้าฟางภายใต้คิ้วขาวขุ่นของหมอชราเหลือบมองอวี้หลันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม

"คุณหนู ท่านถูกพิษอย่างที่ข้าคิดจริงๆ"

อวี้หลันยังคงนั่งนิ่งรับฟังอย่างสงบ ดวงตาเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีแววตาของนางมีแววชื่นชมอยู่ส่วนหนึ่ง

นับว่าท่านหมอตู้ผู้นี้มีความสามารถไม่น้อยเลยจริงๆ

"แต่น่าแปลกนัก พิษในร่างของท่านแม้ไม่รุนแรง แต่กลับซึมลึกราวกับถูกบ่มมาเป็นเวลานาน มิใช่พิษธรรมดา หากข้าคาดไม่ผิด น่าจะเป็นพิษจากเหง้าราก ม่านหลิว สมุนไพรที่แทบไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และตรวจจับได้ยากยิ่ง"

หมอชรายังกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองคุณหนูผู้นี้อีกครั้ง

เขาผ่านประสบการณ์และรักษาคนมามาก ยังไม่เคยเห็นผู้ใดมีท่าทีสงบเช่นนี้มาก่อน จึงรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของนางอยู่ไม่น้อย

เด็กสาวในวัยเช่นนี้ เมื่อตื่นมารู้ว่าตนถูกวางยา หากไม่หวาดกลัวจนร้องไห้ก็คงจะตกใจไม่น้อย แต่คุณหนูผู้นี้กลับไม่แสดงอาการใดเลยสักนิด

แววตานิ่ง เยือกเย็น สีหน้าเรียบสงบ ราวกับรับรู้ความจริงเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว

หมอชราเผลอเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาเผยความครุ่นคิดขึ้นชัดเจน ไม่รู้ว่านางผ่านวันคืนเช่นไรมา แต่คงจะยากลำบากอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ฉิงหว่านได้ยินเช่นนั้นถึงกับหน้าซีด เอ่ยถามเสียงสั่น

"มะ...ม่านหลิว นั่นมิใช่สมุนไพรต้องห้ามหรอกหรือเจ้าคะ"

ท่านหมอตู้พยักหน้า

"ใช่แล้ว สมุนไพรตัวนี้หากใช้แต่น้อยและพอเหมาะก็เป็นยารักษาที่ดีเยี่ยม แต่หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปและได้รับติดต่อกันในระยะเวลานาน ก็จะค่อยๆ ทำให้ร่างกายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนหัวใจหยุดเต้นในที่สุด โดยไม่หลงเหลือร่องรอยใดให้ตรวจพบ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel