บท
ตั้งค่า

บทที่2 คุณหนูรองอวี้หลัน

เสียงระฆังของศาลเจ้าเล็กๆ ด้านท้ายเมืองดังแว่วมาแต่ไกล ท่ามกลางสายลมเย็นของปลายฤดูใบไม้ผลิ ภายในเรือนที่ล้อมรอบด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมย หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าของนางซีดเซียวราวกับไร้ชีวิต

"นี่เราตายไปแล้ว หรือว่ายังมีชีวิตอยู่กันแน่"

เสียงเอ่ยแผ่วเบาดังขึ้น ราวกับพึมพำกับตนเอง

ก่อนจะหมดสติ นางยังเป็น อวี้หลัน สตรีในยุคปัจจุบัน แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที กลับมาอยู่ในร่างของหญิงสาวในยุคโบราณผู้มีชื่อแซ่เดียวกัน ทั้งใบหน้ายังมีเค้าโครงเดียวกัน ผิดแต่ตอนนี้ใบหน้าที่เห็นนั้นอ่อนเยาว์กว่า

รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอวี้หลัน นางชั่งสมกับเป็นคนบาปหนาเสียจริง ตายแล้วก็ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสงบ กลับมาโผล่ในยุคที่ไม่คุ้นเคยนี้ ไม่รู้ว่าสวรรค์ส่งนางมาให้ชดใช้กรรม กับการที่นางคร่าชีวิตผู้อื่นไปมากมายหรืออย่างไร ถึงได้ส่งนางมาอยู่ในร่างที่ถูกวางยาพิษเช่นนี้

ใช่แล้ว เจ้าของร่างเดิมนี้ถูกวางยาพิษจนทำให้ถึงแก่ความตาย และดูเหมือนจะถูกวางยามาเป็นเวลานาน ร่างกายถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าคนที่ถูกวางยาเช่นนี้ ชีวิตคงไม่ได้สงบราบรื่นนัก

อวี้หลันถอนหายใจเบาๆ หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมก็ไหลบ่าราวกับน้ำป่าที่ทะลักทลายไร้ทิศทาง ไม่รู้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องใดผสมปนเปกันไปหมด

เสียงร่ำไห้ของเด็กหญิงตัวน้อย

เสียงกล่องเครื่องหอมร่วงกระแทกพื้น

เสียงร่ำลาของหญิงงามผู้หนึ่ง ที่ดับสิ้นไปพร้อมกับกลิ่นเลือดที่เจือจางในอากาศ

ในความทรงจำ เจ้าของร่างคือบุตรีคนรองที่กำเนิดจากฮูหยินเอกผู้ล่วงลับของรองเสนาบดีกรมพิธีการนามว่า อวี้จิ้ง

นางมีน้องชายฝาแฝดคนหนึ่ง เด็กคนนั้นอายุเพียงแค่เจ็ดขวบก็ถูกส่งไปศึกษานอกเมืองหลวงทันทีที่ผู้เป็นมารดาเสียชีวิต

มีพี่สาวและน้องชายต่างมารดาที่เกิดจากฮูหยินรองอีกสองคน

มีคู่หมายที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันไว้ตั้งแต่วัยเยาว์

เจ้าของร่างแต่เดิมเป็นเพียงเด็กสาวร่างกายอ่อนแอ จิตใจดี อ่อนโยน แต่ขี้ขลาด ไม่สู้คน นางชอบเก็บตัวเงียบๆ อยู่แต่ในเรือนของตัวเอง ไม่สุงสิงกับใคร และแทบไม่เคยสร้างปัญหาให้ผู้ใด พูดจานิ่มนวลเกินไปจนคนรอบข้างมองว่าไร้ตัวตน แม้แต่บ่าวไพร่ก็เริ่มมองข้ามนางไปโดยปริยาย

สำหรับทุกคนแล้ว คุณหนูรองผู้นี้เป็นเงาเลือนรางที่มีอยู่ก็เหมือนไม่มี

จนกระทั่งเด็กสาวอายุย่างเข้าสิบห้าปี ซึ่งเป็นวัยสำคัญของหญิงสาวชนชั้นสูงในยุคนี้ที่จะต้องเข้าสู่พิธีปักปิ่น ถือเป็นก้าวแรกสู่การหมั้นหมายและแต่งงาน แต่นางกลับล้มป่วยหนักอย่างกะทันหัน ก่อนจะถึงวันปักปิ่นเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

อาการของนางรุนแรงจนน่าตกใจ ร่างกายซูบซีด ไร้เรี่ยวแรง หลังจากนั้นก็หมดสติไปไม่ฟื้นขึ้นมาอีก มีเพียงลมหายใจบางเบาที่บอกให้รู้ว่า คนยังคงมีชีวิต หมอที่เชิญมาดูอาการล้วนพากันส่ายหัว ไม่มีใครกล้ารับประกันว่านางจะรอด ทั่วทั้งจวนต่างรอเพียงข่าวร้าย

ตอนนี้ความทรงจำของเจ้าของร่างก็มีเพียงเท่านี้ ซึ่งมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แม้นางจะพยายามเค้นความทรงจำในหัว แต่ก็ราวกับมีม่านหมอกบางๆ ขวางกั้น มองเห็นและจดจำได้อย่างรางเลือน

อวี้หลันหลับตาลงช้าๆ เมื่อรู้สึกถึงอาการปวดศีรษะที่แล่นวาบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ดูท่านางคงต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับร่างใหม่นี้ ร่างกายนี้อ่อนแอ จิตใจก็เปราะบางจนรู้สึกขัดใจ

ในตอนนี้ นางคงทำได้เพียงไหลตามน้ำไปก่อน คอยระมัดระวังหยั่งเชิงสถานการณ์อย่างเงียบๆ เพราะนางยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครคือผู้วางยาพิษ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าของร่างนี้คือใคร เจตนาของอีกฝ่ายคืออะไร เหตุใดเด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ถึงมีคนอยากให้ตาย ชีวิตของอวี้หลันผู้นี้มีเงื่อนงำเต็มไปหมด

ตอนนี้สิ่งที่น่าหวั่นใจและน่ากังวลที่สุด คือคนที่สามารถวางยาเจ้าของร่างได้นานขนาดนี้ ย่อมเป็นคนที่อาศัยอยู่ในจวนเดียวกันกับนาง ใกล้ตัวถึงเพียงนี้แต่นางกลับไม่รู้อะไรเลย

"คุณหนู ท่านหมอมาถึงแล้วเจ้าค่ะ"

เสียงสาวใช้หน้าตาอ่อนเยาว์เอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามาช่วยพยุงนางกลับไปนอนบนเตียง

อวี้หลันพิศมองสาวใช้ข้างกาย สาวใช้นางนี้มีนามว่า ฉิงหว่าน จากความทรงจำเด็กคนนี้เป็นสาวใช้คนสนิทของเจ้าของร่าง อีกฝ่ายเติบโตมาพร้อมกับนาง และเป็นคนเดียวที่ยังคงรับใช้อยู่ข้างกายผู้เป็นนายอย่างซื่อสัตย์

"ขอบใจ ลำบากเจ้าแล้ว"

หญิงสาวเอ่ยกับอีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มบางเบา

อวี้หลันนั่งพิงหมอนผ้าปักลายเมฆมงคลบนเตียงไม้หอม ห่มผ้าคลุมไหล่เรียบง่าย แววตาสงบเสมือนผืนน้ำที่ไร้คลื่นลม

หมอชราสวมอาภรณ์กลางเก่ากลางใหม่แต่สะอาดสะอ้าน เดินเข้ามาภายในห้องอย่างสงบ แผ่นหลังงุ้มเล็กน้อยตามวัย มือหนึ่งหอบกล่องไม้หอมทรงยาวที่ขัดเงาเรียบเนียน สีเข้มจัดของเนื้อไม้เผยให้เห็นร่องรอยแห่งกาลเวลาจางๆ

เขาวางกล่องลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าเตียง เปิดฝาออกอย่างแผ่วเบา เสียงเนื้อไม้เสียดสีกันเบาๆ ก่อนที่กลิ่นอ่อนละมุนของไม้จันทน์ผสมการบูรจะค่อยๆ ลอยฟุ้งออกมา แทรกด้วยกลิ่นสมุนไพรแห้งที่ติดอยู่ภายใน ทุกสิ่งบ่งบอกถึงความชำนาญและประสบการณ์ของหมอชราผู้นี้

อวี้หลันจับจ้องทุกการกระทำของหมอผู้นั้นอย่างไม่วางตา แววตาของนางสงบนิ่งแต่แฝงความระแวดระวังจนผู้ที่อยู่ข้างๆ สัมผัสได้

"บ่าวเป็นคนไปเชิญท่านหมอตู้มาเองเจ้าค่ะ คุณหนูให้ท่านหมอตรวจรักษาเถิดนะเจ้าคะ"

ฉิงหว่านรีบเอ่ยเสียงเบาแทบจะกลายเป็นกระซิบ พูดจบ นางก็รีบคุกเข่าลงข้างกายผู้เป็นนาย สองมือยื่นไปกุมมือบอบบางของผู้เป็นนายเอาไว้ แววตาเต็มไปด้วยความร้อนใจและอ้อนวอนอย่างเห็นได้ชัด นางกลัวว่าคุณหนูจะไม่ยอมรับการรักษาจากหมอผู้นี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel