บท
ตั้งค่า

หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 2

"ฝ่าบาท"

เป็นเสียงของมู่กงกงที่เอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน

"วันๆ ก็ดีแต่ส่งเสียงเรียกอยู่ได้ทั้งวัน น่ารำคาญสิ้นดี"

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงมิสบพระทัย

"ฝ่าบาททรงแช่พระวรกายมาเนิ่นนานนักแล้ว กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทอาจจะทรงเป็นหวัดได้นะพ่ะย่ะค่ะ"

มู่กงกงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"คนไม่มีใครรักเช่นข้า จะเจ็บป่วยหรือล้มตายไป ก็มิมีผู้ใดมาสนใจหรอก"

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนอวดเรือนร่างเปลือย  แข็งแกร่งกำยำ มีมัดกล้ามอันแข็งแรงอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย  ทำเอามู่กงกงที่ได้เห็นอาหารตาชั้นเลิศเช่นนั้นแล้วต้องยืนตาค้างอ้าปากกว้างอยู่นานนัก จนกระทั่งลืมตัวไปเสียสิ้นว่ายามนี้ตนเองต้องส่งชุดคลุมมาให้กับองค์ฮ่องเต้แล้วด้วยซ้ำไป

"มู่จินชิง เจ้าจะยืนจ้องมองข้าอีกนานหรือไม่ ข้าจะได้สั่งตัดหัวเจ้าแล้ว"

สุรเสียงเย็นเยียบที่เปล่งออกมานั้นทำเอามู่กงกงต้องรีบแจ้นเดินแกมวิ่งนำชุดคลุมมังกรมาสวมคลุมให้กับองค์ฮ่องเต้โดยเร็วพลัน หลังจากนั้นมินานองค์ฮ่องเต้ก็เสด็จไปยังตำหนักจวี๋ฮวาหวงต่อ

เมื่อเสด็จไปถึงก็ทรงพบว่าพระสนมหม่ากุ้ยเฟย พร้อมด้วยสนมอันกุ้ยเหริน เสิ่นตาอิ้ง และสนมใหม่อีกผู้หนึ่งที่พระองค์มิทรง

คุ้นหน้ามาก่อนได้มารอคอยในตำหนักอยู่ก่อนแล้ว

“ถวายพระพรฝ่าบาทขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี  หมื่นๆ ปี เพคะ”

เสียงของเหล่าบรรดาสาวงามต่างเอ่ยขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน  เมื่อองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงได้เสด็จเข้าไปในตำหนักแล้ว

“ลุกขึ้นได้”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

“ต้องเสียมารยาทแล้วที่ทำให้พวกเจ้ารอ” 

หลังกล่าวจบองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ประทับนั่งลงบนเก้าอี้  เสวยพระกระยาหารไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้นก็นิ่งขรึมไป

“ฝ่าบาททรงเสวยอิ่มแล้วเช่นนั้นหรือเพคะ  หรือพระกระยาหารวันนี้จะมิถูกพระโอษฐ์  เช่นนั้นแล้วหม่อมฉันจะได้ไปแจ้งต่อ

โรงครัวให้จัดทำพระกระยาหารมาให้ใหม่นะเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงร้อนใจ  พร้อมทั้งลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว  แต่ทว่าในขณะที่นางกำลังลุกขึ้นยืนนั้น  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ได้จับข้อมือของนางเอาไว้เสียก่อน  พระสนมผู้นี้จึงได้แสร้งต้านทานแรงขององค์ฮ่องเต้มิไหว  ถลาตัวทรุดนั่งลงบนตักแกร่งของพระองค์ด้วยท่วงท่าคล้ายมิตั้งใจ  แต่กลับใช้วงแขนโอบรอบ

พระศอขององค์ฮ่องเต้เอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีนัก

ทำเอาเหล่าบรรดาสนมสามนางที่เหลือ  ต่างพากันก้มหน้าลงน้อยๆ ด้วยความขวยเขิน

“ดูท่าแล้ว  ฝ่าบาทและพระสนมหม่ากุ้ยเฟยคงจะรักกันมาก  จึงได้มีความห่วงใยต่อกันอย่างลึกซึ้งเอาเช่นนี้”

พระสนมอันกุ้ยเหรินจีบปากจีบคอพูดอย่างมีจริต 

ด้านเสิ่นตาอิ้งเองก็กล่าวเสริมต่อไปว่า 

“ทั่วทั้งวังหลังนี้  คงจะมิมีผู้ใดล่วงรู้พระทัยฝ่าบาทไปได้ดีกว่าพระสนมหม่ากุ้ยเฟยแล้วเพคะ”

“พวกเจ้าก็กล่าวกันเกินไปแล้วนะ” 

พระสนมหม่ากุ้ยเฟยพูดพลางใช้เรียวแขนโอบรอบพระศอขององค์ฮ่องเต้ให้แน่นขึ้นมาอีกนิด  ด้วยคาดหวังเอาไว้ในใจลึกๆ ว่า  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงน่าจะอุ้มนางไปวางลงบนเตียงนอนด้วยความทะนุถนอม 

แต่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกลับใช้ฝ่าพระหัตถ์จับแขนของนางออกจากพระองค์  พร้อมทั้งแผ่รังสีอำมหิตออกมาหนึ่งสายจนนางสัมผัสได้  นางจึงรีบลุกขึ้นออกห่างจากพระวรกายขององค์ฮ่องเต้ไปอย่างรวดเร็ว

“เจ้ามีชื่อแซ่ว่าอะไร  เหตุใดข้าจึงมิเคยพบเจอเจ้ามาก่อนเลย?"”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสถามสนมใหม่ด้วยความสนพระทัยอยู่หน่อยๆ

“กราบทูลฝ่าบาท  หม่อมฉันแซ่คัง ชื่อ หยุนหลี เพคะ”

สนมผู้นี้ตอบด้วยน้ำเสียงสะเทิ้นอายพร้อมรีบก้มหน้าทอดสายตาลงมองพื้น

“คังหยุนหลี  ดี  เช่นนั้นหลังจากเจ้าถวายการรับใช้ข้า

ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นคังฉางจ้าย” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง  หม่อมฉันขอขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

คังหยุนหลีพูดพลางรีบลงไปทรุดตัวนั่งคุกเข่าโขกศีรษะลงไปกับพื้นอยู่เบื้องพระพักตร์

“รีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า  มิต้องมากพิธี”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” 

“นับว่าเป็นวาสนาของเจ้ายิ่งแล้วในวันนี้  ข้าขอแสดงความยินดีต่อเจ้าด้วยนะ” 

อันกุ้ยเหรินพูดพลางเอื้อมมือของตนลงไปจับกับมือของ

คังหยุนหลีเอาไว้แน่น

“พวกเจ้ารู้จักกันมาก่อนเช่นนั้นหรือ?” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเลิกคิ้วถาม

“กราบทูลฝ่าบาท  น้องคังซุนหลีเดิมทีนางเป็นคนบ้านเดียวกับหม่อมฉันเพคะ  ท่านพ่อของนางกับท่านพ่อของหม่อมฉันต่างก็เป็นขุนนางที่รักใคร่กันมาก  เมื่อเห็นว่าฝ่าบาททรงเมตตานางมากขนาดนี้  หม่อมฉันจึงอดที่จะดีใจไปกับนางด้วยมิได้เพคะ”

อันกุ้ยเหรินตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“เอาล่ะ  อย่ามัวแต่สนทนากันอยู่เลย  ข้าอยากผ่อนคลายแล้ว”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางเดินนำเข้าไปในห้องบรรทมอันกว้างใหญ่ของตำหนักจวี๋ฮวาหวง

หลังจากนั้นพระองค์จึงทรงปฏิบัติหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ของบรรพชนด้วยหัวใจอันด้านช้า 

เป็นถึงโอรสสวรรค์แต่กลับมิอาจที่จะร่วมหลับนอนแค่เพียงอิสตรีที่ตนเองรักได้  ช่างถือเป็นเรื่องที่น่าเวทนานัก  ถึงแม้หน้าที่นี้  พระองค์จะมิได้ให้ความปรารถนาอยากจะกระทำลงไปก็ตามแต่ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นหน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธได้.....

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel