สั่งลงโทษองครักษ์ 2
องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองค้อนพี่ชายของตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียงโดยไม่คิดจะล้างหน้า เปลี่ยนชุด หรือแม้แต่จัดแต่งทรงผมให้ดูดี นางใช้วิชาตัวเบาทะยานไปยังลานขี่ม้าทันที ก็เห็นกั๋วโม่โฉวที่สวมเพียงกางเกงสีดำนั่งคุกเข่าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่อนาทรต่อลมหรือเกร็ดหิมะแม้แต่น้อย เขาต้องหนาวมากเป็นแน่
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ขณะที่ยืนมองเขานิ่ง
แววตาแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาโดนลงโทษก็สมควรให้คนมาปลุกนางเพื่อช่วยเขาไม่ใช่หรืออย่างไร
“ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งให้กระหม่อมลุกขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่ท่านเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของข้า ท่านต้องฟังคำสั่งของข้าสิ”
“กระหม่อมมีความผิดที่ดูแลองค์หญิงไม่ดีพอ สมควรถูกลงโทษแล้ว”
“คนที่ผิดคือข้า โอ๊ย! ทำไมท่านต้องยอมให้เสด็จพี่รังแกอยู่เรื่อย เขาเห็นท่านเป็นอะไรจึงชอบทารุณไม่หยุดหย่อน”
องค์เฟยฮุ่ยโวยวายอย่างเหลืออด นางจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ตั้งแต่เสด็จพี่พระองค์โตของนางครองบัลลังก์ ก็กลายเป็นคนบ้าอำนาจ มองโลกในแง่ร้าย ชอบลงโทษผู้คน นางอยากให้มีใครสักคนมาลงโทษเขาเสียบ้าง เอาให้ช้ำใจตายไปเลย
“เฟยฮุ่ย! ปล่อยเขาเอาไว้อย่างนั้น เมื่อวานเจ้ากลับมายามอิ๋น ข้าก็จะให้เขานั่งจนถึงยามอิ๋นเช่นกัน”
ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตะโกนออกมาจากศาลาสังเกตการณ์ของสนามม้า ซึ่งอยู่ในร่มบังแดดบังลมได้เป็นอย่างดี
“เสด็จพี่บ้าไปแล้วหรือ อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ พระองค์ไม่ลองมานั่งคุกเข่าเองเล่า จะได้รู้ถึงมาเจ็บปวด”
แม้ร่างกายจะทุกข์ทรมาน แต่การเห็นนางเป็นเดือดเป็นร้อนเพื่อเขาถึงเพียงนี้ กลับทำให้กั๋วโม่โฉวสุขใจเป็นอย่างยิ่ง หากต้องให้นั่งคุกเข่าไปถึงยามอิ๋นเขาก็ยินดี
“เจ้าจะบ้าหรือ ถึงคิดจะให้กษัตริย์ไปนั่งคุกเข่า”
ก็บ้าจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้นางโมโหเสียจนแทบอยากจะท้าประลองดาบกับเสด็จพี่ฮ่องเต้เสียด้วยซ้ำ
“น้องจะเป็นบ้าก็เพราะพระองค์นั่นแหละ ถอนคำสั่งลงโทษเขาเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ถอน!”
หญิงสาวทำปากขมุบขมิบราวกับบ่นอะไรอยู่คนเดียว แล้วมองพี่ชายของตัวเองตาขวาง
“องค์หญิงพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เป็นไร การลงโทษเท่านี้ถือว่าสถานเบาแล้ว”
“เบากับผีน่ะสิ! หิมะแทบจะถมร่างของท่านอยู่แล้ว”
ทั้ง ๆ ที่นางถลึงตาใส่ แต่กลับทำให้กั๋วโม่โฉวสุขใจเป็นอย่างยิ่ง ในสายตาของเขานางช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน ยิ่งในตอนที่เป็นห่วงเป็นใยเขาเช่นนี้ ยังต้องให้คนต่ำต้อยเช่นองครักษ์หนุ่มผู้หนึ่งต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกเล่า กระนั้นสีหน้าของกั๋วโม่โฉวยังคง
เฉยชา ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกไป
“น้องหญิง! เจ้าดูสภาพตัวเองเสียบ้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย รองเท้าก็ไม่ได้สวมใส่ กลับมายืนท่ามกลางลมแรง
ไม่ขายหน้าผู้อื่นหรือไร”
“ไม่! ข้าจะยืนอยู่ข้างๆ เขาจนถึงยามอิ๋น”
หากนางพูดเช่นนี้ออกไป มีหรือเสด็จพี่ของนางจะทนไหว เขาไม่มีทางยอมให้นางยืนท่ามกลางลมหนาวเป็นแน่
“ตามใจเจ้า อยากยืนก็ยืนไป”
“...”
ฮ่องเต้กลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ว่าน้องสาวของตัวเองจะต้องทนหนาวขนาดไหน ทำให้นางถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะกลายเป็นความเดือดดาลเกินระงับ นับวันพี่ชายของนางเริ่มจะมีจิตใจอำมหิตเข้าไปทุกที
องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองตามแผ่นหลังของชายผู้สวมอาภรณ์มังกร จากนั้นนางก็เริ่มเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างไร้ความลังเล
“องค์หญิง! อย่าทำเช่นนี้”
คนที่ร้อนใจหนักกว่าใครคือกั๋วโม่โฉว จะให้ผู้อื่นมาเห็นเรือนร่างของนางได้อย่างไร ต่อให้ในที่ตรงนี้มีเพียงเขากับฮ่องเต้ที่ไม่ได้ตอนเป็นขันที ก็ให้คนเหล่านั้นมองไม่ได้
“ฝ่าบาท! องค์หญิงเปลื้องผ้า”
พอฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบหันกลับมา แล้วมองน้องสาวตัวเองด้วยแววตาดุร้าย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ในขณะที่นางกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
“เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะยอมเจ้าหรือ”
“ก็ไม่ได้จะทำให้พระองค์ยอม”
“รีบใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”
ตะโกนคุยแบบนี้ไม่เจ็บคอหรืออย่างไร นางไม่พูดกับเขา
แล้ว เชิดหน้าแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดคลุมสีขาวด้านในแล้วทำท่าจะแกะปมเชือกที่มัดเสื้อเอาไว้ ทำให้กั๋วโม่โฉวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข
“องค์หญิง! ท่านสวมเสื้อผ้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านจะลุกหรือไม่ลุก”
“องค์หญิง!”
“ถ้าท่านไม่ลุก ข้าจะแก้ผ้านั่งคุกเข่าเป็นเพื่อนท่านจนถึงยามอิ๋น”
ฝ่ายหนึ่งก็เจ้าเหนือหัว อีกฝ่ายก็เจ้าหัวใจ จะให้องครักษ์
ต่ำต้อยเช่นเขาทำอย่างไรได้กันเล่า ชายหนุ่มรีบเก็บเสื้อผ้าของนางที่กำลังพัดไปตามแรงลมกลับมา แล้วห่อหุ้มร่างที่เกือบจะเปลือยเปล่าเอาไว้ แต่นางกลับแย่ง ก่อนจะโยนมันทิ้งให้ปลิวไปไกลจนติดอยู่บนยอดต้นไม้
“ท่านลุกได้เสียที”
“องค์หญิง!”
กั๋วโม่โฉ่วกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ทำไมนางต้องดื้อรั้นขนาดนี้ด้วย จำเป็นมากนักหรือที่ต้องห่วงเขาขนาดที่ยอมเปลื้องผ้าต่อหน้าข้าราชบริพารในวัง
“น้องหญิง! เจ้าช่างดื้อรั้นนัก”
ฮ่องเต้จนด้วยหนทางที่จะหาวิธีลงโทษนางได้จริงๆ ซึ่งเขาก็
น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าถ้าทำได้เสด็จพ่อคงทำสำเร็จไปตั้งแต่ตอนที่ยังไม่สิ้นพระชนม์ ส่วนเขาเป็นพี่ชาย นางจะเกรงใจได้อย่างไรกัน
“ถอนคำสั่งลงโทษเขาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะถอดจนไม่เหลืออาภรณ์ติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว”
“เจ้า!”
หากไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ องครักษ์หนุ่มคงรีบโอบกอดนางเอาไว้ ไม่ยอมให้ผิวเนียนสวยต้องลมหนาวเด็ดขาด ตอนนี้ต่อให้ต้องตาย เขาก็ขอขัดรับสั่งของฮ่องเต้ เพราะไม่อาจทนเห็นองค์หญิงเฟยฮุ่ยทำในสิ่งที่ไม่ควรทำได้จริงๆ
“บัดซบ! เจ้าจะทำให้ข้าโมโหตายให้ได้เลยใช่หรือไม่”
คนเป็นพี่ชายตะโกนก้อง ในขณะที่น้องสาวกลับไม่พูดไม่จาอะไร แล้วทำท่าเหมือนจะปลดอีกชิ้น จนหน้าอกอวบอิ่มปรากฏต่อสายตา กั๋วโม่โฉวรีบตะคลุบชายเสื้อของนางไว้ทันที ส่วนฮ่องเต้ก็กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับแทบจะระเบิดออกมา
“เสด็จพี่ไร้เหตุผล แล้วข้าจำเป็นต้องทำตัวมีเหตุผลหรือ”
“ข้าไม่ได้ไร้เหตุผล”
“ไร้เหตุผลสิ ท่านแต่งตั้งเขาให้เป็นองครักษ์ของหม่อมฉัน ดูแลไม่ให้หม่อมฉันได้รับอันตรายใดๆ แต่เมื่อคืนหม่อมฉันกลับวังช้า ทว่าก็ไร้รอยขีดข่วน ไม่ได้เลือดตกยางออกเช่นนี้ถือว่าเขาทำผิดหน้าที่
หรือเพคะ”
“...”
“หากเสด็จพี่ต้องการให้เขาคอยจับตามองพฤติกรรมของหม่อมฉันไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางก็ตรัสมา ต่อไปยามหม่อมฉันออกจากวัง จะได้ไม่ต้องบอกกล่าวใคร เพราะหม่อมฉันไม่ต้องการคนคุมความประพฤติ”
ไม่ใช่เพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ตัวชาวาบไปกับคำขู่ของนาง
แต่กั๋วโม่โฉวเองก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยถ้าหากนางจะออกจากวัง ก็ควรมีเขาตามไปด้วยทุกที่ นางควรบอกกล่าว ไม่ใช่ออกไปเฉยๆ โดยไม่มีใครรู้
“เจ้ามันดื้อรั้น มีน้องสาวเช่นเจ้าทำให้ข้าปวดหัวเหลือเกิน ตามใจเจ้า! ข้าไม่ลงโทษแล้ว โม่โฉว! พานางกลับไปตำหนักเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าให้นางแก้ผ้าต่อหน้าใครอีก”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
กั๋วโม่โฉวถือวิสาสะอุ้มองค์หญิง แล้วใช้วิชาตัวเบารีบตรงดิ่งกลับไปยังตำหนักของนางทันที ตอนนี้เขาโกรธเสียจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหวแล้ว
ด้านองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอง หลังจากสะบัดชายชุดคลุมมังกรเสด็จจากมาได้พักใหญ่แล้ว ก็พลันต้องทอดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยทรงรู้สึกปวดประสาทกับน้องสาวผู้นี้นัก
ทั่วทั้งวังหลวงเอง คงจะมีเพียงองค์หญิงแปดหวังลู่เสวียนราชทินนามเฟยเฉินตัวน้อย ที่งดงามเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ งดงามกระจ่างใสประดุจไข่มุกทะเลน้ำดีนั่นกระมัง ที่พอจะทำให้พระองค์รู้สึกเบาสบายใจขึ้นมาได้ ว่าน้องสาวผู้นี้อนาคตข้างหน้าคงจะได้ตบแต่งกับบุรุษที่ดีงามเพียบพร้อมตามทำนองคลองธรรมที่สายพระเนตรของพระองค์ทรงพิจารณาดูแล้วว่ามีความเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งแน่นอน...
