บท
ตั้งค่า

บทนำ 2

“เจ้ามั่นใจหรือ” หลี่เซวียนและหม่าชิงเหลยเองก้าวเข้ามา

“ข้าเป็นถึงผู้คุมกฎวังบุปผาใต้ มีหรือจะแยกแยะกระพรวนบุปผาแต่ละรุ่นไม่ออก กระพรวนบุปผาจะมีการสลักสัญลักษณ์บุปผาเพื่อระบุตัวตนของสมาชิกพรรค คนนอกอาจเข้าใจว่าเพียงกระพรวนก็แสดงว่าเป็นคนของวังบุปผา แต่คนของเราเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ กระพรวนบุปผาแต่ละอันจะใช้นามของรองประมุขเหนือใต้แสดงตัวตนของพวกนาง กระพรวนนี้ไม่มีสัญลักษณ์ใด ย่อมต้องเป็นของปลอม”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีเพราะนี่เป็นสิ่งที่พวกเขาเองก็เพิ่งได้รู้ เนื่องจากพวกเขารู้จักเพียงกระพรวนบุปผา หาได้ล่วงรู้เรื่องสัญลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

“เรื่องนี้...” หม่าชิงเหลยขมวดคิ้ว เขามองสัญลักษณ์ที่ป๋ายฉานแสดงให้ตนดู ก่อนจะพิจารณากระพรวนที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเขาก็เห็นจริงดังที่นางกล่าวอ้าง

“ไม่คิดว่าคนของฝ่ายธรรมะจะต่ำช้าใส่ร้ายพวกเราฝ่ายมาร ใช้คนหมู่มากคิดจะรังแกคนส่วนน้อย หรือนี่คือข้ออ้างที่ส่งเทียบเชิญเรามาเข้าร่วมการชุมนุม” หลินเจ๋ออี้กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“รองประมุขหลิน ท่านใจเย็นก่อนเถิด เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนอย่างเป็นกลางอย่างแน่นอนข้ารับรอง พี่เกา น้องโจว ทั้งสองก็สงบจิตใจเถิด เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนเพื่อหาคนผิดมาให้พวกท่าน ดังนั้นหากยังไม่ได้ข้อสรุปขอพวกท่านอย่าได้ทำอะไรวู่วาม นี่เป็นเรื่องที่กระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร อย่างไรข้ารับปากว่าจะสอบสวนอย่างเป็นธรรมแน่นอน”

แม้จะหนักใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นยามที่เขาตั้งใจจะล้างมือจากยุทธภพ แต่หลี่เซวียนก็จำต้องรับหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริงนี้

ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง

“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดา

เรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน

“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”

“ขอรับท่านพ่อ”

หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุด

ทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะ

อีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิง พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์อันเคร่งเครียด เนื่องจากการมาครั้งนี้พวกเขานำกำลังมาน้อยมาก

ยิ่งเป็นคนของวังบุปผาด้วยแล้ว พวกนางเดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมเพียงหกคนเท่านั้น หากจะมองจากเรื่องที่เกิดขึ้นพวกนางนับว่าเสียเปรียบมากหากเกิดการปะทะ

“เรื่องนี้ข้าไม่อาจตัดสินใจเพียงลำพัง ข้ามาในฐานะตัวแทนวังบุปผา จะจากไปเฉย ๆ เช่นนี้ไม่ได้ หากข้าจากไปย่อมกลายเป็นว่าข้าหนีความผิด วังบุปผาไม่ได้ทำสิ่งใดไยต้องเกรงฝ่ายธรรมะ หากพวกเขากล้าลงมือ ก็ให้พวกเขามา ข้าพร้อมยืนหยัดเพื่อวังบุปผา”

ป๋ายฉานเอ่ยเสียงเครียด หลังจากหลินเจ๋ออี้เสนอให้กลับไปพร้อมกับเขา เพราะเรื่องนี้เขาสงสัยว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะร่วมมือกันป้ายสีฝ่ายมาร

“เราแบ่งคนมาจากวังบุปผาเหนือใต้เพียงฝั่งละสามคน แน่นอนว่าเสียเปรียบ ข้าจะส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขใต้ ส่วนพวกเจ้าส่งข่าวไปยังท่านรองประมุขเหนือ”

นางหันไปสั่งการณ์คนของตน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล ได้แต่หวังว่าครั้งนี้นางจะตัดสินใจถูกต้อง

“สองนางมารเดินทางมายังกวงหมิงซาน เรื่องนี้ช่างน่าสนุกโดยแท้ ได้! หากเป็นเช่นนี้หุบเขาพยัคฆ์เพลิงก็จะรั้งอยู่ที่นี่กับพวกเจ้า ข้าจะดูสิว่าฝ่ายธรรมะมีเล่ห์กลใด”

หลินเจ๋ออี้กล่าวจบก็พยักหน้าแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงป๋ายฉานที่ยังคงมีสีหน้าหนักใจ

นางไว้ใจใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะ หรือหลินเจ๋ออี้ผู้นี้...
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel