บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.8

เยว่ป่ายเหอพยักหน้าราวเห็นด้วย นางผายมือไปด้านหน้าให้เขาก้าวไปก่อน จากนั้นนางก็ก้าวตามไป ทั้งสองเดินไปตามทางเดินซึ่งแม้ไม่มีผู้นำทางก็พอจะรู้ว่าต้องไปทิศทางใด เนื่องจากบ่าวไพร่ของตระกูลหม่าต่างก็มุ่งตรงไปตามทางเดินดังกล่าว

ความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนยังคงสามารถเอาชนะทุกสิ่ง...

“ท่านถูกพิษได้อย่างไร” เยว่ป่ายเหอเอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้มองเขา นางยังคงก้าวเดินไปเรื่อย ๆ เช่นกันกับหลี่เทียนที่ไม่แม้แต่จะชะงักในยามที่ได้ยินคำถามของนาง

“ข้าเองก็จำไม่ได้แล้ว”

ทั้งสองไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อจากนั้น เนื่องจากเดินมาถึงยังห้องของสาวใช้หนึ่งเดียวที่เป็นผู้พบศพคนแรก “โดนสังหารจริง ๆ ด้วย” เยว่ป่ายเหอส่ายหน้าอย่างแสนเสียดาย

นางยังไม่ได้สอบถามสาวใช้นางนี้ อีกฝ่ายก็ถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว

หลี่เทียนเสียงหันไปมองนางแวบหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปยังที่เกิดเหตุ ด้านหลังยังมีเหล่าผู้อาวุโสที่เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน พวกเขายังไม่ได้สังเกตเห็นหญิงสาว เนื่องจากความสนใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปยังร่างแน่นิ่งที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ

“ผู้ใดเป็นผู้เห็นเหตุการณ์” หลี่เทียนเสียงเอ่ยถาม

“ข้าน้อยขอรับ” หนึ่งในยามเฝ้ารักษาการก้าวออกมาก้าวหนึ่ง “เมื่อครู่มีสาวใช้นำอาหารมาให้นาง แต่จากนั้นไม่นานกลับมีสาวใช้อีกคนนำอาหารเข้ามาอีก ข้าเห็นว่าไม่ชอบมาพากลจึงเร่งเปิดประตูเข้ามาดู กว่าจะรู้ว่านางโดนยาพิษนางก็อยู่ในสภาพนี้แล้วขอรับ”

“แล้วสาวใช้ผู้นั้นเล่า ผู้ที่นำอาหารเข้ามา” หลี่เทียนเสียงเอ่ยถามขึ้นอีกประโยค

“คนของเราตามไปแล้วขอรับ ดูเหมือนคนของวังบุปผาและคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิงเองก็ตามไปด้วยเช่นกัน คาดว่านางคงหนีไปไหนไม่รอด”

ไม่นานนักผู้ที่ไล่ล่าตัวคนร้ายก็กลับมา ทั้งยังได้ตัวคนก่อเหตุกลับมาด้วย สาวใช้ผู้นั้นกวาดสายตามองไปรอบห้อง ในปากของนางยังมีเศษผ้าอุดเอาไว้ เพราะเกรงว่านางจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย

เมื่อเห็นว่าคนร้ายเป็นสตรี สี่ตระกูลใหญ่จากฝ่ายธรรมะตกลงให้คนของวังบุปผา และสาวใช้ของตระกูลหม่าเป็นคนตรวจค้นบนตัวของนาง ซึ่งแน่นอนว่าบนตัวสาวใช้คนนั้นยังคงมีกระพรวนบุปผาปลอมอีกอันซุกซ่อนอยู่

ภายในห้องเงียบกริบทันทีที่ทุกคนหันไปมองใบหน้าของรองประมุขเยว่ ผู้ซึ่งเพิ่งจะเดินทางมาถึงกวงหมิงซาน

หลิวหรงยิ้มเย็น ก่อนจะลุกขึ้นก้าวเดินมายังตรงหน้าสาวใช้ผู้นั้น “ถึงกับกล้าล้อเล่นกับวังบุปผา” นางก้มลงมองสาวใช้ที่นั่งตัวสั่นไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ป๋ายฉานลอบเงยหน้าสบตากับจื่อเยียน นางกลั้นยิ้มเมื่อเห็นท่าทีที่ลอกเลียนมาจากรองประมุขเยว่ไม่ผิดเพี้ยนของหลิวหรง

จื่อเยียนลอบหันไปมองรองประมุขตัวจริง ซึ่งยังคงนั่งมองกระพรวนปลอมที่สาวใช้ของคฤหาสน์ตระกูลหม่าวางเอาไว้

รองประมุขเยว่ของพวกนางไม่สนใจการสอบสวนตรงหน้า กลับเอาแต่จ้องข้าวของในมือด้วยดวงตาพราวระยับไปด้วยความขบขัน เล่นบทบาทกุนซืออย่างสนุกสนาน ดูสมจริงจนนางแทบอยากจะร้องไห้ออกมา

...รองประมุขของนางมาเพื่อเที่ยวเล่นจริงเสียกระมัง

“ยังคงเป็นของปลอม” เยว่ป่ายเหอวางกระพรวนบุปผาลง นางก้าวเข้ามานั่งลงบนปลายเท้า ก่อนใช้พัดเชยคางสาวใช้ผู้นั้นขึ้น “ผู้อาวุโสหม่า ไม่ทราบว่าสาวใช้ผู้นี้เข้ามาในตระกูลหม่านานแล้วหรือ”

“แม่นางอวี้เหลียน สาวใช้ผู้นี้เป็นสาวใช้ก้นครัวมาสองปีแล้ว”

พ่อบ้านตระกูลหม่าเป็นผู้ที่ตอบแทน เขาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนยื่นสมุดรายชื่อสาวใช้ออกมา หลี่เทียนเสียงรับเอาไว้เสียเอง ก่อนกวาดสายตามองรอบหนึ่ง

“เสี่ยวลี่เอ๋อร์ ถูกบิดามารดาขายมาเพื่อใช้หนี้ หลังจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่นา” พ่อบ้านตระกูลหม่ายังคงเอ่ยต่อไป “สาวใช้ที่ตายไปคือเสี่ยวหมิ่นเอ๋อร์ ทั้งสองถูกรับเข้ามาไล่เลี่ยกัน”

“เป็นสาวใช้ก้นครัวแต่กลับแต่งตัวงดงามเฉิดฉันท์ ใบหน้าหรือก็นวลเนียนเปล่งปลั่ง” เยว่ป่ายเหอเลิกคิ้วมองสำรวจร่างอรชรที่ตัวสั่นงันงก “เห็นชัดว่าการเป็นอยู่ของสาวใช้คฤหาสน์ตระกูลหม่านั้นดียิ่ง”

หลิวหรงเองก็เลิกคิ้วมองพ่อบ้านตระกูลหม่า

“เรื่องนั้น...” หม่าเซียวหรานกระแอม “นาง...นางเคยเป็นสาวใช้คอยอุ่นเตียงให้ข้าเอง ตอนนี้ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์แล้วจึงส่งนางไปก้นครัว” เขาเกิดความเก้อกระดากเล็กน้อยในยามที่เอ่ย

“ข้าจะดึงผ้าออกและถามคำถามเจ้าสองข้อ หากเจ้าพยายามกัดลิ้นฆ่าตัวตาย ข้าจะตามหาครอบครัวเจ้าสังหารทุกชีวิตจนสิ้น ก่อนจะจับเจ้าแก้ผ้าแล้วแขวนเอาไว้ยังประตูโรงเตี๊ยมทางขึ้นเขา” หลิวหรงยิ้มเย็นในยามที่เอ่ยประโยคนั้น

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกทันทีที่ได้ยิน กระนั้นกลับไม่มีใครกล่าวอะไร เนื่องจากคนของวังบุปผาทุกคนหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีผู้ใดจะคัดค้านหรือไม่

แม้จะมีท่าทีไม่เห็นด้วย แต่คนของฝ่ายธรรมะทุกคนกลับเงียบงัน มีเพียงพ่อบ้านตระกูลหม่าที่อ้าปากพะงาบ ๆ แต่ก็ถอยหลังกลับไป เมื่อสบตากับหลิวหรงที่หันมามองเขาพอดี
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel