บทที่ 1.6
“แปลกหรือ” เยวี่ยเทียนฉีหันกายไปทิศทางของเสียง เชือกถักสีแดงในมือยังคงถูกเกาะกุมเอาไว้ วันนี้เขานัดพบกับเยวี่ยเสียนเฉิงเพื่อไปเยี่ยมพระพันปีหลวงที่สำนักนางชี และต้นหูกวางริมลำธารวัดหยุ่นเหอแห่งนี้คือสถานที่นัดพบ
ในตอนที่เขากำลังนั่งหลับตาชื่นชมธรรมชาติบนต้นหูกวาง เขากลับไม่คาดว่าจะมีผู้ที่รู้จักสถานที่อันสงบเงียบแห่งนี้เช่นกัน
หญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังพร่ำพรรณนาถึงเรื่องที่นางกำลังเผชิญ เขาจึงเพียงแค่นั่งเงียบๆ อยู่ที่เดิมไม่กล้าแสดงตัว
“ยิ้มน่ะไม่แปลก แต่ส่งยิ้มให้เชือกถักนี่สิ ข้ายังไม่เคยเห็น” เยวี่ยเสียนเฉิงเดินเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากอีกฝ่ายหนึ่งช่วงแขน จึงมองเห็นเชือกถักอย่างชัดเจน “สวยจริง ท่านทำขึ้นเองหรือ ไม่ยักรู้ว่าท่านถักของพวกนี้เป็นด้วย ขอข้าได้หรือไม่” เยวี่ยเสียนเฉิงยื่นมือออกไป
เยวี่ยเทียนฉีรีบเก็บเชือกถักเส้นนั้นเข้าในอกเสื้อ “เจ้ามาแล้วก็รีบไปเถิด” เขาหมุนกายเดินไปหลังเปลี่ยนเรื่อง
“รอก่อน เชือกถักนั่นผู้ใดให้ท่านมา บอกข้ามานะท่านไม่ได้มีนิสัยหวงของกับข้ามาก่อน แสดงว่ามันมีความสำคัญ ข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย ท่านได้มันมายังไง” คำถามมากมายดังไล่หลังเยวี่ยเทียนฉีไป ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆ ตอบกลับมา
ร่างสูงที่กำลังเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวร่างอรชร ตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มคนที่นั่งอยู่ชั้นสองหอสุราซุนฮวา เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเป็นระยะนั้น ยังไม่เสียมารยาทเท่ากับเสียงหัวเราะ และคำพูดหยาบโลน ของเหล่าบุรุษที่นั่งร่ำสุราอยู่หลังม่านไม้ไผ่ ซึ่งถูกกั้นเอาไว้เป็นพิเศษ
“ข้าอิจฉามือปราบถานจริงๆ ที่กำลังจะได้แต่งคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซูเป็นฮูหยิน” หม่าหลิงฟู่กล่าวก่อนจะยื่นจอกในมือไปให้คนที่นั่งข้างๆ รินสุราให้
มองเห็นท่าทีกระตือรือร้นของถานเจียงที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับซูฉิงเยี่ยน ในใจของเขารู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายขึ้นมาจริงๆ
“เอ...ข้าได้ยินมาว่าตระกูลถานเพิ่งจะส่งแม่สื่อไปทาบทามเองมิใช่หรือ” กู่เซียวเลิกคิ้ว
ในบรรดาบุรุษที่มาด้วยกันสี่คน เขาคือบุรุษที่มีความโดดเด่นน้อยที่สุด เนื่องจากเขาเป็นเพียงบุตรชายคนรองของเจ้ากรมพิธีการ ทั้งยังเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ
เผิงเซี่ยหลี่ บิดาของเผิงอู่กวนเห็นว่าเขาอายุยังน้อย แต่สอบข้อเขียนได้คะแนนเต็มในการคัดเลือกมือปราบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ผ่านการสอบคัดเลือกด้วยการต่อสู้ แต่ก็ยังดึงกู่เซียวให้รับตำแหน่งที่ปรึกษาในจวนผู้ว่า
ด้วยอายุไล่เลี่ยกัน กู่เซียวจึงกลายเป็นสหายกับเผิงอู่กวน โดยที่เผิงเซี่ยหลี่คาดหวังให้เผิงอู่กวนเรียนรู้จากกู่เซียวบ้าง เนื่องจากทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่าเผิงอู่กวนบุตรชายผู้ว่านั้น ไม่เอาถ่าน วันๆ เขาเอาแต่ร่ำสุราเคล้านารีไม่เป็นอันทำอะไร “มีใครบ้างในจวนผู้ว่าจะไม่รู้ว่าซูเหวิ่นผู้นี้ยังคงละโมบในลาภยศชื่อเสียง เขาอยากได้มือปราบถานเป็นบุตรเขยจนตัวสั่น พอได้ยินว่ามือปราบถานจะตบแต่งฮูหยิน ก็รีบประเคนบุตรสาวคนโตให้มือปราบถานแทบไม่ทัน” ถ้อยคำดูหมิ่นอย่างเปิดเผยนั้นเป็นของเผิงอู่กวน
เขารู้จักซูเหวิ่นเป็นอย่างดี เนื่องจากบิดาของเขาคือผู้ว่าการเมืองหนิงเจี้ยน เมืองหลวงแคว้นเยวี่ย และในตอนที่ซูเหวิ่นยังคงเป็นมือปราบ ก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของบิดาเขา ซึ่งการที่มือปราบเพียงคนเดียวมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความเคารพนับถือจากชาวเมืองมากกว่าผู้ว่าการ ทำให้ทั้งเผิงอู่กวนและบิดาไม่ใคร่จะพอใจนักแต่ก็ทำอะไรซูเหวิ่นไม่ได้
“แต่ข้าว่ามือปราบถานมองการได้เฉียบแหลมยิ่ง ชาวบ้านทั่วทุกมุมในเมืองหลวงต่างก็ยังเคารพนับถือเขา หากมือปราบถานแต่งคุณหนูซูเป็นฮูหยิน แน่นอนว่าเขาที่เพิ่งจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้ามือปราบ ก็อาจพลอยได้รับความเคารพนับถือไปด้วย อีกอย่างคุณหนูตระกูลซูผู้นี้ แม้ไม่ได้งดงามหยาดเยิ้มเป็นหนึ่งในเมืองหลวง แต่ผิวพรรณเนียนละเอียดผุดผ่อง ทั้งยังท่าทีสุขุมเยือกเย็น ผิดกับคุณหนูตระกูลอื่นลิบลับ มือปราบถานแต่งนางเป็นฮูหยินนับว่าโชคดียิ่ง”
กู่เซียวยังคงจ้องมองไปยังร่างอรชรของซูฉิงเยี่ยนอย่างสนอกสนใจ
“เรื่องนั้นข้าหาได้สนใจไม่ เรื่องที่ข้าสนใจคือ...ผิวพรรณขาวเนียนนั้น หากว่าเข้าหอแล้วขึ้นเตียง พออยู่บนเตียงจะเป็นยังไง ฮ่าๆๆ นั่นๆ เจ้าดูสิทรวดทรงอ้อนแอ้นอรชร หากข้าได้อิงแอบแนบชิดนางสักคืน ข้าคง...” หม่าหลิงฟู่เอ่ยเสียงดัง ไม่สนใจว่าผู้ใดจะได้ยินหรือไม่
เขาถือตนว่าเป็นบุตรชายคนเดียวของเสนาบดีหม่าเจียจิ้ง ทั้งยังเป็นถึงคนสนิทของรัชทายาท จึงเย่อหยิ่งและวางอำนาจเหนือคนทุกผู้
เสียงหัวเราะของบุรุษทั้งสาม ทำให้หลายคนที่นั่งอยู่ชั้นสองส่ายหน้า หลายคนทราบดีว่าพวกเขาเป็นใคร เพราะทั้งสามเป็นสหายของถานเจียงที่เป็นลูกค้าประจำของหอสุราซุนฮวา
ก่อนหน้านี้ตอนที่กำลังนั่งอยู่บนชั้นสอง ถานเจียงมองเห็นรถม้าของตระกูลซูวิ่งเข้ามาจอดหน้าร้านเครื่องประดับ และเมื่อเขามองเห็นว่าผู้ที่ก้าวลงมาจากรถม้าก็คือซูฉิงเยี่ยน เขาไม่รอช้ารีบขอตัวกับสหายทั้งสามคนที่กำลังร่ำสุรา แล้วเดินลงมาหานางทันที
ตั้งแต่เขาได้เลื่อนจากเจ้าหน้าที่เล็กๆ ขึ้นมาเป็นมือปราบ เขาก็ได้พบกับซูฉิงเยี่ยน ในตอนที่เขาไปเยี่ยมเยียนซูเหวิ่นผู้เป็นดังอาจารย์อีกคนของเขา