บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 21 สมหวังเสียที หมู่บ้านก้าวหน้า

ในที่สุดวันที่หลี่ต้าหลางรอคอยก็มาถึง งานแต่งงานจัดขึ้นอย่างใหญ่โต แต่ชาวบ้านที่ไปร่วมยินดีกลับมีไม่มากนัก มีเพียงคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่ต้าหลางเท่านั้น ด้วยหลาย ๆ คนไม่พอใจกับการกระทำของเขา ถึงแม้ว่าแม่เฒ่าหลี่จะไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ แต่หลี่ต้าหลาง ก็ไม่สมควรทิ้งมารดาผู้ให้กำเนิดเอาไว้ที่ห้องเก็บฟืนเก่า

โชคของแม่เฒ่าหลี่ยังดีที่มีลูกชายที่ดีและกตัญญูเช่นหลี่เอ้อร์หลาง หาไม่แล้วแม่เฒ่าหลี่คงได้สิ้นชื่อก็คราวนี้ หลังจากงานแต่งงานของหลี่ต้าหลางผ่านพ้นไป ถึงแม้ว่าจะไม่มีแม่เฒ่าหลี่และหลี่เอ้อร์หลางมาร่วมงานแต่หลี่ต้าหลางกับแม่หม้ายหลูหาได้สนใจไม่ พิธีการยังดำเนินต่อไป ยิ่งไม่มีแม่สามีคอยกดขี่แม่หม้ายหลูก็ยิ่งชอบใจ

“ท่านพี่ ท่านแม่ไม่มาร่วมงานแต่งของข้ากับท่าน ท่านแม่คงเกลียดข้าจริง ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าอย่าได้คิดอันใดให้มากความ ในเมื่อนางไม่พอใจในตัวเจ้า เช่นนี้ก็ดี ตอนนี้นางอยู่บ้านเจ้ารองถือว่าพวกเราไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับนาง ตอนนี้พี่ว่าเจ้าอย่าได้คิดเรื่องอื่น เรามาทำเรื่องที่สมควรทำกันดีกว่า”

“เรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”

“ก็...เรื่องดีงามระหว่างสามีภรรยาเช่นไรเล่า ตอนนี้เราสมควรมีลูกให้เร็วที่สุด เจ้าว่าดีหรือไม่”

“นี่... ท่าน จะทำเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ กลางวันแสก ๆ ผู้ใดจะทำเรื่องเช่นนี้ได้กัน ท่านไม่อายผีสางเทวดาหรือเจ้าคะ” แม่หม้ายหลูปากบอกว่าอายผีสางเทวดา แต่แสดงท่าทียั่วยวนหลี่ต้าหลางเต็มที่ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือไม่เคยขัด

“ไม่เห็นมีอันใดต้องอายข้าจะเข้าหอกับภรรยา ผีสางเทวดายุ่งอันใดด้วยเล่า” ไม่ว่าเปล่าหลี่ต้าหลางขึ้นคร่อมแม่หม้ายหลูทันที จากนั้นฉากรักอันดุเดือดเร่าร้อนก็เริ่มขึ้น กว่าพายุสวาทจะจบลงก็กินเวลาไปสามชั่วยาม แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้แม่หม้ายหลูก็พอใจมาก เพราะหลี่ต้าหลางช่างถึงอกถึงใจนางจริง ๆ ส่วนรสรักที่แม่หม้ายหลูปรนเปรอให้ หลี่ต้าหลางเองก็พอใจมากเช่นกัน ช่างถึงอกถึงใจเขา ไม่เหมือนกับนางสงผิงจื่อ ที่ทึ่มทื่อเหมือนท่อนไม้ หน้าตาก็อัปลักษณ์

หลี่ต้าหลางตอนนี้เป็นดั่งภาษิตที่ว่าได้ใหม่แล้วลืมเก่าไปเสียอย่างนั้น ไม่ว่าหลี่ต้าหลางหรือแม่หม้ายหลูจะมีความคิดเห็นเช่นไรก็ไม่ส่งผลอันใดกับแม่เฒ่าหลี่และครอบครัวของหลี่เอ้อร์หลาง ตอนนี้แม่เฒ่าหลี่หายป่วยแล้ว ทั้งปรับเปลี่ยนนิสัยตนเองกลับมาเป็นท่านแม่ที่ทั้งใจดีมีเมตตา มีเหตุผลดังเช่นเมื่อสมัยหลี่เอ้อร์หลาง 5 ขวบ ทั้งตอนนี้ยังเป็นท่านย่าที่น่ารักและใจดีกับหลาน ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแม่สามีที่ดีกับลูกสะใภ้อย่างมาก

ทางด้าน ซ่งลี่ฉุน หลี่เต๋อฟู่ ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกวรยุทธ์ ที่หลินตงหยางสอนให้อย่างหนัก นอกจากนี้แล้วทั้งคู่ยังทำหน้าที่เป็นเสาหลักหาเงินเข้าบ้าน โดยมีหลินตงหยางเป็นผู้นำ นอกจากหลินตงหยางจะสอนวิชาการต่อสู้ให้กับท่านแม่และน้องสาวแล้วยังมีการสอนให้กับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ต้องการเรียนรู้โดยไม่ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย

เพราะเห็นตัวอย่างจากครอบครัวของหลี่เอ้อร์หลางไม่ว่าหลินตงหยางจะทำอันใดหรือชักชวนเด็กในหมู่บ้านทำอะไร พ่อแม่ของเด็ก ๆ เหล่านั้นย่อมเห็นดีเห็นงามไปด้วย ว่ากันว่าเดินตามหลินตงหยางย่อมมีอาหารกิน เงินทองไม่ขาดมือ ดูเหมือนว่าคำกล่าวเช่นนี้จะไม่เกินจริงเลย

การปลูกข้าวโพดแบบใหม่ที่หลินตงหยางแนะนำตอนนี้พวกเขาเห็นกับตาแล้วว่าต้นข้าวโพดมีการเจริญเติบโตที่ดี อีกทั้งยังใช้เมล็ดพันธุ์ น้อยลงมาก ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วเช่นเดียวกัน ข้าวสาลีฤดูหนาวตอนนี้ได้เก็บเกี่ยวไปแล้วผลผลิตต่อหมู่เพิ่มขึ้นมาก ผู้ใหญ่บ้านหลี่เจี้ยนผิงยิ้มหน้าบานเพราะเชื่อคำแนะนำของหลินตงหยาง จึงได้ให้ชาวบ้านทดลองปลูกตามวิธีที่เด็กชายแนะนำมา แต่ใครจะคิดว่าผลผลิตที่ได้จะเกินคาดขนาดนี้ จากที่เคยเก็บเกี่ยวข้าวสาลีได้หมู่ละ 150 ชั่งตอนนี้เพิ่มมาเป็นหมู่ละ 300 ชั่ง เรื่องนี้ทำให้ผู้ใหญ่บ้านดีใจมาก

หลังจากจ่ายภาษีให้กับทางการแล้ว ชาวบ้านยังมีอาหารเหลือ อีกมาก หากเป็นเช่นนี้แล้วพอฤดูหนาวมาถึงชาวบ้านก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่นนี้แล้วต่อไปคงไม่มีชาวบ้านคนใดอดตาย เมื่อมีอาหารการกินที่เพียงพอ

นอกจากหลินตงหยางจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกพืชผักแล้ว ยังได้ค้นพบว่าผลของต้นน่ารำคาญที่ปกติชาวบ้านคิดว่าเป็นสิ่งของไร้ประโยชน์ แต่ผู้ใหญ่บ้านเองไม่รู้ว่าหลินตงหยางรู้ได้อย่างไรว่า ปุยขาว ๆ ที่ชอบลอยตามลมมาติดกับเสื้อผ้า หรือ สิ่งของอย่างอื่น แต่หลินตงหยางกลับนำปุย สีขาวนั้นมาใช้บุเสื้อกันหนาว ทำฟูกนอนที่ทั้งนุ่มและอุ่น ทำหมอนที่ทั้งนุ่มและหนุนสบาย จากสิ่งไร้ค่ากลับกลายเป็นสิ่งของที่ล้ำค่าไปเสียอย่างนั้น

หลี่เจี้ยนผิงเองไม่เคยสงสัยในคำพูดของหลินตงหยางสักครั้ง เขาเชื่ออย่างหมดใจว่าหลังจากที่ถูกแม่เฒ่าฉีกุ้ยเถียนทุบตีปางตายพอหายจากอาการบาดเจ็บ เด็กคนนี้ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หลี่เจี้ยนผิงรู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้ต้องได้รับพรจากทวยเทพมาแน่นอน นี่เป็นเหตุผลที่ว่าไม่ว่าหลินตงหยางจะอยากทำอันใดเพื่อประโยชน์ของชาวบ้าน เขาจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยไม่เคยกังขาเลยสักนิด

นานวันเข้าหลินตงหยางเหมือนมีหน้าที่ให้คำปรึกษากับหลี่เจี้ยนผิงไปโดยปริยาย ตอนนี้หมู่บ้านเจียชุนถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในระยะทางสิบลี้แปดหมู่บ้าน และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนี้ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลินตงหยางแน่นอน อาหารการกินสมบูรณ์ ชาวบ้านย่อมมีความสุขยิ้มรับกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลินตงหยางรวมกลุ่มกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านตามปกติของวันหยุดที่ไม่ได้ไปโรงเรียนส่วนตัวที่หมู่บ้านข้าง ๆ ทุก ๆ วันหยุดของโรงเรียน ตอนเช้าเด็ก ๆ ในหมู่บ้านไม่เว้นแม้แต่เด็กหญิงจะรวมกลุ่มกันฝึกวิชาการต่อสู้ จากนั้นจะรวมกลุ่มกันขึ้นเขาเพื่อไปหาของป่าและล่าสัตว์ ส่วนตอนบ่ายจะเป็นการสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ โดยผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนเตรียมสถานที่สำหรับให้เด็ก ๆ ได้เรียนหนังสือ โดยการสร้างโรงเรียนขนาดเล็กเอาไว้ด้านข้างศาลบรรพชน

“ตงหยาง วันนี้พวกลูกจะพาเด็กในหมู่บ้านขึ้นเขาหรือไม่”

“ไปขอรับท่านแม่ ท่านแม่กับน้องสาวจะไปด้วยกันหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ละ พวกลูกไปกันเถอะ แม่กับน้องสาวของเจ้ามีนัดปักผ้าลายใหม่กับป้าสะใภ้ของเจ้า ก่อนลูกขึ้นเขาช่วยวาดลายปักใหม่ให้แม่จะได้หรือไม่”

“ย่อมได้ขอรับท่านแม่ อันที่จริงข้าวาดเอาไว้หลายวันแล้วแต่ลืมเอาให้ท่าน ท่านแม่รอสักครู่นะขอรับ ข้าจะไปหยิบมาให้”

“ได้จ้ะ ขอบใจลูกมาก”

หลินตงหยางเดินเข้าไปในห้องหนังสือหยิบภาพวาดลายปักที่วาดเอาไว้ทั้งหมดมาให้กับผู้เป็นมารดาก่อนจะพาเสี่ยวไป๋กับเสี่ยวเฮยออกไปรวมกลุ่มกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้านที่ทางขึ้นเขา เมื่อไปถึงก็พบว่าหลี่เต๋อฟู่กับ ซ่งลี่ฉุนมารออยู่ก่อนแล้ว

“ตงหยางเจ้ามาช้าเกินไปแล้วนะ”

“พี่ชาย ท่านจะรีบร้อนไปไหนกัน คนอื่นมาครบกันแล้วรึ”

“ครบหมดแล้วรอแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้น เออ จริงสิ ตงหยางข้าว่าอาสะใภ้รูปโฉมงดงาม หากวันหน้ามีคนหมายตาท่านแม่ของเจ้าจะทำเช่นไร”

“เหตุใดพี่ชายถึงถามเช่นนี้เล่า”

“ก็ข้าคิดว่าอาสะใภ้ทั้งสาวทั้งสวย ทั้งเก่งน่ะสิ หากมีคนมาสู่ขอมารดาเจ้าไปเป็นภรรยาเจ้าจะทำเช่นไร จะอนุญาตหรือไม่”

“ข้าก็ต้องดูก่อนว่าพวกเขาเป็นคนดีหรือไม่ สามารถดูแลท่านแม่ของข้าได้หรือไม่ ที่สำคัญ ท่านแม่ข้ามีใจรักใคร่กับเขาหรือไม่น่ะสิ ส่วนข้ากับน้องสาวไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ ท่านเคยได้ยินหรือไม่พ่อที่ดีคือพ่อใหม่น่ะ”

“น่าจะจริงอย่างเจ้าว่า ไปกันเถอะ เจ้าพวกนี้รอนานแล้ว”

“ตกลง เอาละทุกคน วันนี้ข้าจะสอนวางกับดักและขุดหลุมกับดักนะ พวกเจ้าจับคู่กัน ใครจะจับคู่กับใครก็แล้วแต่พวกเจ้า กฎมีเพียงพวกเจ้าทุกคนต้องรักและสามัคคีกันถ้อยทีถ้อยอาศัยห้ามทะเลาะเบาะแว้ง ห้ามลักขโมย ห้ามเห็นแก่ตัว เข้าใจหรือไม่”

“ลูกพี่ ท่านมั่นใจหรือว่ากฎมีข้อเดียว” หลิวอวิ๋นเจ้าอ้วนจอมซุกซนถามขึ้น

“ข้าบอกว่าข้อเดียวก็ข้อเดียวสิ เจ้าอ้วนหลิว เจ้ามีปัญหาอันใด”

“ไม่มีขอรับ ไม่มี ข้าไม่กล้ามีปัญหาแน่นอน”

ในตอนที่พวกเขากำลังจะเดินทางขึ้นเขา หลี่เจี้ยนอันหลานชายของผู้ใหญ่บ้านก็วิ่งสะพายตะกร้าไม้ไผ่ในมือยังมีธนูถือมาด้วย ปากก็ร้องตะโกนว่า “รอข้าด้วย รอข้าก่อนข้าขอไปด้วยคน”

“พี่ชายเจี้ยนอัน ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือขอรับ”

“ตงหยาง ข้ามาถึงเมื่อสักครู่ พอดีท่านปู่บอกว่าพวกเจ้ารวมกลุ่มกันขึ้นเขา ข้าเลยอยากไปด้วย ข้าอิจฉาพวกเจ้านักที่ได้ฝึกวิชาต่อสู้และได้ทำเรื่องดี ๆ ด้วยกัน”

“ท่านจะอิจฉาพวกข้าไปทำไมกัน ท่านเป็นบัณฑิตแล้วต้องร่ำเรียนเขียนอ่าน พวกข้าพอรู้หนังสือนิดหน่อยเท่านั้นย่อมต้องเรียนรู้การเอาตัวรอดและดูแลปากท้องของครอบครัว ลูกพี่สอนเอาไว้ว่าเกิดเป็นคนต้องไม่ขี้เกียจมิเช่นนั้นจะอดตาย” เจ้าผอมซูเย่พูดออกมาด้วยท่าทีภาคภูมิใจ

“เช่นนั้นลูกพี่ของเจ้าก็สอนได้อย่างถูกต้องแล้ว ถึงข้าจะเป็นบัณฑิต แล้วลูกพี่ของเจ้าไม่ใช่หรือ อีกทั้งยังเก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊อีก แล้วแบบนี้จะไม่ให้ เอาเป็นแบบอย่างได้เช่นไร”

“พอได้แล้วน่า ไม่ต้องชมข้ามากมาย รีบ ๆ ไปกันเถอะ ประเดี๋ยวจะสาย”

เด็ก ๆ ในหมู่บ้านต่างเดินขึ้นเขาไปด้วยความสนุกสนานครื้นเครง ถึงแม้ว่าสมัยโบราณจะมีกฎเกณฑ์ระหว่างหญิงชาย แต่หลินตงหยางหาได้ ใส่ใจไม่ ดูเหมือนว่าชาวบ้านเองก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน พวกเขาเพียงต้องการให้บุตรหลานของตนเองมีความรู้ความสามารถ ตราบใดที่ไม่มีเรื่องที่เสื่อมเสียมาถึงวงศ์ตระกูล

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel