ตอนที่ 19 ความอิจฉาเป็นเหตุ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้บ้านใหม่ของหลี่โกวต้านนั้นได้สร้างเสร็จแล้ว ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะผ่านไป ยิ่งเห็นความเจริญรุ่งเรืองของบ้านรอง นางสงผิงจื่อก็ยิ่งอิจฉา แต่ละวันร้อนใจเหมือนมีไฟสุมทรวงไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีแต่คนชื่นชมลูกบ้านรองว่าเป็นเด็กดีกตัญญู ยิ่งตอนนี้เจ้าเด็กเวร หลี่เสี่ยวจุนยังได้เข้าเรียนในโรงเรียนส่วนตัวอีกด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ นางสงผิงจื่ออดรนทนไม่ได้ นางจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะทำให้บ้านรองได้รับความเดือดร้อน และยิ่งทำให้พวกบ้านรองหายไปเลยยิ่งดี คนอย่างพวกบ้านรองโดยเฉพาะสะใภ้รองไม่มีสิทธิ์จะมีชีวิตสุขสบาย
ยิ่งคิดนางสงผิงจื่อก็ยิ่งอดรนทนไม่ได้ที่จะเห็นบ้านรองมีชีวิตที่ดีขึ้น หลี่เอ้อร์หลางที่ตอนนี้กลับมาเดินได้แล้วและสามารถทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ อีกไม่นานก็จะสามารถทำงานในทุ่งนาได้ ส่วนสะใภ้รองนั้นตอนนี้นางไม่ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนตอนที่ยังไม่แยกบ้านแล้ว แต่เดิมนางก็เป็นคนที่หน้าตางดงามคนหนึ่งยิ่งตอนนี้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทำให้นางยิ่งงดงามขึ้นไปอีก นางสงผิงจื่อเห็นว่าสะใภ้รองที่ตนเองข่มเหงมาตลอดตอนนี้งดงามขึ้นมีเสื้อผ้าใหม่สวมใส่ ไม่ต้องตรากตรำทำงานหนักดังเช่นเมื่อก่อน มีบ้านใหม่หลังใหญ่อยู่อาศัย เห็นแบบนี้แล้วนางไม่สามารถทนได้จริง ๆ นางต้องหาทางทำอันใดสักอย่างเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านรอง พวกบ้านรองไม่มีสิทธิ์อยู่ดีกินดีและมีชีวิตที่ดี นางยอมไม่ได้
หลังจากคิดหาวิธีขัดความเจริญของบ้านรองมาหลายวัน กลางดึก คืนหนึ่งนางสงผิงจื่อก็แอบย่องออกจากบ้านในขณะที่คนในบ้านนอนหลับ กันหมด นางเดินไปที่ห้องครัวแล้วหยิบเอาตะบันไฟจากนั้นเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของหลี่เอ้อร์หลาง เพื่อจุดไฟเผาบ้าน นางต้องการให้บ้านรองตกตายไปและที่ดินทำกินทุกอย่างจะได้ตกมาเป็นของบ้านใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะความอิจฉาริษยาหรือความชิงชังที่มีทำให้นางตัดสินใจทำสิ่งที่โง่เขลาในครั้งนี้
ในตอนที่นางสงผิงจื่อกำลังจุดไฟเผาบ้านอยู่นั้น หลี่เสี่ยวจุนตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะต้องการไปเข้าห้องน้ำ แต่ด้วยความขี้เกียจของเขา ห้องน้ำของบ้านใหม่อยู่อีกด้านของตัวบ้าน ทำให้เขาไปยืนฉี่อยู่นอกกำแพง ด้วยความที่ หลี่เสี่ยวจุนง่วงนอนมาก เขาเดินออกมาและยืนปลดเบาทั้งที่หลับตา ทำให้กองไฟที่นางสงผิงจื่อจุดนั้นดับ เท่านั้นยังไม่พอนางสงผิงจื่อยังโดนหลี่เสี่ยวจุนฉี่ราดหัวอีก ด้วยความโมโหนางลืมไปว่านางแอบมาจุดไฟเผาบ้านคนอื่น จึงได้ร้องโวยวายและทุบตีหลี่เสี่ยวจุน ด้วยเสียงก่นด่าที่ดังขึ้นในยามวิกาลและเสียงของหลี่เสี่ยวจุนที่พยายามตอบโต้นางสงผิงจื่อ ทำให้หลี่เอ้อร์หลาง และทุกคนในบ้านตื่นขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีซ่งเหอฉางและทุกคนในบ้าน รวมถึงหลินตงหยาง ต่างตื่นขึ้นมากลางดึกและมารวมตัวกันที่บ้านของ หลี่เอ้อร์หลางเพื่อดูว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น
“หยุดได้แล้วพี่สะใภ้ เหตุใดท่านถึงได้มาทุบตีลูกข้าในยามวิกาลเช่นนี้ ท่านมาทำอันใดที่บ้านข้ากัน” หลี่เอ้อร์หลาง
“ใช่แล้ว สะใภ้ใหญ่บ้านหลี่ บ้านหลี่ใหญ่อยู่ห่างจากที่นี่มากเจ้าวิ่งมาทำอันใดยามนี้ที่บ้านของหลี่เอ้อร์หลาง นี่มันเวลาเท่าใดแล้วเจ้ารู้หรือไม่” ซ่งเหอฉาง
“ทำไมข้าได้กลิ่นเหมือนอะไรไหม้ล่ะ นี่เช่นไรเล่ามีคนจุดไฟแต่ว่าตอนนี้ดับไปแล้ว หรือว่าท่านป้าสะใภ้ใหญ่แอบมาจุดไฟเผาบ้านแล้วโดน หลี่เสี่ยวจุนจับได้กัน” หลินตงหยาง
“เจ้าเด็กกำพร้าแซ่หลิน อย่าได้พูดจาพล่อย ๆ ใครจุดไฟอันใดกันข้าไม่ได้ทำ”
“ท่านไม่ได้ทำแล้วท่านมาทุบตีข้า ก่นด่าสาปแช่งข้าด้วยเหตุอันใด ข้ายืนปลดทุกข์ของข้าอยู่ดี ๆ ท่านจะอธิบายเช่นไรเล่า” หลี่เสี่ยวจุนตะโกนขึ้นด้วยความโมโห
“นี่พี่สะใภ้ท่านต้องการเผาพวกข้าทั้งครอบครัวให้ตกตายไปเลยหรือเจ้าคะ พวกข้าบ้านรองไปทำอันใดให้ท่านไม่พอใจนักหนา ตั้งแต่ข้าแต่งให้ เอ้อร์หลางท่านก็รังแกครอบครัวพวกเราสารพัด งานหนัก งานไร่ งานนาครอบครัวพวกเราทำงานเป็นวัวเป็นม้ามาตลอด พอเอ้อร์หลางขาหัก ท่านกับพี่สามีก็ยุยงให้ท่านแม่แยกบ้าน ตอนนี้พวกเราแยกบ้านกันแล้วและไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันอีก ท่านต้องการอันใดอีกเจ้าคะ” สะใภ้รอง
“ข้าไปแจ้งท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้านก่อน โกวต้านเจ้าจับนางไว้อย่าให้นางหนีไปได้เล่า”
“ตกลง ฝากเจ้าด้วยนะตงหยาง”
“หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้วจะทำอันใดข้าได้ ข้ายังไม่ทันได้ทำอันใดเลย จะมาจับข้าได้เยี่ยงไร”
“หลักฐานคาตาเช่นนี้ ท่านยังบอกว่าไม่ได้ทำอันใดอีกรึ เช่นนั้นข้าจะไปเรียกคนบ้านใหญ่มาดู เรื่องวันนี้พี่ใหญ่ต้องมีคำอธิบายให้ข้า ดีเท่าไหร่แล้วที่เสี่ยวจุนขี้เกียจไปเข้าห้องน้ำถึงได้มายืนปลดทุกข์ตรงนี้หาไม่แล้ว พวกข้าคงตายยกครัว ท่านมันจิตใจชั่วช้า เรื่องวันนี้ข้าไม่ยอมให้จบเช่นนี้แน่ ข้าจะแจ้งทางการ”
“หยุดนะหลี่เอ้อร์หลาง เจ้าจะแจ้งทางการไม่ได้ เจ้าไม่เคยได้ยินรึ พี่สะใภ้เปรียบดั่งมารดา เจ้าจะมาทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้”
“หาอะไรอุดปากนางจะได้หรือไม่ ข้ารำคาญ” ซ่งลี่ฉุน
“พี่ชายลี่ฉุนถุงเท้าเหม็น ๆ ของพี่ใหญ่ใช้ได้หรือไม่ขอรับ” หลี่เสี่ยวจุน
“อะไรก็ได้ รีบ ๆ อุดปากนางเร็ว ๆ เข้า แต่ข้าว่าถุงเท้าเหม็นบ้านเจ้า ยังเหม็นสู้ปากนางไม่ได้เลย” ซ่งลี่ฉุนปรายตามองนางสงผิงจื่อ
ไม่นานหลินตงหยางที่ไปตามผู้ใหญ่บ้านก็มาถึง หลี่เจี้ยนผิงรู้สึกว่าหากไม่ทำอันใดกับนางสงผิงจื่อเสียบ้างนางก็คงจะก่อเรื่องไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากบ้านซ่งย้ายออกไปทั้งครอบครัว ที่หมู่บ้านก็อยู่กันมาด้วยความสงบสุขเสมอมา แต่ตอนนี้นางสงผิงจื่อก่อเรื่องทุกสามวันห้าวันหากไม่หาทางลงโทษนางให้เข็ดหลาบเสียบ้างหมู่บ้านคงไม่มีทางสงบ
หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านมาถึงได้ไม่นานหลี่ต้าหลางที่ถูกน้องชายไปตามก็มาถึงด้วยความโมโห ผู้ใหญ่บ้านยังไม่ทันที่จะได้ลงมือทำอันใดก็ต้องตกใจกับการกระทำของหลี่ต้าหลาง ที่ยกเท้าขึ้นถีบนางสงผิงจื่อผู้เป็นภรรยาล้มหงายหลัง
“นางหญิงชั่ว นี่เจ้ากล้าจุดไฟเผาบ้านคนรึ หากเจ้าจะทำชั่วก็ทำไปเสียคนเดียวอย่าได้เอาข้ากับคนบ้านใหญ่ไปเกี่ยวข้อง”
“อื้อ อื้อ ๆ ๆ ๆ” นางสงผิงจื่อที่โดนอุดปากอยู่ไม่สามารถพูดได้ ทำได้แค่ลุกขึ้นมาชี้หน้าสามีตัวเองเท่านั้น
“เอาละ เอาละ ต้าหลาง อย่าเพิ่งลงไม้ลงมือกันเลย หลังจากนี้เจ้าจะทำเช่นไรกับนางก็แล้วแต่บ้านของเจ้าตกลงกัน ตอนนี้มาพูดถึงเรื่องที่มาจุดไฟเผาบ้านของเอ้อร์หลางกันก่อนดีกว่า พวกเจ้ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่”
“ผู้ใหญ่บ้าน ที่บ้านของข้าไม่มีใครรู้เรื่องที่นังบ้าคนนี้ทำเลยนะขอรับ แล้วเหตุใดข้าถึงจะต้องมาจุดไฟเผาบ้านน้องชายของตัวเองด้วย อันใดดีไม่ดีข้ารู้จักแยกแยะถูกผิด การกระทำครั้งนี้ของนางพวกข้าไม่รู้เห็นเลยขอรับ”
“เช่นนั้นแล้วเจ้าจะจัดการกับนางเช่นไร ถึงแม้ว่าในครั้งนี้ไฟจะถูกดับไปด้วยความบังเอิญ แต่ความบังเอิญของคนเราไม่ได้มีกันบ่อย ๆ หรอกนะ หากว่าครั้งหน้านางกลับมาจุดไฟเผาบ้านอีกจะทำเช่นไร”
“ผู้ใหญ่บ้าน ข้าจะหย่าขาดกับนาง จากนั้นให้ส่งนางให้กับเจ้าหน้าที่ทางการขอรับ ข้าเองไม่สามารถเก็บภรรยาที่ชั่วร้ายเอาไว้ได้ หากว่าวันดีคืนดีนางเกิดไปฆ่าคนอื่น หรือเผาบ้านคนอื่นขึ้นมาพวกข้าจะพลอยซวยติดร่างแหไปด้วย”
“แล้วเจ้าจะชดใช้ให้กับหลี่เอ้อร์หลางเช่นไร ถึงแม้ว่าไฟจะไม่ได้ลุกลามและทำความเสียหายให้กับตัวบ้านแต่ข้าเชื่อว่าพวกเขาคงตกใจไม่น้อย”
“เอ่อ เรื่องนี้ นี่มัน ยังไม่มีอันใดเสียหายไม่ใช่หรือขอรับ”
“ผู้ใหญ่บ้านขอรับ ข้าไม่ติดใจเอาความบ้านใหญ่ เพียงแต่ว่าบ้านใหญ่ต้องจัดการคนของตัวเอง อีกทั้งต่อไปนี้บ้านใหญ่กับข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก หากว่ามีคนจากบ้านใหญ่มาระรานบ้านรองของเราอีก ข้าจะส่งคนไปที่ศาลาว่าการทันทีให้เจ้าหน้าที่ทางการตัดสิน” หลี่เอ้อร์หลาง
“น้องรองเจ้าพูดจาเกินไปหรือไม่ คนบ้านใหญ่ไม่มีผู้ใดมารังแกครอบครัวของพวกเจ้า แต่เจ้าจะบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก เกินไปหรือไม่ ท่านแม่ยังเป็นท่านแม่ของเจ้าอยู่”
“แต่ตอนแยกบ้านท่านแม่ประกาศแน่ชัดแล้วว่าพวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก แม้ว่าข้าจะอดตายยากดีมีจนก็จะไม่ไปขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน”
“เช่นนั้นเจ้าอย่าได้มาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน”
“เช่นนั้นท่านก็ชดใช้ค่าเสียหายของกำแพงบ้านข้ามา แล้วไหนจะ ค่าทำขวัญลูกชายของข้าที่ตกอกตกใจอีก ท่านจะชดใช้ให้ลูกชายข้าอย่างไร”
“หลี่เอ้อร์หลางเจ้าอย่าไปไกลมากนัก ถึงเช่นไรก็ไม่มีอันใดเสียหาย ข้ามีให้แค่ 1 ตำลึง จะเอาไม่เอาก็เรื่องของเจ้า”
“เช่นนั้นก็จัดการคนของท่านให้ดี อย่าได้ปล่อยให้มาระรานลูกเมียข้าอีก หากมีครั้งต่อไปอย่าหาว่าข้าใจร้ายไม่เห็นแก่พี่น้องก็แล้วกัน ท่านผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทุกท่านโปรดเป็นพยานให้กับครอบครัวพวกข้าด้วย”
หลังจากตกลงกันเสร็จแล้ว คนที่มาร่วมชมความสนุกก็แยกย้ายกันกลับไปนอน ส่วนหลี่ต้าหลางได้พานางสงผิงจื่อกลับบ้านและมอบจดหมายหย่าให้นางทันที แม้ว่านางจะขอร้องและให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีกแต่หลี่ต้าหลางหรือจะฟังนาง ในเมื่อมันเป็นโอกาสที่ดีที่จะกำจัดนางออกไปแล้วแต่งแม่หม้ายจากหมู่บ้านข้าง ๆ เข้ามาแทนที่นาง แล้วเขาจะเก็บนางเอาไว้ด้วยเหตุใด
เช้าวันต่อมานางสงผิงจื่อจากไปด้วยความแค้นใจ นางสาบานเลยว่าหลี่ต้าหลางจะได้รับการตอบแทนที่สาสมที่ทำกับนางเช่นนี้ ตอนที่นางออกจากบ้านมา นางได้เข้าไปขโมยเงินที่แม่สามีเก็บเอาไว้มาทั้งหมดและเงินส่วนตัวของหลี่ต้าหลางด้วยเช่นเดียวกัน ตอนนี้นางทำได้เพียงเท่านี้ คงต้องหาที่อยู่เสียก่อน นางไม่โง่พอที่จะกลับบ้านพ่อแม่ ด้วยเงิน 300 ตำลึงในมือ นางสามารถอยู่อย่างสบายในเมืองได้หลายปี เป็นเช่นนี้ก็ดีนางจะได้หาคน ไปทำร้ายหลี่ต้าหลางได้สะดวก
ในตอนที่นางสงผิงจื่อวางแผนในใจว่าจะหาคนมาจัดการอดีตสามี หลี่ต้าหลางก็กำลังหาเหตุผลจะแต่งแม่หม้ายเข้ามาในบ้านแต่เมื่อแม่เฒ่าหลี่ตื่นขึ้นมาก็เกิดเรื่องโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
“กรี๊ด กรี๊ด ไม่นะ เงินของข้า”
