บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 โชคดีที่มาทันเวลา

หลินตงหยางมาถึงบ้านท่านยายหยุน พร้อมด้วยซ่งลี่ฉุน บ้านท่านยายหยุนเงียบมาก ไม่รู้ว่าหลินตงหยางคิดไปเองหรือเปล่าหากว่าเขาไม่มาวันนี้เขารู้สึกว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแน่ ๆ ด้วยความร้อนใจเด็กชายไม่แม้แต่จะส่งเสียงเรียกเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ หลินตงหยางเปิดประตูเข้าไปในบ้านทันที ซ่งลี่ฉุนตามหลังน้องชายเข้ามาติด ๆ เขาไม่เพียงไม่เคยสงสัยในการกระทำของหลินตงหยางแต่ยังให้การสนับสนุนทุกการกระทำและไม่มีการตั้งคำถามกับหลินตงหยางเลยสักครั้ง

“หยุนซี ท่านยายหยุน ท่านป้าหยุน อยู่หรือไม่ขอรับ”

“เข้ามาถึงในบ้านขนาดนี้ไม่ต้องถามแล้วมั้ง ตงหยาง ตอนนี้ไม่รู้ว่าทั้งสี่คนเป็นเช่นไรบ้างเรารีบไปค้นหาตามห้องนอนจะดีกว่า ข้ารู้สึกว่า บ้านเย็นมากเหมือนไม่ได้ก่อไฟเผาเตียงมานานแล้ว”

“ตกลง พี่ลี่ฉุนท่านไปห้องนอน ข้าจะไปห้องทางด้านนี้เอง”

“ได้ เจ้าเองก็รีบไปเถอะ”

หลินตงหยางสาวเท้าก้าวเข้าไปในห้องทางปีกซ้ายเมื่อผลักประตูเข้าไปสิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นบีบคั้นหัวใจอย่างมาก ครอบครัวทั้งสี่คนรวมกันอยู่ที่นี่ และอาการไม่สู้ดีแล้ว ตงหยางไม่รอช้า เขารีบตะโกนเรียกลี่ฉุนให้มาช่วยทันที

“พี่ลี่ฉุนมาช่วยข้าหน่อยเร็ว ท่านยาย หยุนซีทำใจดี ๆ เอาไว้ ข้ามาช่วยแล้ว ท่านลุงท่านป้า แข็งใจเอาไว้ก่อนนะขอรับ”

ซ่งลี่ฉุนวิ่งเข้ามาในห้องเขาไม่รอช้ารีบจุดไฟใต้เตียงคัง จากนั้นวิ่งออกไปที่ห้องครัวก่อไฟต้มน้ำ หลินตงหยางเอง นำผ้าห่มที่อยู่ในช่องเก็บของออกมา ผ้าห่มขนาดใหญ่สองผืน ใช้คลุมทั้งสี่คนเอาไว้ จากนั้นเขาใช้พลังปราณในการช่วยให้ร่างกายของทั้งสี่คนกลับมาตอบสนองอีกครั้ง ลี่ฉุนกลับมาพร้อมกับน้ำขิงหม้อใหญ่

หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ ครอบครัวหยุนทั้งสี่คนที่เกือบจะแข็งตายได้กลับมาหายใจสะดวกและร่างกายเริ่มอบอุ่นขึ้น ทุกคนถึงกับหลั่งน้ำตา หลินตงหยางกับลี่ฉุนเองก็ไม่เว้น ทั้งสองคนรู้สึกแสบจมูก พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เต็มที่

“ท่านยาย ไม่ร้องนะขอรับ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ข้านำอาหาร ฟืนและถ่านมาให้ด้วย ท่านยายกับทุกคนไม่ต้องกังวลนะขอรับ อาหารมีมากพอให้ท่านยายกับทุกคนกินอิ่มได้ ไปจนพ้นหน้าหนาวแน่นอน ส่วนฟืนกับถ่านนั้น ที่บ้านของข้ากับบ้านของพี่ชายลี่ฉุนยังมีอีกมาก เรื่องนี้ท่านยายอย่าได้วิตกกังวล ตอนนี้ข้าจะไปทำโจ๊กให้พวกท่านก่อน”

“พี่ชายตงหยาง ขอบคุณมากนะขอรับ ข้า ฮึก ข้า นึกว่า ข้าจะหนาวตายเสียแล้ว แถมยังจะอดตายด้วย ข้ากลัวมากเลย ฮึก” หยุนซีพูดไปสะอื้นไป

“ไม่ต้องร้องแล้ว พี่มาช่วยแล้ว ขอโทษที่พี่มาช้านะ หยุนซี”

“ข้าจะไปต้มโจ๊กเอง ตงหยางซาลาเปาที่เจ้านำมายังร้อนอยู่ ให้พวกท่านยายกินรองท้องก่อนเถอะ”

“ยายขอบใจพวกเจ้าทั้งสองคนมาก หากพวกเจ้าไม่ยื่นมือมาช่วยเหลือเกรงว่า”

“ท่านยาย ไม่ต้องพูดแล้วขอรับ”

“ป้าขอบใจพวกเจ้ามากนะ”

“ลุงเองก็เช่นเดียวกัน ขอบใจพวกเจ้า หากไม่ได้พวกเจ้ายื่นมือมาช่วยในครั้งนี้เห็นทีพวกเราคงจะแย่แล้ว”

“ท่านลุง อย่าคิดมากเลยขอรับ ข้าสองพี่น้องเต็มใจและยินดีช่วย ท่านแม่ข้ากับน้องสาวช่วยกันทำซาลาเปา พวกนี้ขึ้นมาให้ข้านำมาให้ครอบครัวของพวกท่าน บ้านพี่ลี่ฉุน ท่านลุงของข้าให้เอาฟืนกับถ่านมาให้ ประเดี๋ยวข้ากับพี่ชายจะกลับไปขนมาให้อีก เท่าที่เอามาเกรงว่าจะไม่พอขอรับ ท่านลุงพักรักษาตัวให้หายดีก่อน ส่วนนี่เป็นยาแก้ปวด แก้ไข้ ที่ข้าแบ่งมาจากบ้านขอรับ ส่วนผ้าห่มทั้งสองผืนนี้ ท่านแม่ให้ข้านำมาให้พวกท่านเพิ่ม นี่เป็นเสื้อกันหนาวทำจากขนกระต่ายที่ข้าล่ามาได้ ข้าให้ท่านแม่ทำเสื้อกับกางเกงให้หยุนซี”

“ขอบใจเจ้ามากนะ ตงหยาง ขอบใจจริง ๆ” ท่านยายหยุนรู้สึกขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ หากไม่ได้หลินตงหยาง ครอบครัวพวกเขา ทั้งสี่คนคงได้ตายไปแล้วจริง ๆ

“ท่านยายดูเหมือนว่า ฟืนเท่านี้จะไม่พอ และอาหารที่เรานำมาอาจจะไม่พอด้วย ข้ากับพี่ลี่ฉุนจะกลับไปเอามาเพิ่มให้ ตอนนี้ท่านยายและครอบครัวควรกินข้าวและพักผ่อนให้ดี หยุนซี กินเยอะ ๆ นะ”

“ขอบคุณขอรับพี่ชายตงหยาง ชุดกันหนาวอุ่นมากและซาลาเปา ก็อร่อยมาก ข้าชอบมากขอรับ”

“ชอบก็กินเยอะ ๆ ถ้าเจ้ากินหมดแล้ว พี่ชายจะเอามาให้เจ้าอีก”

หลินตงหยางกับซ่งลี่ฉุนกลับไปที่บ้านซ่งเพื่อนำฟืน ถ่านและอาหาร วางไว้บนเกวียนจากนั้นมุ่งหน้าไปยังบ้านของท่านยายหยุนเพื่อนำข้าวของพวกนี้ไปส่ง เมื่อออกจากบ้านท่านยายหยุน ทั้งสองคนก็ขับเกวียนไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านทันที เพื่อสอบถามสถานการณ์ในหมู่บ้าน หลินตงหยางคิดว่ามีหลายครอบครัวที่ยากจนและอาจจะมีอาหารและฟืนไม่พอเหมือนกับครอบครัวของท่านยายหยุนก็เป็นได้

“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน อยู่หรือไม่ขอรับ”

“อยู่ ใครมาล่ะนั่น เข้ามาเลยประตูรั้วไม่ได้ลงกลอน” ผู้ใหญ่บ้าน หลี่เจี้ยนผิง ตะโกนออกมาจากด้านในบ้าน

“ท่านปู่ ข้าหลินตงหยาง กับพี่ชายลี่ฉุนเองขอรับ”

“เข้ามาก่อนสิ อากาศหนาวขนาดนี้พวกเจ้าขับเกวียนไปไหนกันมารึ แล้วมาหาข้ามีเรื่องอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่”

“ไม่มีขอรับ เพียงแค่อยากมาแจ้งข่าวกับท่านปู่เท่านั้น”

“มีเรื่องอันใดรึ”

“วันนี้ข้ากับพี่ชายเอาอาหารกับฟืนไปให้บ้านท่านยายหยุน หากพวกข้าไปไม่ทันเกรงว่าทั้งสี่คนคงไม่อยู่แล้วขอรับ ตอนที่ข้าไปถึง ทั้งสี่คนเกือบจะหิวตายแล้ว ข้าคิดว่าคงมีหลายครอบครัวที่ขาดแคลนอาหารและเชื้อเพลิงขอรับ ที่สำคัญข้าไม่รู้ว่าอากาศจะหนาวเย็นไปอีกนานเท่าไหร่ หรือพายุหิมะจะพัดมาอีกรอบหรือไม่ ท่านปู่คิดเห็นเช่นไรขอรับ”

“เป็นดั่งที่เจ้าว่ามา บางครอบครัวเริ่มขาดแคลนอาหาร บางครอบครัวเริ่มขาดแคลนฟืน ตอนนี้ข้าได้จัดหาไปให้บ้างแล้วแต่ก็ไม่มาก พอประทังได้ไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนครอบครัวที่มีมาก บางคนก็เต็มใจแบ่งปัน ส่วนบางคนย่อมไม่เต็มใจอยู่แล้ว ข้าเองก็เข้าใจได้ คนทุกคนต่างก็ต้องรักชีวิตของตัวเอง ข้าเองได้แต่หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี หมู่บ้านของพวกเรายังดีกว่าหมู่บ้านอื่น ๆ มาก เพราะชาวบ้านเชื่อฟังคำเตือนถึงได้เริ่มกักตุนอาหารและเตรียมตัวเอาไว้ ส่วนครอบครัวที่ขาดแคลนนั้นเป็นเพราะยากจนมากไม่มีเงินพอที่จะซื้อหาอาหารมากักตุนเอาไว้ได้จำนวนมาก ครอบครัวที่ ขาดแคลนฟืนเองก็เช่นกันเพราะแรงงานหลักของครอบครัวมีอันเป็นไป แล้วล้มป่วย ทำให้ไม่สามารถตัดฟืนเอาไว้ได้มากนัก”

“ฟืนที่บ้านข้ายังมี และท่านพ่อของข้าได้เผาถ่านเอาไว้ด้วย เช่นนั้นข้าจะบริจาคฟืนให้กับชาวบ้านขอรับ”

“ขอบใจเจ้าหนูซ่ง”

“ข้าเองก็กักตุนอาหารเอาไว้พอสมควร ข้าจะบริจาคอาหารให้ชาวบ้านที่ไม่มีอาหารขอรับ”

“ขอบใจเจ้ามาก ตงหยาง”

“พวกเราเต็มใจขอรับ เช่นนั้นพวกข้าสองคนขอตัวกลับไปเอาฟืนกับอาหารก่อนนะขอรับ”

“ตกลง เดินทางกันดี ๆ เล่า ระวัง ถนนลื่น”

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กลับไปนำฟืนและอาหารมาไว้ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเพื่อที่จะได้ให้ผู้ใหญ่บ้านจัดการตามความเหมาะสม โชคดีที่ หลินตงหยางมีที่เก็บของ และที่บ้านยังมีอาหารกักตุนเอาไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถนำออกมาบริจาคให้กับชาวบ้านได้

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดความหนาวเย็นก็ผ่านพ้นไปหลังจากที่เผชิญกับความหนาวมายาวนาน ในหมู่บ้านไม่มีครอบครัวใดล้มตาย แต่ทว่าหมู่บ้านอื่น ๆ หรือแม้แต่อำเภออื่น ชาวบ้านต้องประสบกับภัยหนาว ทำให้มีชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก หลังจากอากาศอุ่นขึ้น ชาวบ้านเริ่มออกจากบ้าน และเตรียมตัวเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึง ทุกคนได้แต่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงอันใดเกิดขึ้นอีก

หลินตงหยางเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนส่วนตัวในหมู่บ้านข้าง ๆ เช่นเดียวกับซ่งลี่ฉุน ซ่งเหอฉางกับภรรยาเตรียมไปพลิกหน้าดินสองหมู่ของพวกเขา ส่วนท่านแม่ของหลินตงหยาง ยังคงปักผ้าเพื่อนำไปขายในเมือง สวนผักข้างบ้านก็เริ่มต้นขุดพลิกหน้าดินแล้วเช่นกัน

ลูกหมาป่าทั้งสองตัวหลังจากที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ตอนนี้พวกมันเติบโตขึ้นมาก และสามารถวิ่งเข้าไปในภูเขาเพื่อจับกระต่ายหรือไก่ฟ้าได้ และนำกลับมาให้หลินเหมยเจียงทำอาหารอยู่เสมอ

ทางด้านครอบครัวซ่งที่โยกย้ายที่อยู่ หลังจากผ่านพ้นฤดูหนาว ไปแล้ว ทุกคนต่างเริ่มงานเพาะปลูกในที่ดินของตัวเอง นางฉีกุ้ยเถียนนั้น ตอนนี้กำลังโมโหมาก เพราะลูกชายทั้งสองคนยืนยันแยกบ้านออกจากกันและจะไม่กลับมารวมบ้านกันอีก บ้านใหญ่กับบ้านรองต่างคนต่างทำงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เป็นเพราะเรื่องนี้ทำให้นางฉีกุ้ยเถียนไม่สามารถควบคุมลูกสะใภ้ได้เช่นครั้งก่อน และเงินส่วนกลางก็จะน้อยลงไปด้วย ที่สำคัญนางไม่ใช่คนที่ตัดสินใจชี้เป็นชี้ตายในบ้านได้อีกต่อไป นางเป็นเพียงแค่หญิงชรา ที่อาศัยอยู่กับลูกหลานเท่านั้น เมื่ออำนาจในมือถูกช่วงชิง และลูกสะใภ้ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุม เพราะเรื่องนี้ทำให้นางฉีกุ้ยเถียนโมโหจนล้มป่วย

ซ่งเหอซีตั้งแต่ย้ายมารับตำแหน่งที่อำเภอแห่งนี้ ก็เริ่มรับสินบนจากพวกเศรษฐี เริ่มต้นเส้นทางนายอำเภอกังฉินเต็มตัว เช่นเดียวกับพ่อตาของเขา ส่วนเหยียนฟางหรูผู้เป็นภรรยานั้นก็ไม่ต่างกัน รับสินบนจากพวกคุณหญิงคุณนายในท้องถิ่น สองสามีภรรยาได้รับเงินสินบนมากมายจนทำให้ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้น ผีเน่าย่อมเหมาะสมกับโลงผุ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หลินตงหยางอายุได้ 12 ขวบปี เขามาอยู่ที่นี่ได้สองปีแล้ว ปีแรกเผชิญภัยหนาว ปีที่ผ่านมาไม่นับว่าเลวร้ายเพียงแต่ฝนไม่ค่อยตกต้องตามฤดูกาลเท่าไหร่ เขาได้แต่หวังว่าจะไม่เกิด ภัยแล้งขึ้นอีก

แต่การภาวนาของเขานั้นไม่ได้ผล ตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนมานานแล้ว แต่ไม่มีฝนตกลงมาเลยสักครั้ง น้ำในแม่น้ำลำธารเริ่มลดลง ตอนนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ พืชผลที่ปลูกเอาไว้แห้งตาย ชาวบ้านหลาย ๆ พื้นที่ประสบกับภัยแล้งขึ้นอีกครั้ง และมาพร้อมกับข่าวร้าย

ฝูงตั๊กแตนได้บุกเข้ามากินพืชผลของอำเภอข้างเคียงไปหลายหมู่บ้านและมีแนวโน้มว่าพวกมันจะผ่านมาทางนี้ หากตั๊กแตนมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านนี้จริง ๆ คงจะไม่ดี ตอนนี้ถึงแม้ว่าฝนจะไม่ตกแต่เพราะหมู่บ้านล้อมรอบไปด้วยภูเขา น้ำในลำธารที่ไหลผ่านภูเขานั้นนับว่ายังพอมีให้ชาวบ้านได้ใช้รดในแปลงนาและนำมาใช้สอยได้ แต่ถ้าตั๊กแตนมา นอกจากจะรักษาพืชผลเอาไว้ไม่ได้แล้ว ภูเขาคงจะกลายเป็นภูเขาหัวโล้นเพราะตั๊กแตนเป็นแน่ หลินตงหยางตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่ยอมให้ฝูงตั๊กแตนมาทำลายแหล่งอาหารของตัวเองและชาวบ้านเป็นอันขาด

“ถ้ากล้ามา ข้าจะจับทำตั๊กแตนทอดเสียให้เข็ด” หลินตงหยาง

“เจ้าจะจับเยี่ยงไรให้ได้ทั้งฝูง” ซ่งลี่ฉุน

“เอาไว้ตั๊กแตนมาเมื่อไหร่ ท่านจะรู้เองพี่ชาย ตอนนี้มาฝึกได้แล้วท่านอย่าได้อู้ ว่าแต่ว่า เหตุใดท่านลุงท่านป้ามีสีหน้าไม่ดีเลย เกิดอันใดขึ้นรึ”

“จะอะไรเสียอีก ท่านย่าน่ะสิ ส่งจดหมายมา บอกว่า ให้ท่านพ่อของข้าส่งเงินไปให้เพื่อแสดงความกตัญญู 50 ตำลึง”

“โอ้ มากไปหรือไม่ จิ๊ ๆ นางฉีกุ้ยเถียนนี่ สมกับเป็นแม่ลูกกับซ่งเหอซีเสียจริง ๆ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว คิดถึงแต่ตัวเอง”

“นั่นก็ไม่ใช่ท่านพ่อของเจ้าหรือไร”

“หาใช่ท่านพ่อข้าไม่ เขาไม่ใช่ท่านพ่อของข้านับตั้งแต่เขาไปมีสัมพันธ์กับนางเหยียนแล้ว และตอนนี้พวกเราได้ตัดขาดจากกันแล้ว นั่นมันท่านอาสี่ของท่านต่างหาก”

“เพ้ย พอ ๆ อย่าได้พูดถึงคนพวกนี้ พูดแล้วพาลให้อารมณ์เสีย”

“แล้วท่านลุงจะส่งเงิน 50 ตำลึงไปให้หรือไม่”

“ไม่ ท่านพ่อของข้าบอกว่า พวกเขาเห็นแก่ตัวมากเกินไป เหตุใดท่านพ่อจะต้องยอมด้วย มิสู้เก็บเงินเอาไว้มิดีกว่ารึ”

“นั่นก็ใช่ ท่านลุงตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว พวกเราเองก็มาเริ่มฝึก กันเถอะ มาให้ข้าดูหน่อยว่าฝีมือของท่านก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือไม่”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel