ตอนที่ 13 พายุหิมะ จุดเริ่มต้นของภัยหนาว
กลางดึกคืนหนึ่ง หิมะตกลงมาหนักมาก และเช้าวันต่อมาพายุหิมะได้พัดถล่มหมู่บ้าน โชคดีที่ชาวบ้านเชื่อฟังคำของผู้ใหญ่บ้านและได้ซ่อมแซมบ้านให้อยู่ในสภาพแข็งแรง อีกทั้งยังได้เตรียมกักตุนอาหารเอาไว้ไม่น้อยแต่ถ้าเกิดว่าหิมะยังตกหนักอยู่ทุกวันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกลงมาเลยนั้น หลินตงหยางไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป
ก่อนหิมะจะตกเขาได้ทำคอกใหม่สำหรับให้ล่ออยู่ โดยแบ่งคอกออกเป็นสองส่วนอีกส่วนยกสูงขึ้นจากพื้นและนำเสื่อฟางที่ท่านแม่เป็นคนทำไปปูเอาไว้ สำหรับเป็นที่นอนของล่อ และกั้นส่วนที่ขับถ่ายและ ให้น้ำให้อาหาร ด้านข้างปิดด้วยเสื่อฟางทั้งสามด้านส่วนด้านหน้ามีประตูที่ทำจากเสื่อฟางเช่นเดียวกัน นอกจากนี้แล้วยังมี อ่างขนาดใหญ่สำหรับใส่ถ่านเอาไว้ให้ความอบอุ่นอีกด้วย
ส่วนลูกหมาป่าทั้งสองตัวที่หลินตงหยางเก็บกลับมาตอนนี้ได้เติบโตขึ้นไม่น้อย ในแต่ละวันทั้งสองตัวจะทำหน้าที่เฝ้าบ้านหรือบางครั้งจะตามเข้าป่าไปล่าสัตว์ด้วย
อากาศยังคงเย็นลงเรื่อย ๆ ด้านนอกหิมะยังตกหนักลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเช่นเดียวกัน ตอนนี้หิมะท่วมสูงมาก หลินตงหยางทำได้แค่เพียงโบกมือเบา ๆ หิมะก็หายไปจากหลังคาและบริเวณบ้านแล้ว แต่เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็นเขาจึงกวาดหิมะด้วยการโบกมือเพียงครั้งเดียวทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาจัดการกับหิมะกลางดึกทุกวัน
เป็นเวลาสี่วันแล้วที่หิมะยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย หลินตงหยางยืนมองหิมะขาวโพลนทั่วทั้งหมู่บ้านถูกหิมะทับถม บ้านของชาวบ้านบางคนถูกหิมะท่วมสูง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปหลินตงหยางคิดว่าคงจะเกิดภัยหนาวเป็นแน่
เมื่ออากาศหนาว หิมะตกไม่หยุด อาหารที่มีก็เริ่มขาดแคลน ชาวบ้านบางครอบครัวไม่สามารถกักตุนอาหารได้มากพอด้วยฐานะการเงินทางบ้านไม่ดี ในหมู่บ้านมีชาวบ้านที่ยากจนไม่น้อย หลินตงหยางเองไม่อยาก จะคิดเลย หากว่าเขาไม่มีเงิน บ้านเก่าของท่านตาท่านยายคงจะไม่ได้รับการซ่อมแซมที่ดี หลังคาคงพังลงมาเพราะรับน้ำหนักหิมะไม่ไหว
เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในหมู่บ้านหลินตงหยางทำได้เพียงแค่แอบลุกขึ้นมากวาดหิมะออกจากหลังคาบ้านของชาวบ้านกลางดึกเท่านั้น ในที่สุดหิมะที่ตกลงมาติดต่อกันเป็นเวลานานก็หยุดตกลงมาในเช้าวันหนึ่ง ชาวบ้านเริ่มออกจากบ้านมากวาดหิมะออกไปจากบริเวณบ้าน และถนน
เพราะหิมะตกลงมาเป็นเวลายาวนานตอนนี้ถนนสายหลักที่เดินทาง เข้าเมืองถูกหิมะทับถมขึ้นสูงไม่สามารถเดินทางเข้าไปในเมืองได้ บางพื้นที่ถูกหิมะถล่มลงมาปิดกั้นเส้นทาง ผู้ใหญ่บ้านกังวลว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ดีแน่ ชาวบ้านบางคนอาหารเริ่มขาดแคลน หน้าหนาวที่ยาวนานเช่นนี้ ไม่สามารถออกไปหาอาหารได้ ที่สำคัญถึงแม้ว่าจะออกไปได้ก็ไม่แน่ว่าจะหาอาหารได้ ร้านค้าในเมืองปิดตัวลง ร้านขายข้าวสารและร้านขายธัญพืชต่าง ๆ ก็ปิดตัวลงเพราะไม่มีสินค้ามาจำหน่าย
หลายพื้นที่อาหารเริ่มขาดแคลน ได้แต่รอความช่วยเหลือจากทางการ ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้รับการช่วยเหลือ ในที่สุดหิมะก็หยุดตก ในเช้าวันหนึ่ง ตอนนี้ผู้คนทั้งหมู่บ้านต่างออกมากวาดหิมะออกจากหลังคาบ้านแม้แต่ตามท้องถนน ในหลาย ๆ หมู่บ้านล้วนถูกหิมะทับถมอยู่เป็นเวลาหลายวัน ตอนนี้ถึงแม้ว่าหิมะจะหยุดตกแล้ว แต่อากาศยังคงหนาวอยู่มาก บางครอบครัวอาหารเริ่มจะไม่พอกิน บางครอบครัวฟืนเริ่มจะไม่พอใช้
ในหมู่บ้านที่หลินตงหยางอาศัยอยู่นั้นนับว่ามีความโชคดีมากที่ผู้ใหญ่บ้านแจ้งให้ทุกครอบครัวในหมู่บ้านได้เตรียมกักตุนอาหารและฟืน แต่เนิ่น ๆ ถึงแม้ว่าบางครอบครัวจะไม่มีอาหารมากมายนักทำให้ต้องลด มื้ออาหารลงเป็นการกินอาหารเพียงวันละมื้อเท่านั้นเพื่อความอยู่รอด
แต่ทว่าภัยหนาวนี้ไม่ปรานีผู้ใด ถึงแม้ว่าหิมะจะหยุดตกแล้วแต่อากาศกลับยิ่งหนาวขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเลย อากาศหนาวกินเวลามานานหลายเดือน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะเกิดภัยแล้งขึ้นในปีต่อไป ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านเต็มไปด้วยความกังวลใจ ในแต่ละวันจะต้องวิ่งออกไปสอบถามชาวบ้านท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บทุกวัน
“ท่านแม่ น้องสาวช่วยทำซาลาเปาให้ข้าสัก 100 ลูกจะได้หรือไม่ ขอรับ”
“ตงหยางลูกจะเอาซาลาเปาไปทำอันใดมากมายเพียงนั้น หรือว่า ในหมู่บ้านมีครอบครัวของผู้ใดขาดแคลนอาหารหรือลูก”
“นั่นสิพี่ใหญ่ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ”
“ข้าเป็นห่วงว่าบ้านท่านยายหยุนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านฟากตะวันออกจะไม่มีอาหารเพียงพอขอรับ ท่านลุงหยุนขาหักตอนไปตัดฟืน ท่านป้าสะใภ้หยุนก็ตั้งครรภ์ ที่บ้านมีเพียงท่านลุงหยุนที่เป็นแรงงานท่านยายหยุนชรามากแล้ว ไหนจะเด็กเล็กอีกสองคน ไม่รู้ว่าป่านนี้น้องชายหยุนซีจะร้องไห้เพราะ ความหิวหรือไม่ ข้าเองก็อยากจะช่วยให้ครอบครัวนี้ผ่านพ้นจากความเลวร้ายในตอนนี้ไปได้ขอรับ ข้าอยากให้ทุกคนมีความหวังในการใช้ชีวิต ตอนนี้ พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว และพอที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ขอรับ”
“ตกลงแม่จะทำซาลาเปาให้เจ้า เหมยหลิงไปช่วยแม่ในครัว”
“เจ้าค่ะท่านแม่ พี่ใหญ่ห้ามรังแกเสี่ยวไป๋กับเสี่ยวเฮยนะเจ้าคะ”
“ใครจะไปรังแกเจ้าดำกับเจ้าขาวกัน น้องสาวอย่าลืมว่าเป็นพี่ที่หยิบเอาพวกมันมาจากภูเขา พี่ถือว่าเป็นผู้กอบกู้ชีวิตพวกมันทั้งสองตัวเลยนะ พี่จะไปรังแกมันทำไม”
“ไม่รู้ละเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ชอบรังแกพวกมันอยู่เรื่อย”
“แค่ให้มันวิ่งออกกำลังกายบ้างไม่ถือว่ารังแกหรอกนะ น้องสาวไม่เห็นรึว่าพวกมันกินจนอ้วนแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว มันคงลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นหมาป่า ถึงได้กลายร่างเป็นหมูเช่นนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน วันหน้าจะได้เอามาย่างกินได้”
“พี่ใหญ่ นี่ท่านยังคิดจะกินพวกมันอีก ท่านแม่ ท่านแม่ ดูพี่ใหญ่สิเจ้าคะ”
“เอาเถอะ ๆ พอได้แล้วทั้งคู่ เหมยหลิงพี่ใหญ่แค่แกล้งเจ้าเล่นส่วนเจ้าตงหยางก็หยุดเย้าแหย่น้องสาวของเจ้าได้แล้ว เจ้าจะเอาหรือไม่ซาลาเปาน่ะ”
“เอาสิขอรับ นี่ท่านแม่ข่มขู่ข้าหรือขอรับ”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ แม่ไม่คุยกับเจ้าแล้ว”
สองแม่ลูกเข้าห้องครัวเพื่อทำซาลาเปา 100 ลูกตามที่ลูกชายพี่ชายร้องขอ ส่วนหลินตงหยางก็ตรวจสอบเสบียงอาหารที่เขากักตุนเอาไว้ในช่องเก็บของ ซึ่งมีมากมายสามารถกินได้อีกสองถึงสามปี รวมถึงเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้เขาไม่ได้นำไปขายทุกครั้ง
ทางด้านซ่งเหอฉางกับครอบครัว เขาไม่คิดว่าจะเกิดพายุหิมะรุนแรงขนาดนี้ และที่สำคัญเขาไม่คิดเลยว่าฤดูหนาวจะยาวนานและตอนนี้หลายพื้นที่ประสบกับภัยหนาว บางหมู่บ้านอาหารเริ่มขาดแคลน ผู้คนเริ่มผันตัวไปเป็นโจร บางครอบครัวเริ่มอดตาย แต่ไม่ใช่กับหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ เพราะหัวหน้าหมู่บ้านได้มาเตือนชาวบ้านเอาไว้ล่วงหน้า
ที่สำคัญ เป็นเพราะลูกชายและหลานชายของเขา ที่เตือนให้เขากักตุนอาหารและฟืน นอกจากนี้เขายังเผาถ่านเอาไว้เป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นแต่ทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูกทั้งสี่คนยังใช้ชีวิตที่ดีได้ บุตรชายคนโตทบทวนตำราอ่านหนังสือทุกวัน
บางทีการที่เขาถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังแบบนี้ย่อมเป็นหนทางที่ดีหากแม่ของเขายังอยู่ที่นี่พร้อมกับครอบครัวพี่ชายทั้งสอง มีหรือที่เขาจะได้ใช้ชีวิตดี ๆ แบบนี้ได้ ลูกเมียของเขาจะสามารถอยู่ดีกินดีมีความสุขเช่นนี้ ได้อีกหรือ การที่ถูกทิ้งช่างดีเสียจริง ซ่งเหอฉางไม่อยากจะพบเจอกับคนที่เห็นแก่ตัวพวกนั้นอีก ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดหรือแม่ของเขา ก็ตามที
“ท่านพ่อคิดอันใดอยู่หรือขอรับ”
“ลี่ฉุน เจ้าไม่อ่านตำราในห้องออกมาทำอันใดกัน อากาศหนาวเช่นนี้เจ้าจะออกไปไหนรึ”
“จะไปหาตงหยางหน่อยขอรับท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับน้อง ว่าแต่ท่านพ่อคิดอันใดอยู่ เหตุใดจึงเหม่อลอย แล้วนี่ท่านแม่กับน้องสาว ไปไหนหรือขอรับ”
“ปักผ้าอยู่ในห้องน่ะ พ่อไม่ได้คิดอันใด เพียงแค่คิดว่าเพราะพวกเราถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังจึงได้มีชีวิตที่ดีเช่นนี้ได้”
“ต่อให้ไม่ถูกทิ้งข้าก็ไม่อยากจะไปใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาหรอกขอรับ ไปทำงานเป็นวัวเป็นม้า ท่านพ่อกับท่านแม่เองกินไม่อิ่มนอนไม่พอ เมื่อก่อนข้าได้แต่สงสาร อาหญิงหลินกับพวกน้องชายน้องสาว ทำงานงก ๆ แต่กลับไม่ได้กินอาหารที่ตัวเองหามา ข้ารังเกียจคนเช่นอาสี่ที่สุด พวกเราอย่าได้ไปรวมตัวกับคนพวกนั้นจะดีที่สุด ครอบครัวของเราต่อไปความเป็นอยู่จะดีขึ้น ท่านพ่อเชื่อข้าหรือไม่”
“พ่อเชื่อเจ้า และขอบใจเจ้า และพ่อดีใจที่อาหญิงหลินกับหลาน ๆ ไม่ติดใจโกรธเคืองพวกเรา ถึงแม้ว่าพ่อจะช่วยอันใดพวกเขาไม่ได้มาก”
“อาหญิงหลินย่อมเข้าใจ พวกท่านสองคนแทบเอาตัวไม่รอดจะไปช่วยพวกเขาได้เยี่ยงไร ท่านย่าเองก็ทำเกินไป ข้าหวังว่าเมื่อท่านแม่แก่ตัวลงอยู่ในวัยชราอย่าได้เอาท่านย่าเป็นเยี่ยงอย่าง”
“เจ้าลูกเวร นินทาอันใดแม่ เจ้าใส่ร้ายแม่ของเจ้าได้เยี่ยงไร”
“ข้าหาได้ใส่ร้าย ข้าเพียงหวังว่าท่านแม่จะเป็นคนดีมีเหตุผลเช่นนี้ตลอดไปอย่าได้เป็นเช่นท่านย่า”
“ถึงแม่จะไม่ใช่คนดีมากมาย แต่แม่ก็ไม่อยากเป็นคนเช่นท่านย่าเจ้าหรอก เจ้าสบายใจได้”
“ดีแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวไปหาตงหยางก่อน”
“ไปเถอะ รีบไป อ้อ เจ้าเอาถ่านไปให้บ้านตงหยางสักตะกร้า ไม่รู้ว่าที่บ้านท่านอาหญิงของเจ้ามีพอใช้หรือไม่ เจ้าอย่าลืมถามตงหยางฟืนพอใช้หรือเปล่า หากไม่มีก็มาแบ่งเอาที่บ้าน ฟืนกับถ่านยังเหลืออีกมาก”
“ขอรับท่านพ่อ”
ซ่งลี่ฉุนมาหาหลินตงหยางที่บ้าน และตอนนี้ซาลาเปา 100 ลูกก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลังการนวดแป้งของผู้ฝึกยุทธ์ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ นอกจากนี้ท่านแม่และน้องสาวยังสามารถทำอาหารได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย หลินตงหยางเองก็พอใจในจุดนี้ด้วยเช่นเดียวกัน และเมื่อซ่งลี่ฉุนมาถึงบ้าน ก็เป็นตอนที่ หลินตงหยางกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี ทั้งสองคนจึงได้ออกไปด้วยกัน
“ข้าไม่รู้ว่าพี่ลี่ฉุนจะมา แล้วแบกอันใดมาด้วย”
“ถ่านน่ะ ท่านพ่อกลัวว่าบ้านเจ้าจะไม่พอใช้ แล้วข้ามีเรื่องจะปรึกษาเจ้าน่ะสิ เจ้ามีเรื่องไปทำก็ไปกันก่อน เรื่องของข้าค่อยคุยกันไม่ได้รีบร้อน อันใด ว่าแต่เจ้าจะไปไหนรึ”
“ไปบ้านท่านยายหยุนขอรับ ข้ากลัวว่าพวกเขาจะมีอาหารไม่พอ เช่นนั้นถ่านก็เอาไปให้บ้านท่านยายหยุนด้วยเลย ที่บ้านข้ายังมีอีกมากท่านลุงหยุนขาหักตอนไปตัดฟืน ท่านป้าหยุนเป็นสตรีตั้งครรภ์ ข้าอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อก่อนมีเพียงท่านป้ากับท่านลุงหยุนที่แอบมาทำงานช่วยท่านแม่ กับข้า ตอนนี้ชีวิตข้าดีขึ้นมาก และไม่ขาดแคลนสิ่งใด ข้าอยากตอบแทนครอบครัวของพวกเขา”
“ข้าเห็นด้วยกับเจ้า หากมีอันใดให้ข้าช่วย เจ้าบอกมาได้ไม่ต้องเกรงใจ อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้ามีพี่ชายเช่นข้าอยู่”
“แน่นอนว่าข้าจะต้องบอกท่านอยู่แล้ว พวกเราไปกันเถอะ”
เป็นความโชคดีที่หลินตงหยางไปที่บ้านท่านยายหยุนวันนี้ เพราะอาหารของครอบครัวและฟืนใกล้จะหมด ครอบครัวมีแรงงานหลักคือหยุนเซียวแต่เกิดพลัดตกเขาขาหักตอนไปตัดฟืนทำให้ตอนนี้ได้แต่นอนอยู่บนเตียงเท่านั้น เพราะที่บ้านฐานะยากจน ไม่สามารถกักตุนอาหารได้เพียงพอ ถึงแม้มีเงินตอนนี้ก็ไม่สามารถออกไปซื้อหาอาหารได้ แม่สามีและลูกสะใภ้ จมอยู่กับความสิ้นหวัง ในที่สุดสวรรค์ก็เมตตาพวกเขาเมื่อหลินตงหยาง มาเคาะประตูหน้าบ้าน
