ตอนที่ 12 ผิดหวังและเสียใจ
หลังจากที่ผู้เป็นแม่ได้พาครอบครัวของพี่ชายทั้งสองออกไปจากหมู่บ้าน ซ่งเหอฉางรู้สึกผิดหวังและเสียใจ ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไรออกมาและยอมรับการตัดสินใจของนางฉีกุ้ยเถียนผู้เป็นมารดา แต่ในใจของเขานั้นเจ็บปวดมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าพี่ชายน้องชายหรือแม้กระทั่งแม่ของเขา จะทำกับเขาเช่นนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำงานเป็นวัวเป็นม้ามาตลอดแต่สิ่งที่ครอบครัวของเขาได้รับนั้นไม่มีอะไรที่จะเทียบเคียงกับบ้านใหญ่และบ้านรองได้เลย ครอบครัวของเขาทั้งภรรยาและลูก ๆ ต่างก็มีชีวิตลำบากมากกว่า ลูกของพี่ชายทั้งสอง พี่สะใภ้ทั้งสองไม่เคยทำงานในแปลงนามีเพียงภรรยาของเขากับอดีตน้องสะใภ้สี่เท่านั้น แม้กระทั่งหลานชายหลานสาวที่เกิดกับอดีตน้องสะใภ้ก็มีชีวิตที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน
“ท่านพี่ อย่าคิดมากอีกเลยเจ้าค่ะ ไม่ใช่ว่าตลอดมาพวกเราได้รับ การปฏิบัติดีเสียหน่อย ข้าเข้าใจว่าท่านรู้สึกเสียใจและผิดหวัง พวกเราทุกคนเองก็รู้สึกเสียใจและผิดหวังไม่ต่างอันใดกับท่าน แต่ตอนนี้เราเพียงต้องใช้ชีวิต ให้ดี ท่านเองก็ต้องเข้มแข็งขึ้น หากไม่มีท่านพวกเราสามแม่ลูกจะอยู่เยี่ยงไรเจ้าคะ ส่วนเรื่องเงินทองนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าใหญ่ไปล่าสัตว์กับตงหยางแล้วนำไปขาย ลูกนำเงินกลับมา 10 ตำลึง ตอนนี้ท่านอย่าได้คิดมากอีกเลย”
“ข้าแค่ไม่เข้าใจ ข้าไม่ใช่ลูกของท่านแม่หรือ เหตุใดถึงได้ทำกับ พวกเราเยี่ยงนี้”
“แล้วท่านพี่ได้คำตอบหรือไม่เจ้าคะ หากคิดแล้วไม่ได้คำตอบก็เลิกคิดเถอะเจ้าค่ะ ชีวิตของพวกเราจะต้องเดินต่อไปได้ ต่อไปนี้พวกเราใช้ชีวิต ให้ดีก็พอ ท่านพี่เองก็ต้องเข้มแข็ง ปีการศึกษาหน้าตงหยางจะไปเข้าเรียนกับเจ้าใหญ่แล้ว ข้านับถือในตัวเด็กคนนี้มากเจ้าค่ะ นับถือที่เขาสามารถลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อแม่และน้องสาว นับถือที่ตอนนี้แม้ว่าจะไม่มีบิดาด้วยอายุเพียง 10 ขวบปี แต่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวให้แม่และน้องสาวอยู่ดีกินดีได้ ไม่ลำบาก ข้าดีใจกับอดีตน้องสะใภ้มากจริง ๆ พวกเราเองก็ต้องเอาอย่าง บ้านหลินนะเจ้าคะท่านพี่ ตอนนี้เจ้าใหญ่กับตงหยางสามารถไปมาหาสู่กันได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าท่านแม่จะไปสร้างความวุ่นวายให้บ้านหลินแล้ว ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่ดีมานาน ข้าดีใจมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“เดิมทีตงหยางเป็นเด็กดีรู้ความ ข้ารู้ว่าน้องสี่ทำเกินไป เขากล้าทิ้งลูกกับภรรยาที่ดีไปแบบนี้ ในอนาคตหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ข้าหวังว่าเขาจะไม่นึกเสียใจทีหลัง ตงหยางเองก็พูดแล้วว่าเขาไม่ต้องการบิดาเช่นน้องสี่อีก ท่านแม่เองก็ทำไม่ถูก ข้าเองก็ต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ผ่านมาข้าไร้ความสามารถ ทำให้เจ้าลำบากไม่น้อย ตอนนี้พวกเราใช้ชีวิตของพวกเราให้ดีก็พอ ข้าเองก็จะไปเรียนรู้การล่าสัตว์กับลูกชายด้วย ข้าเป็นพ่อ จะมามัวเสียใจอยู่เช่นนี้ไม่ได้ เป็นแบบนี้ก็ดีเช่นกัน เงินที่พวกเราหามาได้จะได้ไม่ต้องแบ่งให้ผู้ใด เงินที่เราหามาได้เราอยากใช้เช่นใดก็ย่อมได้ เจ้าเองจะได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วย”
“เจ้าค่ะท่านพี่ เช่นนั้นข้าไปทำมื้อกลางวันก่อน”
“แล้วนี่ลี่จูไปไหนเสียแล้วล่ะ วันนี้ข้ายังไม่เห็นนางเลย”
“ลี่จูไปเรียนปักผ้าที่บ้านตงหยางเจ้าค่ะ”
“เป็นเช่นนั้นก็ดี ข้าหวังว่านางจะไม่ทำตัวร้ายกาจเช่นเดิม”
หลังจากที่ซ่งเหอฉางตัดใจจากแม่และพี่ชาย เขาเองก็ตั้งใจเรียนรู้การล่าสัตว์กับลี่ฉุนและตงหยาง ที่ดินทำกิน 2 หมู่ที่ได้รับมาเขาปลูกพืชหมุนเวียนตามคำแนะนำของตงหยาง หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสาลีแล้วเขาก็ปลูกข้าวโพด ทำให้อาหารไม่ขาดแคลน นอกจากนี้เงินที่ได้จากการล่าสัตว์แล้วนำไปขายทำให้ตอนนี้เขามีเงินในมือมากกว่า 100 ตำลึง หากเป็นเมื่อก่อนเงินมากมายขนาดนี้ท่านแม่คงยึดไปหมด ชีวิตของซ่งเหอฉางและลูก ๆดีวันดีคืน
กลับไปทางด้านนางฉีกุ้ยเถียนที่พาลูกชายทั้งสองครอบครัว ย้ายตามลูกชายคนเล็กไปตั้งรกรากที่ทางใต้นั้นกลับไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ ด้วยระยะทางอันห่างไกลแถมยังต้องนั่งอยู่ในรถม้าเป็นเวลานานทำให้ ไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง หนำซ้ำลูกสะใภ้สี่ที่เคยว่านอนสอนง่ายดูเหมือนว่าตอนนี้นางตั้งท่ารังเกียจแม่สามีชาวนาและพี่น้องของสามีเสียแล้ว
หลังจากเดินทางมาถึงอำเภอชิงรุ่ยที่ซ่งเหอซีมารับตำแหน่งแล้ว เขาก็ส่งแม่และพี่ชายไปยังบ้านพร้อมที่ดินที่จัดการซื้อเอาไว้ นับจากนี้ ถือว่าทั้งครอบครัวได้ย้ายมาปักหลักที่นี่ ถึงแม้ว่าในอนาคตซ่งเหอซีจะย้ายไปรับตำแหน่งที่อื่น แต่อำเภอชิงรุ่ยจะถือว่าเป็นบ้านเกิดของเขาเช่นเดียวกัน เพราะทั้งครอบครัวได้ย้ายมาที่นี่หมดแล้ว
นางฉีกุ้ยเถียนค่อนข้างพอใจกับที่ทางที่ลูกชายหาเอาไว้ให้ ที่ดินอุดมสมบูรณ์ห่างไกลชายแดน ถึงเวลาเกิดสงครามจะได้ไม่ต้องลำบากมาก ทั้งหมดนี้ถือเป็นความดีของลูกชายคนเล็กของนาง
ทางด้านชายแดนหลังจากที่ต่างแคว้นยกพลมาประชิดและหยั่งเชิงกัน เจ้าบุกข้า ข้าบุกเจ้าอยู่เป็นเวลานาน ก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้ และต่างแคว้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะมีการก่อกบฏเกิดขึ้นทำให้ทหารที่ประจำการที่ชายแดนต้องถอนทัพกลับไป ตอนนี้นับว่าสงครามได้ถูกระงับไปเป็นการชั่วคราว ไม่รู้ว่าเมื่อต่างแคว้นมีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นนั่งบัลลังก์ จะมีคำสั่งให้มีสงครามเกิดขึ้นหรือไม่
หลินตงหยางใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ทุกวันเขาจะฝึกฝนวรยุทธ์ และสอนแม่กับน้องสาวเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวในเวลาที่เขาไม่อยู่ ทั้งนี้เขายังได้สอนให้กับซ่งลี่ฉุนอีกด้วย ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องแน่นแฟ้นขึ้น ซ่งลี่ฉุนเองถึงจะรู้ว่าหลินตงหยางเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เขาไม่เคยพูดหรือถามอันใดเลย ซ่งลี่ฉุนคิดว่าหลินตงหยางที่เป็นแบบนี้ดีมากแล้ว หากน้องชายไม่อยากพูดอันใดเขาก็จะไม่ถาม ทั้งสองคนยังไปล่าสัตว์ด้วยกัน หลังจากนำไปขายแล้วจะแบ่งเงินกันทุกครั้ง
รายได้จากการล่าสัตว์และหาของป่าไปขาย ในวันที่เขาไม่ต้องไปเรียน สามารถทำให้ครอบครัวลืมตาอ้าปากได้ ซ่งลี่ฉุนเป็นคนเดียวที่ไม่รู้สึกเสียใจกับการที่ครอบครัวของเขาถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่ ในทางกลับกันเขาดีใจมากและอยากให้เป็นเช่นนี้นานแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่จะได้หลุดพ้นจากการเป็นวัวเป็นม้าให้อีกสองครอบครัวเสียที
ท่านย่าเองไม่เคยมีความยุติธรรมอันใด เป็นคนที่ไร้เหตุผลเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว ป้าสะใภ้ใหญ่เป็นคนที่วางแผนอยู่ตลอดเวลาเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ป้าสะใภ้รองเป็นคนละโมบโลภมาก ในแต่ละวันวางแผนอยากได้อยากมีไปเสียทุกเรื่อง การใช้ชีวิตท่ามกลางคนเหล่านี้ทุกวัน มันช่างเหนื่อยจริง ๆ
ส่วนลูกพี่ลูกน้องนั้น พวกเขากลับไม่เคยมีความรักกันฉันญาติมิตรเลย ทุกคนคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ตอนนี้เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว เขาสบายใจมากและใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุข ครอบครัวมีอาหาร มีเสื้อผ้า มีเงิน นับว่าไม่ขาดสิ่งใด ตอนนี้การเรียนของเขานับว่าก้าวหน้ามาก จนอาจารย์เอ่ยปากชม ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านย่าผู้เห็นแก่ตัวผู้นั้นที่ทิ้งครอบครัวของเขาเอาไว้ที่นี่
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินตงหยางวุ่นวายอยู่กับการเตรียมกักตุนเสบียงเอาไว้ให้เพียงพอสำหรับหน้าหนาว ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้หลายพื้นที่เริ่มขึ้นราคาอาหาร เขาไม่รู้ว่าฤดูหนาวจะยาวนานเท่าไหร่ พายุหิมะจะถล่มหมู่บ้านหรือไม่ นอกจากวุ่นวายเรื่องเตรียมอาหารแล้ว เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ฟืน ถ่าน ต้องเตรียมเอาไว้ให้พร้อม
ครอบครัวของซ่งเหอฉางเองก็เตรียมอาหาร เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ฟืน เอาไว้ให้มากที่สุด ตามคำแนะนำของหลินตงหยาง นอกจากนี้หลินตงหยางยังได้สอนซ่งเหอฉางเผาถ่านขายอีกด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ไยดีกับซ่งเหอซี ผู้เป็นบิดา แต่ลุงสามคนนี้ก็ดีกับเขาและท่านแม่เสมอมา บุญคุณความแค้นเขาแยกแยะออกจากกันได้ชัดเจน ที่สำคัญซ่งลี่ฉุนก็เป็นพี่ชายที่รักเขาด้วยใจจริง บางครั้งถึงกับยอมอดอาหารและเอาอาหารส่วนของตัวเองมาให้เขากับน้องสาวได้กิน หลินตงหยางจดจำเอาไว้ในใจเสมอมา
“ลุงสาม หลังคาก็ต้องซ่อมนะขอรับ ถ่านเองหากสามารถเผาให้ได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี บ้านท่านมีห้องหับเหลือ สามารถเก็บฟืนและถ่านได้ ข้าเองตอนนี้ก็สร้างโรงเก็บฟืนขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน ข้าไม่รู้ว่าหนาวนี้จะเกิดอันใดขึ้น ตอนนี้ร้านขายข้าวสารในเมืองเริ่มปรับราคาขึ้นแล้วขอรับ” หลินตงหยาง
“ขอบใจเจ้ามาก ตงหยาง แล้วอาหารที่บ้านของเจ้ากักตุนเอาไว้เพียงพอหรือไม่”
“พอแล้วขอรับ ข้ายังซื้อมากักตุนเอาไว้อีก หากไม่มีอันใดเกิดขึ้นน่าจะกินได้อีกสักปีสองปี ท่านลุงสามเองอย่าได้นิ่งนอนใจ เตรียมเอาไว้ให้มาก เหลือดีกว่าขาดนะขอรับ นอกจากนี้อย่าลืมพวกเครื่องปรุงด้วย”
“ตกลง ลุงจะเข้าเมืองไปซื้อมาตุนเอาไว้ หลังคาลุงซ่อมไปบ้างแล้ว พวกเจ้าพี่น้องเข้าป่าก็ระวังด้วย อย่าได้ประมาทไปล่ะ ช่วงนี้ลุงคงต้องเตรียมซ่อมหลังคากับเผาถ่านคงไม่ได้เข้าป่าไปกับพวกเจ้า”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง พวกข้าจะระวัง ท่านกับท่านแม่ซื้อข้าวของมาเตรียมเอาไว้ให้มาก ต่อไปสัตว์ที่ล่ามาได้พวกเราจะขายเพียงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งพวกเราจะเก็บเอาไว้กินเอง”
“พ่อเข้าใจแล้ว วันนี้จะซื้อข้าวและเครื่องปรุงมาเพิ่ม ตอนนี้ ลุงผู้ใหญ่บ้านเองก็เตือนชาวบ้านแล้วให้กักตุนอาหาร เตรียมเครื่องนุ่งห่ม และฟืนเอาไว้ให้มาก ตอนนี้บนภูเขามีชาวบ้านไปตัดฟืนเป็นจำนวนมาก สำหรับพวกเราชาวบ้านแล้ว ภัยแล้ง ภัยหนาว ถือเป็นภัยพิบัติที่ไม่อยากพบเจอ แต่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”
หลินตงหยางเข้าป่าล่าสัตว์กับซ่งลี่ฉุนทุกวัน สัตว์ป่าที่ล่ามาได้ ส่วนหนึ่งนำไปขายให้กับโรงเตี๊ยมสกุลโจว อีกส่วนหนึ่งนั้น ขายให้กับชาวบ้านที่ต้องการซื้อในราคาตลาด อีกส่วนทั้งสองคนแบ่งกัน นอกจากนี้หลินตงหยางยังล่าสัตว์เก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ ในช่องเก็บของนั้นยังมีเสื้อผ้า ผ้าห่ม ข้าว เครื่องปรุง เรียกได้ว่ามีทุกอย่างหากเกิดอันใดขึ้นจริง ๆ ครอบครัวเขายังอยู่ได้อย่างสุขสบาย โชคดีที่เขาซ่อมบ้านเสร็จแล้ว ตอนนี้บ้านมีความแข็งแรง ไม่ต้องกลัวว่าหลังคาจะถล่มลงมาหากหิมะตกหนักเป็นเวลานาน
หลังจากเข้าป่าล่าสัตว์มานับเดือนตอนนี้อาหารทุกอย่างได้ถูกเตรียมเอาไว้หมดแล้ว เช้าวันนี้หลินตงหยางตื่นขึ้นมาพร้อมกับลมหนาวที่พัดมา นี่เป็นฤดูหนาวแรกของเขาหลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้กว่าครึ่งปี เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะอายุ 11 ปีแล้ว นับว่ากำลังจะเติบโตขึ้นอีกปี ตอนนี้ท่านแม่กับน้องสาว สามารถฝึกลมปราณได้แล้วและมีความก้าวหน้า ในการฝึกฝน สามารถปกป้องตัวเองได้ นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับครอบครัวของเขา
