ตอนที่ 10 ข้าไม่ได้ฝันไป ใช่หรือไม่
เช้าวันนี้สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะเป็นเช้าอันสดใส แต่สำหรับ หลินตงหยางแล้วมันช่างไม่สดใสเอาเสียเลย เพราะความฝันเมื่อคืนทำให้เขานอนหลับไม่สนิท เขาฝันเช่นนี้มาสามคืนติดต่อกัน ทั้งยังมีเสียงพูดของชายชราที่ดังขึ้นในเวลานั้น เขายังจำมันได้ทุกถ้อยคำที่ชายชราพูด ในเมื่อไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงหรือความฝัน หากอยากรู้คำตอบก็ทำได้แค่พิสูจน์มันเท่านั้น
หลินซื่อที่ถือจานกับข้าวออกมาจากในครัวเห็นลูกชายหน้าตาไม่ค่อยสดชื่นอีกทั้งยังดูอิดโรยเหมือนคนอดนอน ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “ตงหยางเหตุใดลูกถึงได้มีสภาพเป็นเช่นนี้ นอนไม่หลับหรือ”
“ท่านแม่ ข้าเพียงแต่นอนไม่ค่อยหลับขอรับ ข้าฝันว่ามีชายชรา มาสอนวรยุทธ์ให้ข้าทั้งคืน ความฝันนั้นเหมือนจริงมากเลย ทำให้ข้าตกใจตื่นเลยนอนไม่หลับขอรับ”
“นี่ ออกจะเหลือเชื่อไปหน่อย แต่ว่าลูกฝันจริง ๆ ใช่หรือไม่”
“ท่านแม่ พี่ใหญ่กินข้าวกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ มีอะไรค่อยคุยกัน ข้าหิวจะตายแล้ว” หลินเหมยหลิง
“เหมยหลิง เหตุใดแม่รู้สึกว่าตอนนี้เจ้ากลายเป็นคนตะกละไปเสียแล้วเล่า”
“ข้าเปล่าตะกละนะเจ้าคะท่านแม่ นี่มันสายแล้ว อีกอย่างถ้าอยากรู้ว่าฝันจริงหรือไม่ ก็แค่ให้พี่ใหญ่ไปพิสูจน์ก็พอนี่เจ้าคะ มีอะไรให้คิดมาก ขนาดนั้น หากพี่ใหญ่เป็นวรยุทธ์จริงอย่าลืมมาสอนข้าด้วยเล่า ข้าเองก็อยากเรียนเอาไว้ป้องกันตัวเองและปกป้องท่านแม่ในตอนที่พี่ใหญ่ไม่อยู่บ้านด้วย ดีเหมือนกันนะเจ้าคะท่านแม่ ข้ารู้สึกว่าตั้งแต่ พวกเราย้ายออกมาจาก นรกขุมนั้นเหมือนพวกเราสามแม่ลูก ได้รับพรจากทวยเทพยังไงก็ไม่รู้สิ ท่านแม่คิดเหมือนข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“ก็อาจจะเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่ามา ที่ผ่านมาแม่ผิดต่อพวกเจ้าพี่น้อง หากแม่เข้มแข็งสักนิด พวกเจ้าคงไม่ต้องลำบากขนาดนี้”
“ท่านแม่อย่าเก็บเอามาใส่ใจเลยขอรับ มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้พวกเรามีชีวิตที่ดีแล้ว อย่าได้เอาชีวิตไปยึดติดกับอดีตเลยขอรับ ท่านแม่แค่จำเอาไว้ก็พอ หากวันข้างหน้า ครอบครัวของเราเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา แล้วชายชั่วคนนั้นซมซานกลับมา ท่านแม่อย่าได้ให้อภัยเขาเด็ดขาด เพราะ บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาชั่วช้าเช่นนั้น ต่อให้ใครจะประณามข้าว่าเป็นลูกอกตัญญูข้าก็หาได้ใส่ใจไม่ ขอเพียงท่านแม่อย่าได้พาตัวเองกลับเข้าสู่ขุมนรกเช่นนั้นอีก ทุกอย่างข้าจะแบกรับเอาไว้เอง”
“ตงหยาง แม่ขอบใจเจ้า แม่เองก็หาได้ใส่ใจคำคน ที่ผ่านมา แม่เพียงแต่คิดว่าจะทำเช่นไรให้พวกเจ้ามีพ่อเหมือนเช่นคนอื่น แต่มันกลับกลายเป็นว่าแม่ตัดสินใจผิด และความอดทนที่ผ่านมานั้นมันไร้ประโยชน์ ตอนนี้แม่หาได้มีความรักต่อชายผู้นั้นหลงเหลืออยู่ในใจ หากจะมีก็คงมีเพียงแค่ความเกลียดชังเท่านั้น คนเห็นแก่ตัวเช่นนั้นแม่หวังว่าสักวันเขาจะพบกับหายนะที่เขาก่อขึ้น”
“ท่านแม่ เช่นนั้นวันนี้พวกเราตามพี่ใหญ่ขึ้นเขาไปด้วยดีหรือไม่ เจ้าคะ”
“วันนี้แม่มีงานปักที่ต้องเร่งมือให้เสร็จ พรุ่งนี้เป็นวันกำหนด ส่งงานแล้ว แม่คงขึ้นเขาไปกับพวกเจ้าไม่ได้ หากเจ้าอยากไปก็ไปกับพี่ใหญ่ของเจ้าเถอะ”
“เช่นนั้น ข้าอยู่บ้านเป็นเพื่อนท่านแม่ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ข้าลืมไปว่า ข้ายังถอนหญ้าในแปลงผักยังไม่เสร็จเลย เอาไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยไปหาของป่ากับพี่ใหญ่”
“เช่นนั้น ข้าไปเตรียมตัวขึ้นเขาก่อนนะขอรับท่านแม่ น้องสาว ฝากเจ้าเลี้ยงล่อ แล้วก็แพะด้วยนะ อ้อยังมี เจ้าลูกหมาสองตัวนั่นอีก”
“ได้เจ้าค่ะพี่ใหญ่ เจ้าเทาเป็นล่อที่เชื่องมาก และข้าก็ชอบ เจ้าเทามากเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ ส่วนแพะท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าดูแลได้ ส่วนเจ้าหมาน้อย ยังนอนหลับอยู่เลยเจ้าค่ะ”
หลินตงหยาง เดินขึ้นเขาพร้อมธนูและตะกร้าสะพายหลัง ในใจกำลังทบทวนถ้อยคำของชายชรา ถึงความสามารถ ทักษะที่เขาได้รับมาเมื่อคืนว่าเป็นจริงหรือไม่ ด้วยความร้อนใจเด็กชายจึงใช้วิชาตัวเบาที่เขาเพิ่งจะฝึกจนชำนาญได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ รีบเข้าป่าลึกไปทันที ด้วยวิชาตัวเบาทำให้ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ในกลางป่าลึกทันที
จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจากฝ่ามือเก้าสุริยัน หลังจากซัดฝ่ามือออกไป ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าก็หักทันที ต่อจากฝ่ามือเก้าสุริยัน ก็เป็นหมัดนพนภา ต่อด้วยธนูเจ็ดดาวสังหาร เสียดายที่เขาไม่มีกระบี่ ทำได้แค่เอากิ่งไม้มาทดสอบ วิชากระบี่อัสนีพิฆาตเท่านั้น
“อ่า ในที่สุด ข้าก็ไม่ได้ฝันไป ฮึ่มคอยดูเถอะ เจ้าพ่อสารเลว เจ้าซ่งเหอซีข้าจะทำให้เจ้าเสียใจไปจนวันตาย โทษฐานที่เจ้า ทำตัวชั่วช้าข้ามฝั่งเสร็จรื้อสะพาน บังอาจทรยศหักหลังท่านแม่คนงามของข้า ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน” หลินตงหยางที่มีความแค้นฝังใจกับพ่อผู้ให้กำเนิดของร่างนี้ ได้ลั่นวาจาว่าจะเอาคืนให้สาสม
หลังจากที่ทดสอบทักษะความสามารถเสร็จแล้ว หลินตงหยางก็ล่าหมูป่า กวางป่า เก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ นอกจากนี้เขายัง ล่าไก่ฟ้า กระต่ายป่า รวมไปถึงกวางยองตัวเมียได้อีกหนึ่งตัว เพราะตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าคนปกติหลายเท่า กวางตัวเมียมีขนาดไม่ใหญ่มาก น้ำหนักอยู่ที่ 50-60 จิน เด็กชายสามารถแบกกลับไปได้ไม่ถือว่าลำบากจนเกินไป
หลินตงหยางมีความคิดที่จะซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อทำการเพาะปลูก และซื้อบ่าวชายมาทำไร่ทำนา ซื้อบ่าวหญิงมาช่วยท่านแม่ทำงานบ้าน แต่ตอนนี้ต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้เสียก่อน เงินที่ขายเห็ดหลินจือครั้งนั้น สองพันตำลึงยังฝากเอาไว้ที่ร้านรับเงิน หากจะให้ดีคงต้องหาสมุนไพรล้ำค่าไปขายเสียแล้ว ตอนนี้เขามีวรยุทธ์แล้ว มันง่ายมาก ยิ่งมีวิชาตัวเบา ก้าวเท้าพริบตายิ่งทำให้ความรวดเร็วในการเดินทางมีมากขึ้นที่สำคัญไม่ต้องห่วงเรื่องความสูง หากพบเจอสมุนไพรล้ำค่าที่ขึ้นอยู่ตามหน้าผาเขาสามารถขึ้นไปเก็บได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลินตงหยางก็หันหลังมุ่งหน้ากลับบ้านทันที โดยแบกกวางยองตัวเมียเอาไว้บนหลัง
ตอนกลับลงมาจากบนเขา พบเจอชาวบ้านที่ขึ้นไปหาผักป่าไม่น้อย แต่หลินตงหยางไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น เขามุ่งหน้ากลับบ้านทันที เพราะในกลุ่มชาวบ้านมีสตรีปากยื่นที่เอาท่านแม่ของเขาไปนินทาว่าร้ายกันอย่างสนุกปากกับสะใภ้ใหญ่บ้านซ่ง
“ท่านแม่ น้องสาวข้ากลับมาแล้ว”
“ตงหยางกลับมาแล้วหรือลูกเหตุใดจึงกลับมาช้านักล่ะ”
“พอดีว่าข้ามัวไปพิสูจน์ความฝันอยู่น่ะสิท่านแม่ ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นที่ข้าคิดไปเอง”
“พี่ใหญ่ แล้วเป็นเยี่ยงไรเจ้าคะ เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่นกัน”
“แน่นอนว่าย่อมเป็นเรื่องจริง”
“เช่นนั้น เช่นนั้น พี่ใหญ่ช่วยสอนข้าจะได้หรือไม่”
“แน่นอน ว่าย่อมได้อยู่แล้ว”
“ตงหยาง กวางนี่ลูกจะเอาไปขายหรือไม่ หากเก็บเอาไว้ถึงพรุ่งนี้ แม่กลัวว่าเนื้อจะไม่สดแล้ว”
“ท่านแม่ ข้าไม่ขายหรอกขอรับ เอาเก็บไว้กิน ส่วนของที่จะขาย ข้าย่อมมีอยู่แล้ว ตอนนี้ข้ามีวิชาติดตัวท่านแม่อยู่บ้านให้สบายสอนน้องสาวให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน เพราะสตรีไม่สามารถเข้าเรียนได้ ข้าคิดว่าจะซื้อที่ดินเพิ่ม และสร้างบ้านใหม่ จากนั้นข้าจะซื้อบ่าว เพื่อมาทำการเพาะปลูก ท่านแม่ว่าดีหรือไม่”
“หากเจ้าว่าดี แม่ก็ตกลงตามใจเจ้า แต่อย่าลืมว่าเจ้าต้องไปเรียน ที่สำนักศึกษา”
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วงข้าสามารถไปกลับได้ ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีลู่ทางหา ตราบใดที่เราทำการเพาะปลูกเราจะมีกินไม่อดขอรับ”
“แม่จะสนับสนุนเจ้า”
“ข้าเองก็จะสนับสนุนพี่ใหญ่”
“ตงหยางกวางตัวนี้จะจัดการเยี่ยงไร”
“ข้าจัดการเองขอรับท่านแม่ ข้าจะแบ่งไปให้ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ท่านแม่จะว่าอันใดหรือไม่”
“แม่ไม่ว่า ดีแล้วลูก อย่างน้อย ๆ ผู้ใหญ่บ้าน ก็ดีกับพวกเรามาก ที่ผ่านมาก็ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านไม่น้อย”
ในตอนที่สามแม่ลูกกำลังหารือกันเรื่องกวางอยู่นั้น นางสงผิงจื่อ ที่เป็นสหายสนิทกับสะใภ้ใหญ่บ้านซ่งที่บังเอิญเห็นหลินตงหยางแบกกวาง ลงมาจากภูเขา พอวางตะกร้าผักป่าได้ก็รีบวิ่งไปบ้านซ่งทันที ในใจนางหวังว่าบ้านซ่งจะตามไปแย่งเอากวางจากบ้านหลินมาได้ นอกจากกวางแล้วดูเหมือน ว่าจะมีไก่ฟ้ากระต่ายป่าไม่น้อยเลย
“ชุนอิง ชุนอิง เจ้าอยู่บ้านหรือไม่”
“อ้าว ผิงจื่อ เจ้ามาหาข้า รีบร้อนเช่นนี้มีอันใดหรือ”
“ก็มีน่ะสิ เมื่อสักครู่ข้ากลับจากเก็บผักป่า ตอนที่ลงจากเขา ข้าเห็นเจ้าเด็กตงหยางนั่นแบกกวางยองลงมา อีกทั้งยังมีไก่ฟ้ากระต่ายป่าอีกมาก เจ้าดูสิ ตอนนี้ความเป็นอยู่ของสามแม่ลูกนั่นดีขึ้นเพียงใด หลังจากที่แยกบ้านออกไปแล้ว ข้าว่าแม่สามีของเจ้าไม่น่าขับไล่พวกมันออกไปเลยนะ”
“ไม่ขับไล่แล้วจะทำเยี่ยงไร ท่านแม่ไม่ชอบ หลินเหมยเจียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งตอนนี้น้องสี่ก็แต่งงานกับลูกสาวนายอำเภอแล้ว แถมยังมีลูกด้วยกันแล้ว เจ้าคิดว่าลูกสาวนายอำเภอจะยอมเป็นเมียรองหรือเยี่ยงไร”
“มันก็จริง แม่สามีเจ้าไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลังจากที่น้องสามีเจ้าไปที่สำนักศึกษาที่อำเภอก็อยู่กินกับลูกสาวนายอำเภอแล้ว ไม่เช่นนั้น ลูกชายคนโตจะมีอายุน้อยกว่า ตงหยางเพียงแค่ 1 ปีหรือ แต่ข้าว่าช่างเรื่องของน้องสามี เจ้าเถอะ เจ้าไม่อยากกินเนื้อบ้างเลยรึ ข้าว่าหากแม่สามีของเจ้ารู้ เจ้าว่านางจะอยู่เฉย ๆ หรือไม่”
“นั่นสิ ข้าเองก็อยากรู้ แต่ว่าเจ้าเด็กตงหยางนั่น ร้ายกาจมากเลยนะ หนก่อนข้ายังโดนสามแม่ลูกนั่นทุบตีกลับมา ขอบใจเจ้าที่มาส่งข่าวนะ ผิงจื่อ ข้าจะไปบอกแม่สามี”
“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าข้าหวังดีต่อเจ้าหรือ ข้ากลับบ้านก่อนล่ะ”
หลังจากที่สงผิงจื่อกลับไปฉางชุนอิงก็เดินไปที่ห้องของแม่สามีทันที ด้วยใจที่นางนึกอิจฉาหลินเหมยเจียงที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลังจากที่โดนไล่ออกไปจากตระกูลซ่ง ฉางชุนอิงหวังให้หลินเหมยเจียงกับลูกไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ใครใช้ให้หลินเหมยเจียงกล้าแข็งข้อกันล่ะ
เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าถูกนางกดขี่ข่มเหงรังแกได้ตลอดเลยไม่ใช่หรือ ตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้ว เช่นนั้นนางคงทำได้แค่ยุยงให้แม่สามีไปราวี แย่งชิงข้าวของคนบ้านหลินจะดีกว่า ถึงจะขับไล่ออกไปแล้วแต่ลูกชายหญิงทั้งสองคนนั้นย่อมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของน้องสามีนาง เท่ากับว่ายังเป็นคนตระกูลซ่งอยู่วันยังค่ำ ของที่หามาได้ก็ต้องส่งมาให้บ้านซ่งเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูสิถึงจะถูก
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ”
“สะใภ้ใหญ่เจ้ามีเรื่องอันใด แล้วเอะอะอะไรเสียงดัง”
“ท่านแม่เจ้าคะ ผิงจื่อมาบอกข้าว่าเห็นเจ้าตงหยางแบกกวางกลับมาจากภูเขา ท่านแม่ไม่คิดว่าพวกเขาต้องส่งมาให้บ้านซ่งเราหรือเจ้าคะ ถึงอย่างไรท่านแม่ก็ถือว่าเป็นท่านย่าของเจ้าเด็กนั่นนะเจ้าคะ พรุ่งนี้เจ้าใหญ่จะกลับมาจากสถานศึกษาแล้ว ถ้าหากมีเนื้อเพิ่มบนโต๊ะอาหารคงจะดีไม่น้อยนะเจ้าคะ”
“เจ้าพูดจริงรึ”
“จริงเจ้าค่ะท่านแม่ พวกเราไปเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เช่นนั้นก็ไปตอนนี้เลย”
“เจ้าค่ะ”
แต่ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะได้ออกไปไหน ซ่งเหอจือกับซ่งเหอเจาก็กลับมาจากแปลงนาเสียก่อน ทั้งคู่กลับมาก่อนซ่งเหอฉาง โดยทิ้งให้เขาทำงานที่แปลงนากับสะใภ้สามสองคน ฉีกุ้ยเถียนเห็นลูกชายกลับมาก่อนเวลาก็ถามออกไปด้วยความสงสัย
“เหตุใดพวกเจ้าถึงกลับมาแล้ว แล้วเจ้าสามกับเมียล่ะ”
“ท่านแม่ ช่างเจ้าสามเถอะขอรับ ตอนนี้ พวกข้าสองคนหิวจะแย่แล้ว มีอันใดให้กินบ้าง”
“เช่นนั้นสะใภ้ใหญ่เจ้าไปทำอาหารให้เจ้าใหญ่กับเจ้ารองกินก่อน ส่วนเรื่องอื่น ข้าจะจัดการเอง”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
