บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 สามีที่ไม่รัก

งานวิวาห์ระหว่างคนทั้งสอง ถูกจัดขึ้นภายในระยะเวลาสองเดือน เพราะเป็นความประสงค์ของนวลนิจ ที่อยากให้มนต์นภาแต่งงานเร็ว ๆ การกระทำของหญิงวัยกลางคนทำให้ใครหลายคนต่างพากันไม่ชอบใจ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครขัดขวางได้

และผู้ที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด ก็คือมนต์นภา หญิงสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการของแม่ แต่กลับถูกอชิระกล่าวหา แถมเขายังทำตัวเย็นชาใส่เธอ

“เฮ้อ” มนต์นภาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ขณะทอดสายตามองคนตัวโต ที่กำลังพูดคุยกับคนในงานอย่างสนุกสนาน แต่กลับทิ้งให้เธอยืนต้อนรับแขกเพียงลำพัง

เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน แม้ว่าจะเป็นงานแต่งของตนเองแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครแสดงความยินดี หนำซ้ำผู้คนยังมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม

“คุณอชิระเนี่ยก็เหลือเกิน ทิ้งให้แกยืนอยู่คนเดียว แล้วตัวเองไปคุยกับแขกคนอื่นอย่างมีความสุข”

“แม่” เสียงของคนมาใหม่ทำเธอหลุดจากภวังค์ หญิงสาวเงยหน้ามองนวลนิจ

“แกน่ะเป็นเมียเขาแล้ว ทำหน้าที่เมียให้ดี ๆ ละกัน”

“มนต์ไม่อยากแต่งงานสักหน่อย ทำไมแม่ต้องบังคับกันด้วย” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ ซึ่งดังพอให้นวลนิจได้ยินเต็มสองรูหู ฝ่ายนั้นไม่รอช้าเอื้อมมือหยิกแขนขาวเนียนเต็มแรง

“โอ๊ย!!” ใบหน้างามบิดเบี้ยวตามการกระทำของแม่

“ถ้าแกยังจะปากดีอีก ระวังจะไม่ใช่แค่โดนหยิก” พูดจบ หญิงวัยกลางคนเดินจากไปทันใด

“เมื่อไรแม่จะใจดีกับมนต์บ้าง” ว่าแล้ว ลูบแขนเล็กที่โดนกระทำเบา ๆ โชคดีเธอสวมใส่ชุดเดรสแขนยาว จึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นรอยช้ำ

“พึมพำอะไรของเธอ ได้แต่งงานกับฉันก็ควรดีใจสิ” เสียงทุ้มของอชิระดังขึ้น มนต์นภาหันขวับมองตามเสียง ก่อนเบี่ยงสายตาไปทางอื่น

“อย่าคิดนะว่าเป็นเมียฉันแล้ว จะได้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบโต้ ชายหนุ่มจึงต่อว่าคนตัวเล็ก

“...” มนต์นภาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น พยายามบอกตัวเองไม่ให้ตอบโต้ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เขาหัวเสียมากกว่านี้ ย่อมเข้าใจดีถ้าอีกคนจะเกลียดชังกัน เพราะเธอก็แค่ผู้หญิงทำลายชีวิตของเขา

ท่ามกลางความเงียบ ทำให้อชิระเหลือบมองเจ้าสาวคนสวย ก่อนหันหน้าไปด้านอื่นเพราะอยู่ ๆ ใจดันเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ

“เป็นบ้าอะไรวะ” มือหนากุมอกข้างซ้ายอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งมนต์นภาไว้คนเดียวอีกครั้ง

“คงจะอึดอัดสินะคะ ที่ต้องอยู่กับมนต์ตามลำพัง” ปรายตามองแผ่นหลังกว้างพลางถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอรู้สึกหนักใจเหลือเกินกับชีวิตแต่งงานนับจากนี้ที่ไม่รู้ต้องเจออะไรบ้าง

ช่วงค่ำของวันเดียวกัน งานวิวาห์ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น กว่าจะผ่านไปได้ทำเอามนต์นภาเหนื่อยไม่น้อย เพราะใครหลายคนต่างมองด้วยแววตาสมเพช

“เซ็นซะ” ชายหนุ่มยื่นซองสีน้ำตาลให้แก่คนตัวเล็ก ที่นั่งอยู่ปลายเตียงด้วยความเหนื่อยจากงานแต่งตลอดทั้งวัน

“อะไรคะ” เงยหน้ามองเขาพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เปิดดูเดี๋ยวก็รู้เอง” สิ้นเสียงทุ้ม มนต์นภาไม่รอช้าเปิดซองเอกสาร เธอกวาดสายตาอ่านทีละบรรทัด เมื่ออ่านจบก็แหงนหน้ามองเขา

“หลังจากหนึ่งปีเราต้องหย่ากัน คงไม่ได้คาดหวังจะอยู่กับฉันไปตลอดใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ” รีบสวนกลับทันควัน เธอเอื้อมมือรับปากกาจากเขาและเซ็นชื่อลงในหนังสือสัญญาทันที

“ถึงเราจะแต่งงานกันแล้ว แต่อย่าหวังว่าเธอจะมีสิทธิ์ในตัวฉันและห้ามก้าวก่ายชีวิตฉันเด็ดขาด ไม่ว่าฉันจะทำอะไร”

“ค่ะ” ตอบรับสั้น ๆ ต่อให้อีกคนไม่พูด เธอก็เข้าใจสถานะของตัวเองดี

“เข้าใจแล้วก็ดี”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว มนต์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“ไปสิ! ใครมัดเธอไว้ล่ะ” วาจาร้ายกาจจากเขา ทำให้เธอเลือกจะเงียบและย่างเท้าเข้าไปในห้องน้ำ

เกือบครึ่งชั่วโมง มนต์นภาใช้เวลาในการทำความสะอาดร่างกาย เธอออกจากห้องน้ำ ในสภาพแต่งกายด้วยชุดนอนกระโปรงแขนยาวเรียบร้อย

หญิงสาวกวาดสายตามองคนตัวโตทั่วห้อง ก่อนจะเห็นเขายืนอยู่ตรงระเบียง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันเขาหันมามองเธอพอดี ใบหน้าหวานหันไปทางอื่น แล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจเขา โดยการย่างเท้าไปคว้าหมอนใบใหญ่ขึ้นมากอด

“จะทำอะไรของเธอ” อชิระเดินมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก สายตาคมมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“มนต์จะไปนอนที่โซฟาค่ะ”

“ใครอนุญาต”

“คะ” คำพูดจากปากหนาทำให้เธอหันขวับมองเขา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นอย่างงุนงง

“ฉันถามว่าใครอนุญาตให้เธอนอนที่โซฟา”

“ก็คุณรังเกียจมนต์นี่คะ มนต์ก็เลยคิดว่าคุณไม่อยากให้นอนเตียงเดียวกัน” เอ่ยบอกเสียงแผ่ว แต่ดังพอให้คนตัวโตได้ยินเต็มสองรูหู

“ใช่! ฉันรังเกียจเธอ” ว่าแล้ว เชยปลายคางกลมกลึงขึ้นมาสบตากัน “แต่เธอต้องทำหน้าที่เมีย เพราะค่าสินสอดที่ฉันให้แม่เธอไม่ใช่น้อย ๆ”

“คุณจะให้มนต์ทำอะไรเหรอคะ”

“ถอดเสื้อและขึ้นเตียงให้ฉันเอาซะ” เอ่ยบอกอย่างเย็นชา สายตาคมกริบมองคนตัวเล็กอย่างเหยียดหยาม

“คุณหมายถึงจะทำเรื่องแบบนั้นเหรอคะ”

“ใช่” เอ่ยบอกเสียงดังฟังชัด

“แต่คุณเกลียดมนต์นี่คะ ถ้าทำเรื่องแบบนั้นจะไม่รู้สึกแย่เหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องถาม ฉันสั่งให้ทำอะไรก็รีบทำซะ” ไม่พูดเปล่า อชิระผลักร่างอรชรอย่างแรง จนทำให้เธอเสียหลักแนบหลังลงกับที่นอน

“อย่าคิดนะว่าฉันจะให้เธออยู่อย่างมีความสุข เพราะฉันจะทำให้เธอย่อยยับ” ชายหนุ่มคร่อมร่างเล็กอย่างรวดเร็ว ก่อนแนบริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากนุ่ม ดูดดื่มชิมความหวานอย่างดิบเถื่อน

การกระทำของเขารุนแรงมากเหลือเกิน ทำเอามนต์นภาตั้งตัวไม่ทัน ถึงอย่างนั้นยอมนอนนิ่ง ๆ ให้เขาย่ำยี ด้วยความกลัวว่าจะทำให้เขาไม่สบอารมณ์

“อื้อ” มือบางกำหมอนใบใหญ่แน่น วินาทีนี้เธอรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน ที่ได้รับการปฏิบัติจากเขาอย่างไร้เยื่อใย

อารมณ์ของเขาเริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้น อชิระเอื้อมมือหนาบีบขยำดอกบัวตูมอย่างไร้ความปรานี ส่งผลให้คนใต้ร่างบิดกายไปมาอย่างทรมาน

ชายหนุ่มถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า หลังจากรู้สึกพึงพอใจ ก่อนจ้องมองคนตัวเล็กที่หอบระรัว

“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ”

“ช่วยอ่อนโยนกับมนต์หน่อยได้ไหม” เอ่ยบอกด้วยแววตาอ้อนวอน

“ไม่!!”

“คุณมันใจร้ายที่สุด”

“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่เหรอ งั้นก็อดทนสิ” พูดจบ โน้มหน้าจะจูบปากนุ่มอีกครั้ง ทว่ามนต์นภาหันหน้าหนี สร้างความหงุดหงิดแก่คนตัวโตไม่น้อย

“อะไรของเธออีกวะ”

“ปิดไฟก่อนได้ไหม”

“อย่าเรียกร้องให้มันมากนัก ฉันเริ่มจะรำคาญเธอแล้วนะ” พูดพลางเสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ ก่อนจับปลายคางมนมารับจูบจากปากหยัก

หญิงสาวข่มตาหลับสนิท ยอมนอนนิ่งให้เขาทำตามอำเภอใจ ในเมื่อความต้องการของเธอ ไม่เคยมีความหมายกับใครเลย ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูด

“อื้อ” เธอพยายามกลั้นเสียงคราง แต่ไม่วายดังเล็ดลอดให้ได้ยินอยู่ดี

“อย่าทำเหมือนไม่มีอารมณ์ ทั้งที่เธออยากเป็นเมียฉันเอง” เอ่ยขึ้นหลังจากถอดริมฝีปากออกจากปากนุ่ม

“มนต์ไม่เคยอยากเป็นเมียคุณเลย”

“เฮอะ! คำพูดนี้ไม่สมควรออกจากปากผู้หญิงอย่างเธอเลย” ยกยิ้มมุมปากอย่างคนร้ายกาจ

“คุณน่ะไม่รู้จักมนต์ดีด้วยซ้ำ แต่กลับตัดสินมนต์ไปแล้ว”

“แล้วผู้หญิงดี ๆ ที่ไหน เขาวางยาผู้ชายเพราะอยากได้มาเป็นผัววะ” แสยะยิ้มอย่างสมเพช

“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ” เธอรู้แล้วว่าคนตรงหน้าไม่คิดจะฟังกัน ในเมื่อปักใจเชื่อเป็นแบบนั้นก็คงไม่มีอะไรจะอธิบาย ต่อให้บอกเป็นฝีมือของแม่คนเดียว คนอย่างเขาก็คงหาเหตุผลมาเกลียดเธออยู่ดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel