บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 รับผิดชอบ

แสงแดดยามเช้าสาดกระทบเข้าในห้อง ส่งผลให้เปลือกตาบางขยุกขยิกไปมา เธอเบิกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ระหว่างกำลังจะยันกายลุกขึ้นนั่งก็รู้สึกถึงความหนักบริเวณเอวคอดกิ่ว ทันทีที่ก้มหน้ามองถึงกับเบิกตาโพล่งอย่างตะลึง

“คุณอชิระ” มือเล็กปิดปากอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวจะส่งเสียงดังจนทำอีกฝ่ายตื่น

เธอนำแขนกำยำออกจากเอวอย่างระมัดระวัง แล้วคว้าผ้าห่มคลุมเรือนร่าง ก่อนจะนั่งคิดทบทวนกับเรื่องที่ผ่านมา

ขณะกำลังใช้ความคิด ทันใดนั้นประตูห้องถูกเปิดออก ทำเอามนต์นภาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

“แม่” สายตาคู่งามปะทะกับมารดา ก่อนชำเลืองมองข้างหลังหญิงวัยกลางคนที่มีพ่อกับพี่สาวยืนอยู่ นอกจากนั้นก็มีสาวใช้อีกสองคน

“นี่มันอะไรกันมนต์” นวลนิจก้าวยาว ๆ ไปหาลูกสาว แล้วจ้องไปยังอชิระซึ่งยังคงหลับสนิท

“ว้าย!! นั่นมันคุณอชิระนี่” พูดพลางหันมองข้างหลัง

“อธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ธนาปัติถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะเดียวกันจ้องเขม็งมนต์นภาอย่างกดดัน

“ยังจะถามอีกเหรอคุณธนา ไม่เห็นเหรอว่าคุณอชิระขืนใจยัยมนต์ แบบนี้ต้องรับผิดชอบนะ”

“คุณพ่อคะ อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดก็ได้” มุกดาพยายามแก้ตัวแทนเพื่อนสนิทอย่างอชิระ

“เข้าใจอะไรผิดอีกล่ะหนูมุก ดูสิตรงคอยัยมนต์เต็มไปด้วยรอยแดง ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณอชิระจะเป็นใครอีกล่ะ” นวลนิจชี้ไปยังรอยแดงสีกุหลาบตรงลำคอระหง ขณะนั้นมนต์นภาพยายามนำผ้าห่มปิด เธอรู้สึกเหมือนถูกตบกลางสี่แยก

“พอเถอะแม่” เธออายเหลือเกินจนอยากมุดหน้าหนี

“เอะอะเสียงดังอะไรกัน” เสียงทุ้มของอชิระดังขึ้น เขายันกายลุกขึ้นนั่งพลางขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันอย่างงุนงง เมื่อสายตาปะทะกับคนในห้อง

“รีบใส่เสื้อผ้าและตามมา” ธนาปัติเอ่ยบอกแค่นั้น แล้วเดินจากไปทันใด

“คุณพ่อคะ” มุกดาตะโกนไล่หลังบิดา ก่อนจากไปไม่วายหันไปพูดกับเพื่อนสนิท “เกิดเรื่องแล้วนะอชิ”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ” เขาเสยผมขึ้นอย่างลวก ๆ ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์หนึ่งผุดขึ้นในหัว จึงหันขวับมองมนต์นภา

“นี่คือแผนของเธอใช่ไหม”

“อะไรกันคุณอชิระ รังแกยัยมนต์แล้วยังจะมีหน้ามาพูดอีกเหรอ” นวลนิจเอ่ยบอกอย่างไม่พอใจ

“แผนการของพวกคุณสินะ” จ้องเขม็งสองแม่ลูกปานจะกินเลือดกินเนื้อ

“แผนการอะไรกันล่ะ ดูสิ่งที่คุณทำกับยัยมนต์สิ” นิ้วเหี่ยวย่นชี้ไปยังลำคอระหงซึ่งเต็มไปด้วยรอยแดงสีกุหลาบมากมาย

“พอเถอะแม่”

“รีบไปแต่งตัวได้แล้ว อย่าทำให้พ่อแกโมโหไปมากกว่านี้” หญิงวัยกลางคนไม่พูดเปล่าก็กระชากลูกสาวออกจากห้อง ทิ้งอชิระไว้ตามลำพังอย่างหัวเสีย

“เฮ้อ” เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และไม่รอช้าลุกขึ้นแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนตรงไปยังจุดหมายปลายทาง

เมื่อมาถึงห้องโถง กลับพบว่าทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันแล้ว อชิระจ้องเขม็งไปทางมนต์นภาซึ่งเธอก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาผู้ใด

“มันเกิดอะไรขึ้น” ทันทีชายหนุ่มนั่งบนโซฟาตัวหรู เจ้าของคฤหาสน์เปิดประเด็นทันใด

“ยังจะถามอีกเหรอ” นวลนิจแทรกขึ้น

“หุบปาก!!” ถ้อยคำจากปากของชายวัยกลางคนทำให้นวลนิจจำใจต้องเงียบ แม้จะรู้สึกไม่พอใจมากแค่ไหนก็ตาม

“อธิบายมาสิอชิ ทำไมถึงไปอยู่กับมนต์ในสภาพนั้น ทั้งสองชอบกันเหรอ”

“เปล่าครับ”

“แล้ว” ธนาปัติเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“เมื่อคืนผมถูกวางยาและคนที่วางยาผมคือมนต์นภา” เขาเหลือบมองไปยังหญิงสาว ที่ยังคงก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้ามองใครทั้งสิ้น

ประโยคจากปากหยักได้รูป ทำเอาทุกคนในห้องโถงเบิกตากว้าง ก่อนหันขวับมองมนต์นภาราวกับต้องการเค้นความจริง

“พูดอะไรของคุณ ยัยมนต์ไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก คุณได้ลูกสาวฉันแล้วคิดจะปัดความรับผิดชอบเหรอ” นวลนิจสวนขึ้นอย่างร้อนใจ

“ผมพูดความจริง” เขาบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยท่าทางมั่นใจ

“ไหนหลักฐานล่ะ”

“...” คำถามจากฝ่ายนั้นทำให้อชิระเงียบ เพราะเขาไม่มีหลักฐานอะไรเลย นอกจากความมั่นใจที่ได้ดื่มน้ำจากมนต์นภา แล้วก็มีอาการเป็นแบบเมื่อคืน

“หลักฐานก็ไม่มียังคิดจะปฏิเสธอีกเหรอ เรื่องที่คุณทำให้ยัยมนต์เสียหายต่างหากคือความจริง”

“พอเถอะแม่” หญิงสาวพยายามจะห้ามปรามมารดา ระหว่างนั้นชำเลืองมองคนตัวโตที่แทบอยากฉีกร่างเธอเป็นชิ้น ๆ

“หุบปากแกเถอะยัยมนต์ ฉันกำลังเรียกร้องความรับผิดชอบให้แกอยู่นะ” นวลนิจหันไปตำหนิลูกสาวอย่างหงุดหงิด

“เอาละพอได้แล้ว สรุปว่าอชิจะเอายังไงกันแน่” ประโยคท้ายธนาปัติหันไปถามความเห็นจากชายหนุ่ม

“จะอะไรอีกล่ะ ทำให้ยัยมนต์เสียหายขนาดนี้แล้ว ก็ต้องรับผิดชอบสิ”

“หุบปากเถอะนวล ผมกำลังถามอชิ”

“เอ่อ คือ...” อชิระพูดตะกุกตะกัก พยายามคิดคำพูดดี ๆ เพื่อจะเปล่งออกมาและไม่ทำให้ธนาปัติขุ่นเคือง แต่ไม่ทันได้เอ่ยประโยคใด จู่ ๆ ฝ่ายนั้นพูดขึ้นทำเอาคาดไม่ถึงทีเดียว

“แต่งงานกับมนต์เถอะ ยังไงมนต์ก็เป็นลูกสาวของลุง ถ้าทำถึงขนาดนั้นแล้วก็ต้องรับผิดชอบสิ”

“แต่งงานเหรอครับ” หันขวับไปมองมนต์นภา ก่อนสายตาจะสะดุดกับนวลนิจกำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยราวกับผู้ชนะ

“ใช่! แต่งงานกับมนต์ซะ”

“นั่นสิ ทำยัยมนต์เสียหายแล้วก็ต้องรับผิดชอบ” นวลนิจเสริมขึ้น

อชิระกำมือเข้าหากันแน่น พยายามระงับโทสะสุดขีด วินาทีนี้รู้สึกโกรธเคืองสองแม่ลูกมาก

“เอาตามนี้นะอชิ”

“ครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อน” สุดท้ายจำใจต้องยอมรับอย่างไม่มีทางเลี่ยง เนื่องจากไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล

หลังจากทุกคนทยอยออกจากห้อง เหลือเพียงสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง ก่อนมนต์นภาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้น

“เมื่อคืนแม่ใส่อะไรลงไปในน้ำดื่มของคุณอชิระ”

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”

“แม่คะ” ว่าแล้ว เอื้อมมือจับท่อนแขนของแม่ ไม่วายถูกนวลนิจปัดออก

“ไม่ต้องถามอะไรมาก เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของคุณอชิระซะ”

“อย่าบอกนะคะ แม่วางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว” ดวงตากลมโตจ้องอีกฝ่ายอย่างกดดัน

“น่ารำคาญจริง ๆ เลยนังมนต์ ฉันจะบอกอะไรให้ก็ได้ ฉันนี่แหละเป็นคนวางแผนทั้งหมดเองแหละ เพราะฉันอยากให้แกอยู่อย่างสุขสบายไง”

“แม่!!” เธอถึงกับร้องเสียงหลง ไม่คาดคิดผู้เป็นแม่จะทำกับเธอถึงขั้นนี้

“ฟังนะนังมนต์ ฉันทำทุกอย่างเพื่อแก”

“ไม่ใช่เลย แม่ทำเพื่อตัวเองต่างหาก หนูจะไปบอกคุณพ่อให้ยกเลิกงานแต่ง” หญิงสาวตั้งท่าจะก้าวเดินไปจากห้อง ทว่านวลนิจกลับคว้าไว้และตบหน้างดงามเต็มแรง จนหญิงสาวล้มลงไปนั่งบนพื้นพรม

“แกไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งฉัน จำไว้ซะนังมนต์” พูดพลางจี้ขมับคนบนพื้น ก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี หลังจากได้ในสิ่งที่ต้องการ

“แม่ทำเหมือนมนต์ไม่ใช่คนเลย” โอบกอดตัวเองพร้อมปล่อยน้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม

หลายครั้งเธอมักจะถูกแม่ทำร้ายจิตใจ แต่หนนี้กลับรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เพราะดึงคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา

ตัดมาทางของอชิระ หลังจากชายหนุ่มกลับมาถึงคฤหาสน์ จึงก้าวยาว ๆ เข้าไปด้านใน ก่อนหยุดชะงักเมื่อพบว่าแม่กำลังรออยู่

“จริงหรือเปล่าอชิ เมื่อกี้คุณธนาโทรมาบอกแม่ว่าลูกจะแต่งงานกับลูกสาวคนที่สองของบ้านนั้น” อรอนงค์ถามขึ้นอย่างร้อนใจ

“ครับ” พยักหน้ารับเล็กน้อย

“เกิดอะไรขึ้น” ถ้าเป็นลูกสาวคนแรกอย่างมุกดา เธอจะไม่ถามอะไรเลย แต่นี่เป็นมนต์นภาที่เกิดจากเมียน้อยของธนาปัติ

อชิระยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง โดยไม่ปิดบังสักนิด

“เลวที่สุด” อรอนงค์เอ่ยบอกหลังจากได้ฟังลูกชายพูดจบ

“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่อย่างไม่มีความสุข” ในเมื่อกล้าทำลายชีวิตของเขา ฉะนั้นอย่าหวังว่าหลังจากนี้เขาจะปรานี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel