บท
ตั้งค่า

CHAPTER 1 เจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ [4/4.2]

หลังจากทานจนอิ่มแปล้ฉันก็ต้องกลับไปซ้อมเชียร์ต่อโดยมีพ่อเจ้าประคุณตามติดมาด้วย แทบทุกสายตาจับจ้องมาที่ร่างสูง ซึ่งเดินคู่กับฉันมายังบริเวณนัดซ้อมเชียร์ บางคนเห็นเป็นเรื่องปกติก็ไม่ได้สนใจอะไร บางคนก็ไม่ได้สนใจฉัน แต่สนใจหนุ่มเดือนมหาวิทยาลัยต่างหาก

“อ๊ะๆ ยังงาย... แม่คุณคนสวย…” เจย์ หรืออีกนามหนึ่งคือ เจนี่ เพื่อนสาวสุดหล่อของฉันลากเสียงแซว

“ไม่ยังไงหรอกเจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ไง อ่ะขนม”

ฉันวางถุงเค้กมะพร้าวอ่อนใบเตยบนโต๊ะหิน ทั้งๆ ที่ฉันไล่เขากลับไปแท้ๆ ฉันไม่อยากให้เขามารอซ้อม เพราะกว่าจะเลิกก็คงปาไปเกือบสามทุ่ม ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะเบื่อหรือรอนานหรอกนะ แค่ไม่อยากเห็นหน้าเท่านั้นเอง ตัวติดกันทุกวันไม่ติดก็คงเฉพาะเวลาเรียนกับเวลาเข้าห้องน้ำเท่านั้นแหล่ะมั้ง

“อุ๊ตต๊ะ คาวินขา สนใจจะมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเจ้มั้ยคะ”

พี่โบวี่รุ่นพี่ต่างสาขาซึ่งค่อนข้างสนิทกันพูดเสียงแจ๋นออดอ้อนเจ้ากรรมนายเวรของฉันเต็มที่จนฉันอดแขวะไม่ได้

“เสียงเจ้น่าตบมากเถอะ”

ชายหนุ่มแค่อมยิ้มและมองฉันด้วยสายตาเป็นประกาย นี่คงไม่ได้มโนว่าฉันหวงเขาหรอกนะ

“อ้าว อีรษาหล่อนไม่อยากได้เองเจ้ก็จะเอาไง”

“แหมๆ มีหวงด้วย” เจนี่พูดอย่างหมั่นไส้

เจนี่ด่าฉันตลอดว่า ฉันเล่นตัวไม่เข้าเรื่อง ทั้งที่คาวินดีขนาดนี้ตามรับตามส่งคอยดูแลสารพัด แต่ฉันยังบอกว่าเป็นแค่เพื่อน ถ้าเป็นเจนี่คงจะกินหัวกินหางกินกลางตลอดตัวให้เปลี่ยนสถานะไปแล้ว

“ยิปโซกลับแล้วหรอ?” ฉันเบี่ยงประเด็น

“กลับไปเป็นชาติแล้ว” เพื่อนรุ่นเดียวกันตอบ

“เอาล่ะๆ ไปซ้อมกันดีกว่า เบื่อชะนีปากแข็ง”

“ไอ้เจย์!”

“ว้าย เรียกใหม่สิยะหล่อน เจนี่ๆ ไม่ใช่เจย์ มาตั้งแถว” เจนี่ตวาดอย่างหงุดหงิดทุกคนจึงต้องลุกมาตั้งแถวซ้อม

“หรีดพร้อม”

“พร้อม!”

“3 4...”

ทุกคนตั้งใจซ้อมกันอย่างเข้มแข็ง ร่างกายทุกสัดส่วนของหรีดเดอร์ถูกพรีเซ็นต์โดยท่าทางที่แข็งแรงแต่ผู้หญิงจะแฝงไปด้วยความอ่อนหวาน ฉันรับรู้ถึงสายตาของคาวิน เขาไม่ได้สนใจคนอื่นเลย เขามองแค่ฉัน ไม่รู้ทำไมคาวินถึงปฏิเสธหน้าที่หรีดเดอร์ของคณะสัตวแพทย์ แต่ถ้าเขาเป็นหรีดให้คณะคงไม่มีเวลามานั่งอยู่ตรงนี้แน่

ทุกวันของชีวิตดำเนินต่อไปอย่างราบเรียบ กิจกรรมซ้ำๆ เดิมๆ หากเป็นปกติฉันคงเหนื่อย และหมดแรงไปแล้วหากคาวินไม่คอยอำนวยความสะดวก และจัดการธุระบางอย่างให้ฉัน เช่น พาไปทานข้าว ขับรถไปรับ-ส่ง ซื้อของมาเติมตู้เย็นในห้องฉัน รวมไปถึงเอาผ้าไปส่งซักรีด แต่แลกกับที่หลับที่นอนในห้องฉันมันก็เป็นสิ่งที่เขาควรทำแล้ว หรือเรียกแบบบ้านๆ คือ ทำงานแลกที่ซุกหัวนอนยังไงล่ะ

“อุ้ย ขอโทษค่ะ”

ฉันเอ่ยปากขอโทษแทบจะในทันทีที่รู้สึกว่าร่างปะทะกับร่างของใครบางคน เพราะฉันมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหาโทรศัพท์ในกระเป๋าอยู่มันจึงเป็นความผิดของฉัน

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับใครบางคนที่เหมือนกับว่าฉันลืมเขาไปแล้ว

“...ธี”

“...”

ส่วนธีไม่พูดอะไรเพียงแค่มองฉันด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ฉันกลับมองชายหนุ่มด้วยสายตาเจ็บปวด ฉันฝืนยิ้มให้เขาแต่ก่อนที่จะพูดอะไรออกมาเขาก็ชิงตัดบทเสียก่อน

“...ไม่เป็นไรใช่มั้ย งั้นฉันขอตัว” ธีเบือนหน้าหลบสายตาก่อนจะรีบก้าวออกมา

“เดี๋ยว ธี..! รษาขอคุยด้วยหน่อย”

ฝีเท้าชะงักตามเสียงเรียก เปลือกตาคมปิดลง และสูดอากาศเข้าปอดสะกดกันอารมณ์บางอย่างเอาไว้ก่อนที่ร่างสูงค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับฉัน ...อย่างไรฉันก็เคยเป็นเพื่อนคนหนึ่ง แม้ฉันจะทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยก็ตาม

“มีอะไร?” ธีถามอย่างเหนื่อยๆ คงอ่อนใจกับผู้หญิงดื้อดึงคนนี้

“ไปคุยกันข้างตึกดีกว่า” ฉันไม่รอให้เขาตกลงแต่เดินนำไปแทน

“มีอะไรรีบพูดเถอะ ฉันรีบไปเรียน”

ถึงแม้ฉันกับธีจะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่โอกาสที่จะเจอกันก็น้อยมาก เพราะธีเรียนคณะศึกษาศาสตร์แต่ฉันเรียนนิเทศศาสตร์ อีกทั้งธียังพยายามหลบหน้าฉันตลอด ต่างกับผู้ชายอีกคนที่แม้จะเรียนต่างคณะกัน แต่กลับเจอหน้าเขาแทบจะ 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้

“...กลับมาคบกับรษาได้ไหม?”

“รษา... ฉันว่าเราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบแต่ขมวดคิ้วเข้ม เรื่องนี้มันเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับธี

“ทำไม? ก็ในเมื่อธีก็เลิกกับครูปิ่นไปแล้ว...”

“หยุดพูดซะทีก่อนที่ฉันจะเกลียดเธอไปมากกว่านี้!”

ธีเสียงดังขึ้นหลายระดับเมื่อฉันพูดถึงผู้หญิงอีกคนที่เป็นคนรักของเขา และฉันก็เป็นคนทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่เองกับมือ

“ทำไม รษาไม่ดีตรงไหน ทำไมธีรักรษาไม่ได้” ถามอย่างไม่เข้าใจ

“แล้วเธอดีตรงไหน? ยังจะมีหน้ามาพูดอีกนะรษา”

ฉันรู้สึกหน้าชากับนิ้วชี้เรียวยาวที่กำลังชี้หน้าฉันอยู่ ณ ตอนนี้ สมแล้วที่เขาจะพูดแบบนี้กับฉัน

“...”

“ก็เธอเองไม่ใช่หรอ ที่เป็นคนทำให้ฉันต้องเลิกกับปิ่น สมใจเธอแล้วนี่”

ใช่...ฉันทำอะไรไว้ฉันรู้ดีแก่ใจ

“แต่ที่รษาทำไป เพราะรษารักธีนะ” ฉันเอ่ยประโยคนี้ได้ไม่เต็มเสียงนัก

“หยุดพูดคำว่ารักโง่ๆ กับฉันสักทีรษา เพราะมันยิ่งทำให้ฉันมีแต่จะเกลียดเธอ” น้ำเสียงเยือกเย็นนั้นทำให้ฉันรู้ว่าเขาพูดจริง

“แต่รษา รัก...”

“ฉันบอกให้หยุดพูดไง! เธอไม่ได้รักฉัน แต่เธอรักตัวเอง เธอมันเห็นแก่ตัว สักวันเธอจะไม่เหลือใคร... แม้แต่ไอ้วิน”

ธีสาดคำแรงใส่พร้อมผลักร่างบางจนเซไปชนกับผนังตึก ความรู้สึกเจ็บจากแรงปะทะเมื่อครู่ทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้มระเรื่อร่วงแหมะลงกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ธีสงสารฉันเลยแม้แต่น้อย

“ฮึก ฮือ...”

“เฮ้ย ไอ้ธี พอเถอะถือว่ากูขอ”

เสียงคุ้นหูดังขึ้น เขาคงเอาโทรศัพท์มาให้ฉันแน่ๆ ...บ้าจริง ฉันไม่อยากให้คาวินเห็นฉันอยู่กับธี และไม่อยากให้เขาเห็นฉันในสภาพที่อ่อนแอแบบนี้จึงซบหน้ากับมือบางเมื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ และก็ไม่รู้ว่าคาวินมองฉันด้วยสายตาแบบไหน

“ฮึกๆ”

“ตอนแรกฉันคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้นะ แต่พอนึกถึงวันนั้นแล้วฉันทำใจเป็นเพื่อนกับผู้หญิงเห็นแก่ตัวอย่างเธอไม่ได้จริงๆ ว่ะ”

ธียังสาดคำแรงไม่หยุด ยิ่งฉันร้องไห้ยิ่งทำให้นึกถึงผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้และเจ็บมากกว่าฉันหลายเท่า ...หรือมันถึงเวลาที่ฉันควรจะปล่อยธีไปสักที เพราะถึงยังไง... เขาก็ไม่มีวันรักฉัน

“พอแล้วไอ้ธี...” คาวินแตะไหล่ปรามเพื่อนสนิท

ฉัน ธี และคาวิน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อของเราเป็นเพื่อนสนิทกันจึงทำให้ลูกๆ เป็นเพื่อนกันไปด้วย คาวินรู้มาตลอดว่าฉันชอบธีมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงแม้เขาจะพยายามทำดีแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจเข้าไปในหัวใจของฉันได้และฉันกับธีก็รู้ว่า คาวินชอบฉันมาตั้งแต่เด็กๆ เช่นกัน

“มึงดูคนของมึงไว้ให้ดีเถอะ อย่าให้มายุ่งกับกูอีก” ธีพูดทิ้งทวนกับคาวินก่อนจะเดินอออกไป

คาวินพยักหน้ารับก่อนจะก้าวไปพยุงร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เขามองสำรวจว่ามีส่วนไหนบอบช้ำบ้างก่อนจะกดศีรษะฉันให้ซบลงบนไหล่กว้าง

“ฮือ”

“เจ็บมากไหม?”

น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเจ็บกว่าเดิมเป็นสิบเท่า

“ฮือ...”

มีเพียงเสียงร้องไห้เป็นคำตอบ ฉันกอดคาวินแน่น เพราะกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างที่ธีพูด เขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายแม้ฉันเจอลมพายุรุนแรงแค่ไหนขอแค่มีคาวินอยู่ก็พอแล้ว

ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่ว่า ฉันเคยคบกับธีเมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ฉันเป็นคนขอคบกับเขาเอง ในตอนนั้นธีก็ตอบตกลงเพราะความดีของฉันที่คอยตามงานให้เขา คอยออกหน้าปกป้องเขาในหลายครั้งที่ธีโดดเรียนหรือทำผิด

...แต่คนไม่รัก ก็คือไม่รัก ...สุดท้ายธีก็เป็นฝ่ายขอเลิกคบกับฉัน

ธีบอกเหตุผลสำคัญคือ เขาสงสารเพื่อนสนิทอีกคน ทุกครั้งที่ฉันอยู่กับธี คาวินจะมีแววตาที่เศร้าสร้อย ฉันรู้... มันทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนแอบรัก และไม่ได้รับความรักตอบแทน ความรู้สึกที่แสดงออกมานั้นฉันรู้ดีถึงปากเขาจะบอกว่า ‘กูโอเค’ ก็ตาม

“ไม่ใช่แค่รษาที่เจ็บ วินก็เจ็บเหมือนกัน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel