CHAPTER 1 เจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ [4/4.1]
เสียงสูดดมความหอมจากแก้มนุ่มจากการกระทำของคนตัวใหญ่ ซึ่งเมื่อครู่ เขาโน้มตัวลงมากดจมูกโด่งได้รูปกับแก้มของฉันอย่างรวดเร็วในขณะที่รถติดไฟแดง
“เลิกบ้าได้แล้ว”
“ไอ้ๆ”
ฉันเอามือปิดตรงบริเวณแก้มที่ยังอุ่นๆ อยู่ ฉันกลายเป็นคนติดอ่างไปแล้ว เพราะสำหรับคาวินนั้นยากจะหาคำใดเปรียบเปรย ขโมยหอมแก้มฉัน ว่าฉันบ้าแล้วยังจะมาทำหน้าตายอีก และฉันก็ทำได้เพียงฮึดฮัด กอดอกแน่นจนถึงคาเฟ่ประจำ ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะโกรธเขา โกรธแบบไม่พูดกับเขาด้วยให้รู้เสียบ้างว่าเขาเป็นคนทำผิด
“เชิญครับ คุณผู้หญิง”
คาวินเปิดประตูให้ฉันที่ไม่ยอมลงจากรถแม้จะถึงที่หมายแล้ว ฉันมองเขาด้วยหางตาก่อนรองเท้าส้นสูงจะแตะลงบนพื้นแล้วขยับดึงกระโปรงเล็กน้อยให้เข้าที่
“บอกให้ใส่ตัวยาวกว่านี้ไง” เขาขมวดคิ้วกับกระโปรงที่สั้นเลยเข่ามาเกินหนึ่งคืบ
“นี่คือตัวที่ยาวที่สุดแล้วย่ะ” ฉันเถียง
“แค่ยืนก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนถ้านั่งไม่ต้องพูดถึง” คาวินเริ่มหัวเสียกับฉันที่เถียงข้างๆ คูๆ
“มันเป็นเครื่องแบบของคณะฉันย่ะ”
ฉันทำหน้ายู่ก่อนจะเดินนำคนขี้หวงไปในร้าน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เอ๊ะ... ฉันตั้งใจว่าจะไม่คุยกับเขานี่ ช่างเถอะ เข้าไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มดีกว่า
คาเฟ่แห่งนี้เป็นบ้านไม้เก่าที่เจ้าของร้านรีโนเวทใหม่ให้เป็นร้านกาแฟสไตล์ไทยวินเทจ ด้วยความที่รอบๆ บริเวณร้านมีไม้ดอก และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่อยู่มาก ฤดูนี้เป็นคิวของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่เบ่งบานต้อนรับคนที่มาใช้บริการในคาเฟ่เเห่งนี้ แถมลมพัดเย็นตลอดวันจึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้ไม่ต้องติดแอร์ให้เปลืองค่าไฟ อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปสวยๆ ได้ทุกมุมของร้านที่สำคัญเจ้าของร้านยังใส่ใจในทุกรายละเอียดได้อีกด้วย
“เอาชาเขียวปั่น คาปูชิโน่ปั่น แล้วก็ผักโขมอบชีสค่ะ วินเอาอะไรอีกมั้ย?”
ประโยคหลังฉันหันมาถามคนที่พึ่งเดินเข้าร้านลืมไปเสียสนิทว่าจะไม่คุยกับเขาหลังจากสั่งเมนูเครื่องดื่มที่ดื่มประจำให้ทั้งฉันและคาวิน เขาถอดแว่นตากันแดดสีชาออกก่อนจะเสยผมสีเทาแล้วตอบคำถาม และยังเป็นการสั่งออเดอร์เพิ่มไปในตัว
“เอาเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนเพิ่มอีกหนึ่งที่ครับ”
พนักงานก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ก็แหม... พ่อคุณหล่อซะขนาดนั้น มีใครบ้างที่จะไม่หลงเสน่ห์ ...หมั่นไส้
ใครๆ ก็รู้ว่าเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนของที่นี่อร่อยแค่ไหนถึงแม้จะเป็นร้านที่อยู่ชานเมืองต้องขับรถมาไกลสักหน่อยแต่มันก็คุ้มค่าที่จะได้ลิ้มลองความนุ่มละมุน และความหอมของมัน
“รษาไปนั่งรอวินที่โต๊ะนะ เดี๋ยวจ่ายตังค์แล้วตามไป”
“โอเคค่ะ” ฉันทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
ฉันหย่อยหุ่นนาฬิกาทรายไซส์เอสลงบนเก้าอี้ไม้โบราณบุนวมบริเวณชั้นสองติดกับระเบียงซึ่งเป็นที่ประจำ ดีที่วันนี้ไม่มีคนนั่งไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้ชมความงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์และบรรยากาศสวยๆ แน่ๆ
“ขอโทษนะครับ ตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่าครับ”
ฉันเลื่อนสายตาไปตามเสียงของใครบางคนที่ดูเหมือนจะพูดกับฉัน และเป็นประโยคที่คุ้นเคยมากเสียด้วย นั่นก็เพราะได้ยินเป็นประจำ
“อ๋อ มีอะไรหรือเปล่าคะ? พอดีอีกหน่อยจะมีคนมานั่งค่ะ”
ฉันตอบไปอย่างรักษามารยาท ถึงแม้จะอยากไล่ผู้ชายหน้าหล่อนี้ไปก็ตาม
“ผมโอมนะครับ เรียนวิศวะ” เขายังหน้าด้านแนะนำตัวถึงจะไม่ได้นั่งก็ขอทำความรู้จักก็ยังดี?
“อ๋อค่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ในใจภาวนาให้คาวินรีบมา
“ขอเบอร์คุณหน่อยได้ไหม...”
“คงไม่ได้หรอก”
น้ำเสียงดุๆ ที่แทรกขึ้นมาทั้งที่ชายหนุ่มที่ชื่อโอมยังพูดไม่จบประโยคดี คงไม่ต้องให้เดาหรอกว่าเป็นใครจะยอมหายโกรธเขาก็ได้ ถือว่าครั้งนี้ฉันจะละเว้นให้คาวินครั้งหนึ่งแล้วกัน
“แฟนผมเขาไม่ค่อยว่างคุยโทรศัพท์”
เมื่อได้ยินคำว่าแฟน หนุ่มวิศวะถึงกับผงะ เขาคงสงสัยสินะ เพราะความจริงแล้วฉันยังไม่มีแฟน และคนทั้งมหาวิทยาลัยก็รู้ว่าฉันยังไม่มีแฟน แต่คาวินกลับแนะนำตัวเองอย่างนั้น และฉันก็ไม่คิดจะปฏิเสธหรอกไม่อย่างนั้นผู้ชายคนนี้ก็ไม่ไปไหนพอดี
“อ๋อ งั้นผมขอตัวนะครับ” เขามองฉันกับคาวินสลับกันก่อนจะรีบเผ่น
“เฮ้อ ไปสักที”
ฉันพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายกันเหตุการณ์เดิมที่วนซ้ำๆ เหมือนเดจาวูเปลี่ยนแค่หน้าคนพูดประโยคขอเบอร์โทรศัพท์เป็นบ้างขอไลน์ บ้างขอเฟสเท่านั้น
“ใส่สั้นขนาดนี้ใครเห็นก็คิดว่าอ่อยเหยื่อทั้งนั้นแหล่ะไม่แปลกที่ผู้ชายพวกนั้นมันจะหม้อเธอ”
คาวินถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนมาคลุมตักฉันอย่างเหนื่อยใจแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับฉัน
“ค่าๆ คุณพ่อบ่นอยู่ได้คราวหน้าจะติดป้าย ‘ห้ามหม้อ’ ไว้บนหน้าผากแล้ว” ฉันพูดประโยคประชดประชันพร้อมกับหัวเราะไปด้วย
ผู้ชายพวกนี้ก็เหลือเกินแวะมาไม่เว้นมาแต่ละวัน บางวันดีหน่อยที่ตัวติดกับคาวินตลอดถึงได้ไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบ แต่เพียงแค่เขาคลาดสายตานิดเดียวฉันก็เกือบโดนเสือโดนตะเข้งาบไปแล้ว
“ติดวันนี้เลยยิ่งดี” เขาบอกอย่างจริงจัง
“ขออนุญาตเสิร์ฟนะคะ” พนักงานสาวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเรียกความสนใจจากเรา
ฉันคว้าชาเขียวปั่นขึ้นมาดูดแก้เซ็งพลางมองบรรยากาศร้านโดยรอบที่มีทิวทัศน์ของต้นไม้เขียวขจีแซมกับต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ออกดอกเต็มต้น บางส่วนก็ร่วงหล่นบนพื้นประปรายจนบริเวณโดยรอบเป็นสีชมพูอ่อนที่สวยงาม ฉันกำลังเอื้อมมือหยิบดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ปลิวมาตกที่โต๊ะแต่โดยมือใหญ่ของชายหนุ่มข้างๆ ก็คว้าไปเสียก่อน
“เอียงหน้ามา” เขาพูดเสียงเรียบ
ฉันไม่ขัดขืน เพราะรู้ว่าเขาจะทำอะไร คาวินเกลี่ยผมที่ปรกลงมา ก่อนจะทัดดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เข้าที่หูของฉันแล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ และการกระทำต่อมาจะทำให้ฉันหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที
ฟอด
“น่ารักจัง”
ฉันเบิกตาโตยิ่งกว่าไข่ห่าน เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ฉันอยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ใส่หูเขาสองครั้งแล้วที่เขาขโมยหอมแก้มฉันในรอบวันถ้าไม่ติดว่านี่เป็นที่สาธารณะเขาแก้วหูแตกแน่วันนี้ ฉันอุตส่าห์ลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปแล้วแท้ๆ คนไม่สำนึก!
“กินเข้าไปเลย” ฉันตักเค้กคำโตยัดเข้าปากขี้ขโมยแก้เขิน
ดวงตาคมกริบมองใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอิ่มใจ ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นที่สาธารณะเขาคงฟัดฉันแบบที่ชอบทำแน่ เขาเคยขู่ว่า ถ้าวันหนึ่งเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่คงเผลอหลุดปากบอกผู้ใหญ่ให้จับฉันคลุมถุงชนกันเขาเป็นแน่
...แล้วใครใช้ให้เขามาอยู่ใกล้ๆ ฉันก็ไม่รู้
