บท
ตั้งค่า

CHAPTER 1 เจ้ากรรมนานเวรรูปแบบใหม่ [2/4]

เสียงผิวปากของชายหนุ่มที่พึ่งออกจากห้องน้ำดังลอยมาแต่ไกล คาวินเดินตามกลิ่นหอมของอาหารโชยมาจากห้องครัวพร้อมกับเสียงโครกครากของกระเพาะที่ต้องการอาหาร

“ทำอะไรกินอ่ะ หอมจัง”

“สปาเก็ตตี้ขี้เมานั่งลงสิเดี๋ยวยกไปให้”

ฉันบอกทั้งที่มือยังง่วนอยู่กับการคีบเส้นสปาเก็ตตี้ใส่จานกระเบื้องสีดำ มันเป็นเมนูเดิมๆ ที่ฉันทำเกือบแทบทุกวัน จริงๆ ก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน

“สปาเก็ตตี้ขี้เมาอีกแล้ว” เขายู่หน้าเล็กน้อยอย่างขัดใจแล้วปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์

“ก็อยากกินคาโบนาร่านะ แต่ทำยากอ่ะ อีกอย่าง... ทำไม่อร่อยเท่าวินด้วย” ประโยคหลังน้ำเสียงของฉันสื่อถึงอะไรบางอย่าง

“อืม เดี๋ยววันเสาร์ทำให้กินก็แล้วกัน”

ฉันยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้นพร้อมกับจานสปาเก็ตตี้สองใบวางตรงหน้าเขา ความจริงแล้วคาวินทำอาหารอร่อยทุกอย่าง แต่เจ้าประคุณไม่ค่อยมีเวลาว่างทำให้ทานสักเท่าไร

หลายคนสงสัยว่า เขาและฉันเป็นอะไรกันทำไมถึงดูสนิทสนมกันขนาดนี้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เรียกได้ว่าเห็นคาวินจะต้องเห็นรษา เห็นรษาก็ต้องเห็นคาวินอยู่แถวๆ นั้น จะเล่าให้ฟังก็ได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรหรอก เป็นเรื่องที่หลายๆ คนรู้กันอยู่แล้ว

เนื่องจากพ่อของเขากับฉันเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม สมัยฉันยังเด็กพ่อแม่ของฉันมักจะเอาฉันมาฝากไว้ที่บ้านของคาวินแล้วเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ บางครั้งคาวินก็มาอยู่บ้านฉันในช่วงปิดเทอมบ้างทำให้เราสองคนโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็ก และสองครอบครัวปูทางหมายให้คาวินกับฉันแต่งงานกันในอนาคต...

ฉันรู้... ว่าคาวินมองฉันมาตลอด ฉันเป็นคนเดียวที่อยู่ในสายตาเขา แต่ในทางกลับกันเขาไม่เคยอยู่ในสายตาฉันเลย... ฉันมีอีกคนที่รักถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะทำให้ฉันเจ็บ ทำให้ฉันเสียใจ ทั้งๆ ที่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยสนใจฉันเลย

[บันทึกของคาวิน]

ในขณะที่ผมมองคนตรงข้ามม้วนเส้นสปาเก็ตตี้กับส้อมอยู่ๆ ผมก็หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นผม รษา และธีเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมยังจำได้ดี วันนั้นหลังเลิกเรียนอากาศแจ่มใสบนดาดฟ้าตึกศิลปะมีลมพัดโกรกพัดให้เย็นสบายไม่ร้อน

“รษาดีใจด้วยที่ธีได้รางวัลมา รษารักธีนะ”

เสียงเจื้อยแจ้วแสนหวานของหญิงสาวตัวเล็กในชุดนักเรียนมัธยมปลายบอกกับชายที่เธอรัก

“ธี... คบกับครูปิ่นเกสรหรอ?” เธอถามในสิ่งที่ตนเองสงสัยมานาน

ถ้าเป็นแค่ครูกับลูกศิษย์ ทำไมต้องสนิทสนมกันขนาดนั้น บางครั้งเธอเห็นธีกับครูปิ่นที่ร้านคาเฟ่ หยอกล้อกันเหมือนคู่รัก แววตาที่ทั้งคู่มองกันมันพิเศษเกินกว่าจะบอกว่า มันไม่มีอะไร ...แววตาที่อยากให้เขามองเธอ

“...ใช่ มีเรื่องจะถามแค่นี้ใช่ไหม?” เขาตอบเสียงเข้ม

คำตอบสั้นๆ ของธี ทำให้น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ร่วมแหมะลงมาทันที ทั้งที่คิดเอาไว้แล้ว แต่พอได้รับการยืนยันกลับทำให้คำถามมากมายผุดขึ้นมาในสมองของรษา

“ทะ ทำไม?” ...ครูกับนักเรียนเนี่ยนะ?

“ฉันรักครูปิ่น”

“...” รษากำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บที่ผ่ามือ คำตอบนั้นมันทำให้หญิงสาวนึกโกรธคนที่ใช้คำนำหน้าว่า ‘ครู’ ...ทำไมไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง มายุ่งกับนักเรียนทำไม

“ขอเตือนไว้อย่ายุ่งกับครูปิ่นไม่งั้นเธอเจอดีแน่ และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามฉันไม่ได้” เด็กหนุ่มกระซิบรอดไรฟัน

“เพราะครูปิ่นเกสรใช่ไหม?”

“มันไม่เกี่ยวกับคนอื่น เพราะฉันไม่ได้ระ...”

“พอเถอะ ธี...” ร่างบางโผกอดเขาไว้เหมือนเป็นการปิดสวิตซ์คำพูดนั้น เธอไม่อยากฟัง ไม่อยากได้ยินคำนั้นอีกแล้ว เธอจู่โจมกอดร่างสูงใหญ่ทำเอาเขาตกใจไม่น้อย

“เฮ้อ รษา ปล่อยฉัน เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะไม่ดี”

มือหนาของธีแกะแขนที่โอบรัดลำตัวอย่างแน่น

“ทะ ทำไม ก็ในเมื่อรษารักธี”

ใบหน้าสวยยิ้มเจื่อนจืดที่เขาทำท่าทางราวกับรังเกียจเธอเช่นนี้ คนตัวเล็กไม่ยอมแพ้เขย่งเท้าขึ้นหมายจะฉกฉวยริมฝีปากชายผู้นั้น

ธีนิ่งอึ้งกับการกระทำของหญิงสาว สมองประมวนถึงความเสียหายอย่างรวดเร็วสติกลับมาอย่างรวดเร็วเขาก็รีบผละออกและเผลอผลักแรงเกินไปจนร่างบางเซเกือบล้มไปกองกับพื้น

“ปิ่น ...”

ธีเอ่ยชื่อของหญิงสาวอีกคนอย่างแผ่วเบาเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาบนดาดฟ้า

“เดี๋ยว ธีจะไปไหน” รษาโผเข้ากอดร่างสูงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าธีกำลังจะวิ่งจากไป

“รษา ปล่อยฉัน” เขาหงุดหงิดเต็มที

“ไม่ รษาไม่ปล่อย รษาต้องการธี รษารักธี ฮึก”

น้ำตาหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา เธอรู้ว่าเขาจะไปไหนเธอไม่ยอมหรอก ไม่ยอมให้เขาก้าวไปจากตรงนี้

“รษา ปล่อย!”

ธีสะบัดตัวอย่างแรงจนหญิงสาวล้มลงไปกองกับพื้น ความเจ็บปวดที่ร่างบางกระแทกกับพื้นยังไม่เจ็บเท่ากับธีจะเดินจากเธอไปหาผู้หญิงอีกคน ซึ่งเป็นครูที่โรงเรียน เธอรู้ว่าพวกเขาแอบคบกัน และสายตาของธีที่มองผู้หญิงคนนั้นก็ต่างจากที่มองเธออย่างสิ้นเชิง

ผมที่ยืนฟังอยู่ได้ยินเหมือนเสียงอะไรล้มจึงรีบเดินเข้าไปหาร่างบางทันที และประคองร่างบางขึ้นมาอย่างเบามือก่อนที่เธอจะกอดผมไว้แน่น ผมหลบมุมตึกรับรู้เหตุการณ์ทั้งหมด และรับรู้ถึงความรู้สึกของคนทั้งสามคน รวมถึงเจ้าของชื่อที่ธีเอ่ยเมื่อครู่

“ไอ้วิน มึงดูแลรษาด้วย กูคงดูแลรษาไม่ดีเท่ามึง” ใช่ว่าธีจะเป็นคนใจร้าย แต่เพราะเขามีคนที่อยากดูแลอยู่แล้วและรษาก็มีคนที่ดูแลเธอได้ดีมากกว่าเขาทุกอย่างมันลงตัวแล้วสำหรับธี

“ฉันรักเธอไม่ได้” ธีพูดก่อนที่จะรีบวิ่งออกไป

“ทะ ทำไม ฮือ ทำไมธีไม่รักฉันล่ะวิน ฮึกๆ” มือเล็กกำเสื้อของผมแน่นปากก็พร่ำเพ้ออย่างคนไร้สติ

“ไม่เป็นไรนะ...” ผมลูบผมหอมพร้อมจูบเบาๆ ที่ขมับเป็นการปลอบประโลม

“ฮือ... ทำไมธีไม่รักฉัน”

เธอยังคงพร่ำถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจแต่ผมเข้าใจดีว่าทำไมธีไม่รักรษา เพราะเพื่อนสนิทของผมมีคนที่รักและแคร์อยู่มากอยู่แล้ว แม้รษาจะเคยคบกับธี แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ยอมคบคือ รษาดีกับธี เขาเลยตอบแทนความดีและความจริงใจนั้นด้วยวิธีนี้ แต่ธีก็คิดได้ว่า เขากำลังทำร้ายใครอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทในทางอ้อมเขาจึงบอกเลิกรษาอย่างไม่แยแสความรู้สึกเธอ

“มันไม่รัก ก็เลิกรักมันซักที” ผมบอกเสียงเรียบ

สำหรับธีคือเพื่อนที่ผมสนิทที่สุด แม้จะไม่ได้เรียนห้องเดียวกันก็ตาม เพราะเหตุผลที่ธีอยากประชดผู้เป็นพ่อจึงเลือกเรียนสายคณิต – ศิลป์ แทนที่จะเรียนสายคณิต – วิทย์ทั้งที่สอบได้คะแนนอันดับต้นๆ

“แต่ฉันรักธี...”

“...แล้วทำไมเธอไม่รักฉัน...”

เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทำเอาหญิงสาวฟังแล้วใจหายวูบ ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่า ผมรักเธออีกอย่างทางบ้านก็หมั้นหมายจะให้เราทั้งคู่แต่งงานกัน แต่คนไม่รักก็คือไม่รัก จะบังคับกันได้อย่างไรเหมือนเป็นการตอบคำถามที่ว่า ‘ทำไม ธีไม่รักเธอ’ หรือบางที... ผมอาจจะใกล้เธอมากไปใกล้จนรู้สึกว่า ถึงฟ้าจะถล่ม ดินจะทลายผมก็ไม่มีวันทิ้งเธอรษาถึงไม่สนใจผมกันแน่

...หึ ของตายอย่างนั้นหรอ?

“วิน...” รษาเงยหน้าขึ้นสบตากับผมด้วยหัวใจที่เต้นรัว

“ไม่เป็นไร ยังไงวินก็จะอยู่ข้างรษา” ผมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าหวานก่อนจะบอกยิ้มๆ “ไปล้างหน้าเถอะ จะได้กลับบ้านกัน”

แม้ไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ก็คงต้องยอมรับว่าผมจะไม่มีวันทิ้งเธอจริงๆ อย่างที่เธอคิดนั้นแหล่ะ

“อิ่มหรือยัง? จะได้เอาจานไปล้างเหนื่อยจะแย่แล้วเนี่ย”

เสียงหวานดึงสติให้คนคิดถึงอดีตกลับเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ผมยิ้มจืดชืดให้เธอ และเป็นยิ้มที่เย้ยหยันตนไปในตัว

“อิ่มแล้ว”

“อิ่มก็กลับห้องไปเลยฉันง่วงจะนอนแล้วเหมือนกัน”

หญิงสาวออกปากไล่อีกครั้ง เธอคงไม่อยากรับแขกแล้ว และอยากพักผ่อนมากกว่า

“ก็บอกว่า จะ นอน นี่” ผมพูดทีละคำเป็นการย้ำเจตนารมณ์อย่างชัดเจน

“ย่ะ นอนโซฟาไปเลยนะ ชิ” เธอย่นจมูกเล็กน้อยพูดพร้อมกับจานใบสุดท้ายที่คว่ำลงกับที่พักจานก่อนจะเช็ดมือลวกๆ แล้วเดินสะบัดตูดเข้าห้องไปไม่สนใจผม ซึ่งนั่งอยู่ที่เดิม

[ จบบันทึกของคาวิน ]

----------

มาแล้วจ้า คัมแบ็คครั้งนี้มาพร้อมกับเนื้อหาใหม่ไฉไลกว่าเดิม! อ่านแล้วเป็นไงคอมเมนต์คุยกันได้น้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel